posted on 30 Apr 2008 18:01 by daifuku in Novel
จบตอนพิเศษแล้ว ช่วยเม้นหน่อยน้า~~~
ไม่งั้นโฟงอลไม่ออกมาเจอคนอ่านแน่ๆ
นี่ก็นั่งคำนวนวันมาลงจะได้มีคนมาเม้นเยอะๆ
ฮ่าๆ ..อย่าลืมเม้นนะ
******************************
ตอนพิเศษ วันสงกรานต์ (สอง) 100%
“เฮ้ย!!! “ เสียงทุ้มห้าวดังสนั่น สยบเสียงดังสนั่นรอบๆ ได้ภายในพริบตา
“พอได้แล้ว เห็นมั้งป่ะ ใครยืนหัวโด่อยู่นี่” เสียงพี่คิมดังมาจากด้านหลัง
ที่ตอนนี้สภาพก็เปรอะเปื้อนไม่ได้ต่างไปจากผมเท่าไหร่
..แล้วพี่คิมพูดกับใครล่ะ ทำไมต้องชี้ไปที่ไอ้เวล
แล้วชาวบ้านเค้าจะรู้จักม้าย???
“อ่าวคิม มาด้วยหรอ พอดีพวกเราเห็นแต่น้องโฟอ่ะ ถ้าเห็นคิมนะ
ป่านนี้ไม่รอดหรอก.....ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ว่าแต่นั่นใครล่ะ แฟนหรอ?
เดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมเป็นผู้ชายแล้วหรอจ๊ะ??”
เสียงคนที่มาเล่นสงกรานต์ดังเอะอะแซวพี่คิมที่กำลังเดินเข้ามาแงะผู้คนออกจากตัวผม
“โอ้ย!!!!!!” เสียงบุคคลปริศนาลอยมากระทบโสตประสาทระยะใกล้
“ทะลึ่งๆ” จะจับตรงไหนของไอ้โฟให้มันรู้ซะบ้าง ตูดอ่ะห้าม
เดี๋ยวเสียทรงจะทำไงล่ะ??? เฮ้ย!!!! ไอ้นี่ บอกข้างหลังห้าม
ข้างหน้าก็ไม่ได้เว่ย เผลอไม่ได้เลย” ช้าไปป่ะพี่คิม
มันล้วงจนจะถึงน้องน้อยของผมอยู่แล้วนา เพราะตอนที่โดนรุมเมื่อกี้
มันจะระบมไปหมดทั้งตัวแล้วไม่ว่าตรงไหนก็เถอะ
“เมิงมาอยู่กับกุนี่มา” แรงกระชากของไอ้เวล
ทำให้ตัวผมปลิวเข้าไปกระแทกกับอกของไอ้เวลอย่างแรง ..ต่อหน้าพี่กุน้า~~
ว่าแต่เมิงเพิ่งรู้สึกตัวหรอเนี่ย..นึกว่าโดนสาวๆรุมจะช็อคตายไปแล้ว
“เออ น้องเวลขอบคุณมาก ดูแลมันดีๆนะ แต่ไม่ต้องใกล้ชิดขนาดนั้นก็ได้”
พูดจบ มือแข็งแรงของพี่คิมแงะตัวผมออกจากมือปลาหมึกของไอ้เวลทันที
ขอบคุณนะค้าบพี่น้องค้าบ....
“นี่ๆ ขอแนะนำ บอดี้การ์ดคนใหม่ของไอ้โฟ มาเฉพาะกิจช่วงสงกรานต์
ใครเข้ามาแตะอั๋งไอ้โฟ โดนน้องเวลกัดไม่รู้นะเว่ย
ขอบอกไว้ก่อนว่ายังไม่ฉีดยา” พูดดีมากพี่ชาย เอาไปเลยร้อยคะแนน
แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้ผมก็ไม่กล้าหันไปมองหน้าหมาบ้าอย่างมันอีกเลยครับ
แป้งก็ไม่โดนปะ พอเดินไปทางไหน จะมีคนเข้ามาเล่นน้ำให้ไอ้เวลก็แง่งใส่ตลอด
...แล้วอย่างนี้ผมจะได้เล่นน้ำมั้ยเนี่ย???? ..ฮือๆ ผมอยากเล่นน้ำอ่ะ
น้องเพรซ น้องพิซช่วยอาด้วย!!!!!!!!!!!!
-----------------------------------------------------------
ตึง!!ๆๆ
เสียงของหนักพอประมาณกระแทกกับพื้นหิน ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
จนคุณผู้หญิงของบ้านต้องเงยหน้าขึ้นมามอง
สายตาที่ความชัดเจนหายไปตามกาลเวลา
มองเห็นร่างของลูกชายคนสุดท้องเดินผ่านประตูเข้ามายังห้องนั่งเล่นที่ตนเองกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่นอยู่
พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างมารดา
“อ้าว เป็นอะไรไปละเรา หน้างอเชียว อารมณ์เสียเรื่องอะไรมาอีกละ” เสียงนุ่ม ถามลูกชายตัวเองอย่างเอ็นดู
“คุณนาย ฟังนะ! พี่คิมกะไอ้เวรนี่ น่าโมโหสุดๆเลยอ่ะ” คุณหญิงแม่เป็นคนถามนะ! ผมไม่ได้ฟ้อง!!!
“นี่นะ ผมอุตส่าห์ได้กลับมาเล่นสงกรานต์ที่นี่ทั้งที
กะจะเล่นตัวเปียกมะล่อกมะแล่กเป็นลูกหมา เหมือนไอ้ป๊อกกี้
หมาของคุณนายบ้านข้างๆซะหน่อย
ทั้งที่ผมกะถ่างตารอดูสาวๆตัวเปียกชุดแนบเนื้อ” ผมเหม่อมองไปด้านหน้า
เห็นภาพความฝันเลือนราง
“แล้วดูนี่ดิ่!!!” ผมจับเสื้อตัวเองยกขึ้นมา ดูเด่ะ!!! “แห้ง!!! แทนที่จะเปียก นี่ผมเพิ่งไปเล่นสงกรานต์มาจริงๆเรอะ??”
“นอกจากโดนประแป้งแล้วนะ ตัวผมงี้สะอาด
แม้แต่น้ำหยดเดียวก็ไม่กระเด็นถูกผมเลยอ่ะ” ไอ้เรื่องโดนจับไปทั่วนี่
คนละเรื่องกันอ่ะ “อ่าว คุณนาย หัวเราะอย่างนี้เดียวก็สวยหรอก”
“ก็ดีสิ จะได้สวยกว่านี้” น่าน...คุณนายยังจะเพิ่งวอลุ่มให้ดังขึ้นไปอีก
“ระวังเถอะ หัวเราะคนหล่อๆอย่างผมอ่ะ ตีนกาจะขึ้นเอานะคุณนาย” เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน
“อุ๊ย! ลูกคนนี้นิ...” คนเป็นแม่ยิ้มละไม เข้าใจสิ่งที่ลูกคนเล็กพูดเป็นอย่างดี...จริงๆก็ไม่น่าจะโกรธเลยน้า ก็เป็นงี้ทุกทีนี่นา...
“แล้วเราโกรธเรื่องอะไรละ แม่ก็เห็นเราก็ตัวแห้งอย่างเนี้ย มาทุกปี
ตั้งแต่ห้าขวบแล้วนา”
...เออวะ...ผมได้แต่คิดในใจ...นี่กรูตัวแห้งผิวซีดมาตลอดเลยนี่หว่า
“ไม่รู้ละ เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อนสิ คุณนาย นี่ๆ” ผมลุกขึ้นยืน
ยืดตัวเต็มความสูง “ตอนนี้ก็โตแล้วไง สูงกว่าคุณนายตั้งเยอะ เห็นป่ะ?”
“ก็ยังเตี้ยกว่ากรูแหละวะ” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู เล่นเอาผมขนแขนสแตนด์อัพ
“ไอ้เวรรรรร มาเงียบๆนะเมิง!! ” ไปไกลๆเลยไป๊ ชิ่ว ชิ่ว
“ตาโฟ...พูดไม่เพราะเลย” เสียงนุ่มๆแกล้งให้ดูดุ ที่ไม่เคยจะใช้ได้ผลกับลูกตัวแสบทั้งสามของเธอเอาซะเลย
“แม่ว่าพี่คิม กับ เวลก็ทำถูกแล้วนี่ลูก เล่นสงกรานต์น่ะ อันตรายนะ เล่นตรงถนน รถราก็เยอะออก”
“คุณนายยยยยย!! แล้วพิซกะเพรซอ่ะ ตัวเปียกยิ่งกว่าไอ้ป๊อกกี้ซะอีก!!”
ผมชี้ไปที่หลานแฝด ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับพี่คิม
ด้วยสภาพเดียวกะที่ผมหวังว่าจะได้เป็น
“แต่แม่ว่า ที่ลูกตัวแห้งน่ะ ดีออก
ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดการฆาตกรรมขึ้นมา...อูยย...แม่ละไม่อยากคิด” พูดอะไรน่ะ?
คุณนาย คนหล่อฟังไม่เข้าใจ...
ขวับ! ผมหันไปมอง ‘ส่วนเกิน’ ที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ฟังแม่ลูกเขาคุยกัน
ดูดิ ขนาดคุณนายแกเดินออกไปแล้วนะ
ไอ้หน้าพื้นคอนกรีตนี่มันยังนั่งหน้าทนอยู่เลย
“ขำไรวะ!!!???” ไอ้สาดดดดด ขอให้แมร่ง ขากรรไกรค้าง สาธุ...
“อ๊าว ก็ขำคนไม่ความรู้สึกช้าไง
นี่ไม่เคยรู้เลยรึไงเนี่ยว่ารอดเงื้อมมือคนอื่นมาได้ยังไง”
รอด...ก่อนจะมาเจอเมิงเนี่ย...กรูขอเสร็จในอ้อมอกสาวงามดีกว่าวะ
“ทำไม...กรูก็อยู่ปกติสุขมาตลอด...ไม่เห็นจะมีอะไร” แสบ ซ่าส์ กวนตรีน ไปวันๆ มันส์จะตาย
“ก็เมิงมีพี่ดีๆ
ที่คอยเผื่อแผ่บารมีมาจำกัดไอ้พวกที่ส่งสายตาหยั่งกะจะกลืนเมิงเข้าไปในคำเดียวไง”
ไอ้เวลมันเอื้อมมือมาดึงมือผม จนผมแทบจะล้มลงไปจับกบบนพื้นกระเบื้องซะงั้น
“หา บารมีอะไรวะ” พี่กรูมีอาชีพเจ้าพ่อเป็นอาชีพเสริมเรอะ??
ผมพยายามจับแขนไอ้เวลไม่ให้เลื้อยไปรอบๆเอวผม โว้ยยยย นี่มันบ้านกรูน้า
เกรงใจครอบครัวกรูนี๊ดนึงงงงงง
“ก็ใครๆเค้าก็กลัวพวกพี่คิมกันไง เห็นคนแถวนั้นบอกว่า แต่ก่อน
พี่เมิงสองคน ชกต่อยเก่งสุดๆ คุมเขตนี้ทั้งหมด
แถมลูกน้องยังมีเป็นสิบๆคนอีก แล้วน้องชายคนเล็กของสองคนนั้น
ใครมันจะกล้าแตะละ จริงป่ะ” เวลโอบเอวผม แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มล้อ
คนมีพี่คุ้มครอง
“ไม่จริงมั้ง บ้าป่าวเนี่ย ไม่ใช่หนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ซะหน่อย ถ้าจะมีนะ กรูตะหากที่คุม” ผมนี่แหละ ลูกพี่หญ่ายย
“พูดอะไรไม่ดูไซส์เลยนะเมิง ตัวก็เตี้ยแค่เนี้ย ทำยังกะจะไปยืนแถวหน้าสุดเวลาเค้าต่อยกัน” เวลหัวเราะทางจมูก หึหึ...อ่าวๆ นั่นๆหัวกรูนะ ไม่ใช่หัวหมา ลูบอยู่ได้
“พอๆ ลามปามใหญ่นะเมิง แหม ได้ทีเอาใหญ่ มืออ่ะ เอาออกไปได้และ” ผมเอานิ้วจิ้มๆลงไปยังแขนที่โอบรอบเอวผมไว้ แถมด้วยสายตาจิกกัดไปให้หน้าหล่อด้านหน้า
“มีข้อแลกเปลี่ยนว่ะ” มันพูดเสร็จ ยังไม่ทันจะให้สมองน้อยๆของผมจะประมวลผล ยังไม่ทันจะปล่อยหมาออกจากปาก...มันก็ปิดปากผมซะแล้ว...ขนาดในบ้านกรูนะ...ไอ้จวย
“โอ้ย!! เบื่อๆๆๆๆ“ ผมนอนเกลือกกลิ้งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยสมาชิก แล้วก็ตัวแถมหน้าตาดี แต่นิสัยเวร
“เป็นไรของเมิงเนี่ย?? บ่นเป็นตาแป๊ะขายอาหารตามสั่งหน้ารร.ไปได้” ตัวแถมสุดเวร(เรียกย่อๆจากข้างบนเลยเหลือแค่เนี้ย!!) ถามด้วยความเป็นห่วง(เรอะ?)
*ป๊าบ*
“น้องเวลพูดจาไม่สุภาพเลย ต่อหน้าเด็กนะ อย่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสิ” พี่ชายผมเองคร๊าบ ที่สามารถทำอะไรได้อย่างอาจหาญเยี่ยงนี้ ...พี่คิมคร้าบ เอาไว้ผมบรรลุนิติภาวะแล้ว จะซื้อเหล้ากะกับแกล้มมาขอบคุณนะคร้าบบบ
“ไม่เป็นไรหรอกครับอาคิม เพราะอาโฟบอกผมแล้วว่าพี่เวรเป็นคนไม่ดี ห้ามเอาเป็นตัวอย่าง” น่าน.. หลานรักพาซวย ขนแขนสแตนด์อัพลามมาถึงขนคอ แหม...จะนั่งอยู่ให้ซวยไปไย...จรลีสิครับ
“เฮ้อ~ เบื่อจัง ผมว่า ผมไปดูเค้านั่งเล่นน้ำกันที่หน้าสวนดีกว่า” ผมก็ต้องรีบชิ่งหนีออกมาไงครับ แฮ่ๆ
“โฮๆๆๆ ทำไมพิซต้องฆ่าอาทางอ้อมด้วยน้า ไม่รู้หรอว่าอาตัวน้อยๆคนนี้จะต้องเจออะไรบ้าง...” ผมนั่งบ่นกับตัวเองไปเรื่อย ราวกับจะรู้ชะตากรรมของตัวเองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
“เจออะไรหรอเมิง”
“ก็เจออิเวลมันกลั่นแกล้งไง แค่นี้เมิงไม่รู้หรอ???” ผมหันไปมองหน้าคนถามอย่างเอาเรื่อง
“เฮ้ย!! เวล เมิงมาทำไรตรงนี้เนี่ย???” ผมถามมันทั้งๆที่รู้คำตอบล่วงหน้าอยู่แล้วอ่ะครับ
“มาหาคนที่ว่ากรูว่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีไง ...ได้ข่าวว่าเวลากรูทำอะไรที่เมิงเรียกว่าไม่ดีเนี่ย เมิงก็ทำกับกรูด้วยแท้ๆ” มันพูดพร้อมเอามือสวยๆที่ไม่เคยทำงานบ้านของมันมากระทบลงที่หัวผมดังป๊าบ!! พี่กุทำเมิง แล้วไหงเมิงต้องมาลงต่อที่กรูด้วยอ่ะ?? แต่....เห้ยๆ ทำอะไรของเมิงอ่ะ ที่เมิงบอกกรูเนี่ย เดี๋ยวคนอ่านเข้าใจผิดจะว่าไงฮ๊ะ!!! คนอ่านยิ่งหื่นๆเหมือนเมิงอยู่ด้วย(คนเขียน—เราก็ได้ข่าวว่าคนอ่านยังไม่ได้คิดอะไรน่ะนะ /โฟ – หูย เงียบไปเล้ยยย) ..ผมเงยหน้ามองมันด้วยความเคียดแค้น หลังจากรักษาสมดุลจากการโดนตบได้ ถ้ากรูโง่จะทำไงวะ
“โอ๋ๆ เมิงไม่ต้องส่งสายตามาอ้อนกรูอย่างงั้นก็ได้ กรูให้อภัยเมิงและ” คำพูดไพเราะ พร้อมมือข้างเดิมที่เอื้อมมาขยี้ผมของผมแรงๆ เหมือนตอนผมลูบหัวไอ้ป๊อกกี้ หมาข้างบ้านไม่มีผิดเพี้ยน ..เห๋??? ผมจำได้ว่าผมส่งสายตาเคียดแค้นให้มันนี่นา แต่ไหงมันกลับบอกว่าผมส่งสายตาอ้อนมันเนี่ย? ตกลงนี่มันไม่รู้จักสายตาเคียดแค้น หรือผมฝึกทำสายตาเคียดแค้นไม่เป็นกันแน่นะ
“เอาเหอะ.. เมิงอยากล่นน้ำใช่มะ??” น้ำ!!!!! ผมได้ยินไม่ผิดแน่นะ มันจะพาผมไปเล่นหรือไง โห..เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ทำไมกรูเพิ่งเคยเห็นรัศมีวงแหวนสีทองบนหัว กะปีกสีขาวที่หลังเมิงวะ?
“อยาก!!” ถ้าตอนนี้ผมเป็นไอ้ป๊อกกี้ หางคงกระดิกไม่หยุดเลยล่ะครับ
*ซ่า*
“อ้า!! ไอ้บ้า เล่นไรของเมิงฟระ” ร่างกายอันบึกบึน(?) ของผมตอนนี้เปียกปอนไปด้วยน้ำ ไม่ต่างจากที่หวังไว้จากตอนไปเที่ยวสงกรานต์เลยครับ โดยไอ้เวรมือดีนี่เอง
“กรูไม่ได้อยากโดนเมิงสาดนะไอ้จวย!! กรูต้องการสาวๆที่ไม่ต้องใส่ซาบริน่าดูมๆ เมิงเข้าใจกรูม๊ายยยยย!!” ผมแหกปากใส่หน้ามันด้วยเสียงแปดหลอดอันทรงพลัง...”อ่าว ไอ้เวรนี่ นี่มันฟังกรูป่ะเนี่ยยย”
“...”
“เงียบหาพ่อเมิงหรอ?” ผมเงยหน้าถามมัน หลังจากปาดน้ำออกจากหน้าใสๆของผมเป็นอันเรียบร้อย ..แต่สภาพที่ผมเห็นเนี่ยดิ ..ตาค้าง เอามือขึ้นมาปิดปาก ปิดจมูก นี่สภาพกรูน่าอ๊วกขนาดนั้นเลยหรอวะ ทำท่าซะ
“กุเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ๆเมิงไม่ให้เมิงเล่นสงกรานต์ ..เดี๋ยวกรุมานะ เมิงรีบเข้าไปเปลี่ยนชุดไป อย่าให้ใครเห็นเมิงล่ะ สงสาร!!!” อะไรของเมิงเนี่ย หุ่นกรูออกจากกระชากใจสาว เมิงมาพูดงี้กับกรูได้ไง... ได้แค่คิดนะครับ ถ้าพูดไปอาจโดนกระชากไปปากชนปาก โทษฐานไม่สำเหนียกตัวเอง ..พูดจบมันก็วิ่งแจ้นไปที่ห้องน้ำทันที ผมก็เลยได้แต่ต้องไปเปลี่ยนชุดตามที่มันบอกแหละครับ หนาว~
...ครึ่งชม.ผ่านไป
แกร๊ก.. เสียงเปิดหระตูห้องนอนของผม ผมหันไปมอง เห็นหัวเวรๆคุ้นๆก้าวเข้ามาในห้อง
“อ๊ะ!! กลับมาแล้วหรอเมิง ไปอ๊วกถึงไหนมาล่ะ ....อ่าว~ แล้วเมิงเอาน้ำแข็งมาประคบจมูกทำไมเนี่ย?? แล้วไหงหน้าซีดๆเนี่ยเมิง??” ผมไม่ได้เป็นห่วงมันนะครับ แค่ถามตามมารยาท คุณหญิงแม่สอนมา..(โฟ--ทำไมอ่านแล้วทำหน้าอย่างงั้นกันอ่ะ ผมพูดจริงๆนะ)
“ป่าวหรอกเมิง เปลี่ยนชุดแล้วหรอ?? มาให้กุกอดทีดิ กุรู้สึกไม่ค่อยสบาย มึนๆหัวว่ะ” มันพูดจบ ผมยังไม่ทันตอบ เยส ออ โน มันก็ดึงผมไปกอดแล้วอ่ะ ไอ้หน้าด้าน ..ตัวใหญ่ชะมัด(??)
“เมิงหายไปครึ่งชม. ถ้ากุไม่เปลี่ยนชุด กุก็เป็นปอดบวมแล้วล่ะ แล้วนี้เมิงเป็นไรของเมิงเนี่ยกุไม่ใช่หมอนะ กอดกุแล้วถึงจะหายอ่ะ (ถึงเอ็งเป็นหมอ เค้ากอดแล้ว มันก็ไม่หายหรอก...ดูท่าไข้จะยิ่งขึ้นซะอีก)” ผมพยายามดิ้นๆเผื่อมันจะปล่อยหนุ่มหล่อหน้าตาดีอย่างผมไป เฮ้อ~ พิงอกมันแล้วง่วงนอนจัง (เค้าเรียกเคลิ้มนะคร้าบบบ พี่น้อง ไม่ใช่ง่วง)
“โฟ” เสียงหล่อ..
“หือ??” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมัน ยังไม่ทันได้เห็นวงหน้าหล่อเต็มๆตา ริมฝีปากสีซีดที่มีอาการดีขึ้นแล้ว ก็ประกบลงมาแล้ว
“อือ~” รสหวาน กับสัมผัสรุ่มร้อนแต่อ่อนโยน ที่ห่างหายไปนานตั้งแต่กลับมาบ้าน เป็นอีกครั้งที่.. ผมห้ามตัวเองไม่ได้เลยที่จะยกมือทั้งสองข้างข้างขึ้นไปโอบรอบคอของคนด้านบน
อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทำให้ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะลูบไล้มือหนาไปตามแผ่นหลังที่มีเสื้อยืดสีขาวตัวหลวมสวมทับอยู่ของร่างบาง อารมณ์รุนแรงขัดกับการกระทำที่อ่อนโยนราวกับกลัวว่าร่างบางจะบอบช้ำจากการกระทำของตนเอง.... มือของมันค่อยไล้เข้ามาภายใต้เสื้อยืน เพื่อสัมผัสกับแผ่นหลังของผม...ไม่รูจะไม่บรรยายยังไงแล้วละ...เอาเป็นว่า มันรู้สึกดีสุดๆเลย...
“อาคะ(ครับ) เพรซ(พิซ)ขอนอนด้วยคนน้า~” เสียงมารผจญตัวน้อย ดังขัดขึ้นพร้อมกับเสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออก ..ทำให้ผมที่กำลังกอดรัดกะมันอยู่ ถึงต้องผลักมันออกไปคนละทิศละทางเลยทีเดียว (ท่าทางจะไม่ได้เป็นมารของแต่สองคนนี้แฮะ ท่าทางจะเป็นของคนอ่านอีกบรึม อิอิ)
“ทำอะไรกันอ่ะคะ(ครับ)” หลานตัวแสบทำตาหรี่ พลางยกนิ้วขึ้นมาพร้อมกัน ผมสองคนมองหน้ากัน ทันอ่ะป่าวฟะเนี่ย...“หนู(ผม)เห็นนะ!!”ท่าทางจะไม่ทันแฮะ..
“อาไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย.. ก็แค่อาใส่เสื้อกลับด้านอ่ะน่ะ” โฟรีบแย้งขึ้นมาก่อนที่เด็กๆจะเข้าใจผิด (ไม่ทันแล้วละหนูโฟ!!)
“หนูไม่เชื่อหรอก หนูจะไปบอกป่ะป๊า” หลานสาวตัวดีรีบพูดขึ้นมาก่อนจะตั้งท่าวิ่งไปทางห้องของแมคทันที เฮ้ยยยย ได้ไง มีหวังผมก็ซวยสิคร้าบบบบ ผมหันไปส่งสายตาให้ไอ้เวลทำอะไรสักอย่างดิ!
ขาสั้นๆของเพรซ มีหรือจะสู้ขายาวๆของไอ้เวลได้ แขนยาวๆเอื้อมช้อนตัวของเพรซขึ้นมาแนบอก...ฮึ่ม...อ่าว ทำไมกรูต้องโมโหด้วยวะ
“น้องเพรซไม่ไปบอกคุณพ่อได้ไม๊ครับ?” ไอ้เวลถามหลานสาวตัวน้อยของผมเรียบๆ
“ไม่ได่ค่ะ อาเวล คุณพ่อบอกว่า ถ้ามีอะไรแปลก น่าสงสัยในบ้าน เพรซกับพิซต้องไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อสอนไว้ค่ะ” น้องเพรซตอบอย่างหน้าซื่อตาใส หลานรักจ๋า รู้มั้ย เป็นเด็กดีเกินไป มันพาอาซวยเอานะ!!
“อาว่า เด็กน่ารักอย่างเพรซคงไม่อยากให้อาเวลคนนี้ กับอาโฟ ต้องเดือดร้อนหรอกใช่มั้ยครับ อย่าไปบอกคุณพ่อเลยนะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยน แววตาหวานซึ้ง ร้อยยิ้มกระชากใจ!!
เอ...ผมว่าผมเห็นตาของเพรซเป็นรูปหัวใจสีชมพูนะเนี่ย ถึงตอนนี้มันจะลดเลเวลลงเหลือแค่ประกายระยิบระยับก็เถอะ
“...ค่ะ อาเวลสุดหล่อ...” เมย์เดย์ๆๆ 191แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย มีไอ้หน้าหล่อมาล่อลวงหลานสาวผมให้เอาใบหน้าน่ารักๆของตัวไปซุกไซร้กับแก้มและซอกคอของมันคร้าบบบ
“ต่อไปนี้พิซจะนอนกับอาโฟเอง พี่เวรไปนอนกับอาคิมแล้วกันนะฮะ” พูดจบ มารตัวน้อยก็ผลักเวลไปทางห้องพี่คิม ก่อนจะเดินกลับมาเข้าห้องนอนของโฟแล้วล็อคห้องทันที ..โชคดีนะที่พี่คิมแมนกว่าเวล ไม่งั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้(ถ้ามีปาปริก้า)
---------------------------------------------------
หลายวันผ่านไป...ไวเหมือนโกหก
“เดินทางดีๆนะลูก” คุณหญิงแม่หอมแก้มผมสองข้าง แถมยังกอดผมซะจนแน่น ท่ามกลางบรรดาผู้คนที่อยู่ในสนามบินเชียงใหม่ นี่ถ้าหุ่นไม่แมนหน้าไม่หล่อ ทำไม่ได้นะเนี่ย เดี๋ยวคนจะหาว่าติดแม่
“คุณหญิงแม่ ก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ก้าวขึ้นรถระวังๆละ เดี๋ยวสะโพกคราก ฮ่าๆ” ผมกอดตอบแม่สุดที่รัก แล้วก็รับรู้ถึงฝ่ามือของแม่ที่ตบลงมาที่หลังของผมเบาๆ
“ลูกคนนี้นิ แม่ออกจะยังสาวยังสวย สะโพกครากอะไร...ไม่มี๊!” คุณหญิงแม่หัวเราะให้กับความทะลึ่งตึงตัง น่ารัก และหล่อเหลาของผม
ผมคลายอ้อมแขนออกไป แล้วหันไปไหว้ลาพ่อพร้อมกับรับพรจากท่านมา ไหว้พี่ๆ โบกมือลาหลานๆตัวแสบที่เกือบพาอาซวยในการกลับมาครั้งนี้ ตบท้ายด้วยการกอดและปลอบหลานชายไปด้วย ว่ายังไงอาสุดหล่อคนนี้ก็จะมาหาหลานรักอีกแน่นอน แล้วผมก็หันไปหาไอ้เพื่อนเวร ที่กำลังไหว้ลาพ่อกะพี่ๆของผมอย ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทาง เดินเข้าเกต เพื่อเข้าไปในเครื่องบิน เดินทางกลับกรุงเทพ..
ู่
เผลอแป๊บเดียวผมก็ต้องกลับไปผจญภัย ใช้ชีวิตที่กรุงเทพแล้วละครับ หวังว่ากลับไปคราวนี้ กรรมเวล เอ๊ยย!! กรรมเวร มันจะหลุดพ้นผมไปบ้างนะครับ...
..End..
posted on 16 Apr 2008 20:05 by daifuku in Novel
สวัสดีวันปีใหม่ไทยนะคะ
พอดีค้างไว้นานก็เลยแต่งตอนพิเศษมาชดเชยอ่ะค่ะ
ไงก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวอีกปีนะคะ
****************************************************************
ตอนพิเศษ วันสงกรานต์
“เมิงจะยอมทำตามที่กุบอกดีๆมั้ย???” เสียงทุ้มต่ำ พร้อมมือแกร่งเอื้อมมมากระชากร่างของผม หลังจากเถียงกันมากว่ายี่สิบนาที นี่มันเรียกว่าดีตรงไหนฟระ??
“ม่าย....ไงกุก้อไม่ยอม” ผมเถียงมันหัวชนฝา อยู่ๆก็มาชวนทำไรพิเรนทร์ๆ
..คุณคงกำลังจะสงสัยใช่มั้ยครับว่า ผมกำลังเถียงเรื่องไรกันอยู่ และแน่นอน ถ้าเป็นไอ้เวนเพื่อนผมมันพูดอย่างนี้ รับรองว่าไม่มีคนอ่านคนไหนไม่คิดลึกเกินความเป็นจริงแน่นอน พวกคุณนี่จริงๆเลย -*-
ความจริงแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า.... เมื่อวันที่ สิบ เมษายน ผมได้เดินทางกลับบ้านเพื่อไปหาเด็จแม่ กับเด็จพ่อมา กลับมารับอากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ปราศจากเวรไม่ทันไร ยังไม่ทันได้เข้าวัดทำบุญ สะเดาะเคราะห์กรรมเวรทั้งหลาย...เวรมันก็ตามผมมาทันทีเลยครับ...เชื่อแล้ว ว่าเวรกรรมมันมีจริง
ก็ไอ้ผมอุตส่าห์หนีไอ้เวรเวลมันกลับขึ้นเหนือ ตอนมันกลับบ้านได้ทั้งที ไม่รู้มันทำอีท่าไหน ถึงรู้ได้ว่าผมแอบมันกลับบ้าน แถมยังเสือกรู้อีกแน่ะ ว่ามันผมอยู่ซอกหลืบไหน...อุตส่าห์ตามกรูมาจนได้นะเมิง!!!
“เฮ้ยยยย บอกว่าไม่ยอมไงเล่า” มีที่ไหนกันอยู่ดีๆก็ชวนคนหน้าตาดี หุ่นสมาร์ทอย่างผมไปเล่นน้ำโดยใส่จงกะเบนตัวเดียว
“แค่วันเดียว เดี๋ยวกรุปกป้องเมิงจากหนุ่มๆเอง” ป๊ะป๊าแกจิ่ กรุเป็นผู้ชายยังจะมาปกป้องกรุจากหนุ่มๆ
“ม.....”
“ไอ้โฟ น้องเวลกินข้าวได้แล้ว” เสียงพี่แมคครับ ตะโกนขึ้นมาเรียก ช่างรักน้องชายดีจริงๆ เรียกน้องว่าไอ้ แต่เรียกไอ้เวลว่าน้องเนี่ย
“คร๊าบ~ เดี๋ยวตามลงไปครับพี่ชาย” พี่กรุเป็นพี่ของเมิงตั้งแต่ตอนไหนฟระ??? พูดเสียงอ่อยเชียวนะเมิง
“เฮ้ย!!! ไหงเมิงพูดเพราะงั้นฟระ??” อย่างนี้ต้องถามครับ ...อย่างนี้ผิดสันดานมันมากๆ
“อ่าว... ก็พี่ชายของเมียนิ่ ก็ต้องพูดเพราะๆหน่อยดิ” โห... เหตุผลน่าสาดน้ำมากเลยเพื่อน
“ใครเมียเมิง?? กรุลงไปกินข้าวและ ไงกุก้อไม่ตกลงนะ” ว่าแล้วผมก็ลุก..
“เฮ้ย!!!” ลุกขึ้นยังไม่เต็มเท้าก็โดนดึงลงไปประกบปิดปากซะแล้ว
“หมั่นเขี้ยว..” เสียงเบาๆดังขึ้นที่ข้างหูหลังจากที่นัวเนียพอให้งงๆ
“เฮ้ย!! กลับมาก่อนดิ กลับมาให้กุถีบเมิงก่อนอย่าเพิ่งไป ชน(ชนไร??)แล้วหนีหรอวะ” ตะโกนไปงั้นแหละครับ รู้อยู่แล้วว่ามันไม่กลับมาให้โง่หรอก ผมก็เลยต้องะเป็นฝ่ายลงไปหามันแทน ..แต่ไม่ได้ลงไปถีบมันหรอกนะ ลงไปกินข้าวอ่ะ หิวจะแย่ ขอบอกว่าฝีมือทำข้าวของแม่ผมเนี่ย หมึกแดงยังอายเลย
...พอนั่งประจำที่ปุ๊บ ป้าอ้วนก็เริ่มยกกับข้าวมาตั้งโต๊ะทันที
“เออนี่ เมื่อกี้ได้ยินเสียงทั้งสองคนเถียงกันซะลั่นบ้านเลย เถียงเรื่องไรกันล่ะ” โหพี่คิมผู้แสนดี ยังคงเป็นห่วงเป็นใยน้องที่เกือบโดนอิเวนกินเข้าไปทั้งตัว แต่ช้าไปไหมเนี่ย???
“แล้วไหนบอกว่าได้ยินซะลั่นบ้าน ทำไมต้องถามอีกล่ะครับ” ป๊าด อิเวนปากปีจอ นั่นพี่กรุนะเฟ้ย ยังอุตส่าห์ไปกวนบาทา เดี๋ยวหน้าหล่อๆก็ได้จมดินหรอก
“อ่ะจ้า.. พี่ไม่ได้ยินหรอก พี่พูดผิดเอง ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ” เย้..พี่ผู้แสนดีได้เปิดโอกาสให้น้องผู้น่ารักคนนี้เอาคืนอิเวลและ
“ก็คืองี้.. ไอ้บ้าเนี่ยอ่ะนะ ไม่รู้คึกบ้าคึกบออะไร บอกว่าจะให้ผมใส่จงกระเบนไปเล่นสงกรานต์ เอาอะไรคิดวะ นิ้วโป้งเท้าเมิงหรอ งี่เง่าสุด” ผมขว้างค้อนให้ไอ้เวลมันหลบเล่นสองอัน ก่อนจะหันมาหาแนวร่วม “เนอะ พี่คิม ใครมันจะไปทำ หน้าไม่ได้หนาเท่ามันซักกะหน่อย”
“จงกระเบนเนี่ยนะ??” พี่คิมเลิกคิ้วขึ้น ....ถ้าเป็นคนอื่นรอยย่นระหว่างคิ้วคงจะทำให้หน้าตาหาความหล่อไม่เจอ แต่ไม่รู้ทำไม่ คุณพี่บังเกิดเกล้าของผม ถึงทำให้มันดูหล่อเหลาขั้นเทพได้ละเนี่ย
“ไม่ใช่ครับ โฟมันฟังผิด ผมบอกว่าให้ใส่กางเกงขาสั้นต่างหาก” สงบเสงี่ยม เจียมตัว งามสง่า มาดผู้ดี บรรยายถึงลักษณะมันตอนนี้ได้เลยละคร้าบ
“เฮ้ย ไอ้ตอแหล ขี้จุ๊เบ่เบ๊” ป้าเบิร์ดยืมเพลงใช้นิดซ์นึงนะครับ
“ยังไงก็ไม่ได้หรอกนะ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้นหรือจงกะเบน ถาให้โฟใส่ไปเล่นน้ำละก็......” ก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แต่ถ้าให้พูดตามตรงล่ะก็ ผมไม่เคยใส่กางเกงขาสั้นหรือเสื้อแขนกุดไปเล่นน้ำเลยล่ะครับ
“...” เออ ไม่ทราบว่า ชายงามทั้งสองท่านจะเล่นจ้องตากันเพื่ออะไรเนี่ยยย อย่ามาสปาร์คจุดประกายสาววายแถวนี้จะได้มั้ย แต่เอ๊ะ! ถ้าดูจากรูปการณ์นี้ ไอ้เวลก็ต้องเป็นควีนอ่ะดิ อูย พี่คิม ผมเชียร์เต็มที่เลยคร้าบพี่น้อง
“...ผมก็พอจะเข้าใจนะครับว่าทำไม แต่ผมขอรับรองว่าผมจะดูแลน้องชายของคุณด้วยชีวิตของผมเลย” นี่เมิงกำลังขอกุแต่งงานบนโต๊ะอาหารใช่มั้ยเนี่ย??
“ไม่พอหรอก ยิ่งช่วงนี้เนี่ยนะ คนเยอะจะตาย นายคนเดียวป้องกันได้ไม่หมดหรอกน่า” พี่คิมพูดจบก็เงียบไป
“รอแป๊บนึงแล้วกัน เดี๋ยวค่อยออกไปเล่น รอกำลังเสริมก่อน...” พี่ผม ทำอย่างกับกำลังจะไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องรอกำลังเสริมด้วย แล้วตกลงพวกนี้กำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย คนหล่อ(??)งง
“คุยไรกันอยู่เนี่ย ไม่เห็นรู้เรื่องเลย..” ผมโวยวาย
“นั่งเถียงอะไรกันอยู่เนี่ย?? ทำไมไม่ยอมกินข้าวกินปลา” โอ้..เหมือนสวรรค์โปรด เสียงพี่แมคดังมาจากทางประตูห้องกินข้าว
“อาโฟครับ คุณลุงคนนี้เป็นใครหรอคับ น้องพิซไม่เห็นเคยเห็นหน้าเลย” น้องพิซซ่าครับ ฝาแฝดคนน้อง ลูกของพี่แมค
“อะไรกันหล่ะ พิซ พี่ชายคนนี้ออกจะหล๊อหล่อ ไปเรียกพี่ชายว่าลุงได้ยังไงกัน ใช่มั้ยคะอาโฟ” น้องเพรซครับ เป็นฝาแฝดคนพี่ ..นิสัยเหมือนพวกพี่ๆผมเลยครับ ชอบแกล้งน้องชะมัด
“อ่ะจ้า.. คือ อาคนนี้ชื่อเวร เอ้ย!! ชื่อเวลนะ ทักทายน้าเค้าซิครับ ..เวลนี้ลูกพี่แมคชื่อ เพรซกับพิซซ่า” ผมลูบหัวหลานรักทั้งสองคน พร้อมกับแนะนำตัวหลานๆให้เวลรู้จัก
“สวัสดีค่ะ(ครับ)น้าเวน เอ้ย!!! น้าเวล” นี่แหละครับ สมกับเป็นหลานรักตัวจริง ผมขยี้หัวเด็กทั้งสองคนเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าเข้าโต๊ะอาหารเหมือนเดิม
“เอ้าๆ กินกันซักที เดี๋ยวก็ไม่ได้เล่นน้ำหรอก” เสียงแม่ดังขึ้นหลังจากที่กับข้าววางเต็มโต๊ะ เรียบร้อย
“ปกติ เพรซกะพิซอยู่บ้านอีกหลังน่ะ แต่วันนี้จะมาค้างบ้านใหญ่ เป็นไง หลานกรูน่ารักมั้ย?” หลานผมน่ะ ถ้าเอารูปผมตอนเด็กๆมาเทียบดู จะหน้าเหมือนกันเด๊ะเลยละ ผมเห็นไอ้เวลพยักหน้าน้อยๆ จ้องหน้าหลานผมไม่วางตา ก็เล่นเอาผมสะดุ้งสิครับ
“เฮ้ย หลานกรูยังไม่ประสา ตัวยังกะเปี๊ยกแค่นี้ อย่าได้คิดจะงาบนะเว้ย ข้อหาพรากผู้เยาว์เชียวนะ” นู่น พี่คิมยังว่างอยู่ ไปไป๊ ชิ่ว อย่ามายุ่งกะหลานกรูนะ
เวลหันมายิ้มแปลกๆให้ผม ลูกตาแพรวพราวนี่เล่นเอาผมขนลุกซู่
“ไม่หรอก กรูชอบขนาดเมิงมากกว่า ถึงไม้ถึงมือดี” เสียงไอ้เวลกระซิบจนมีแค่ผมเท่านั้นที่ได้ยิน ก่อนมันจะหันหน้ากลับไปก้มมองอะไรซักอย่าง พอผมมองตามมัน
อ้าว พิซมาเกาะเสื้อไอ้เวรอยู่ทำไมวะ
“คุณอา คุณอา คุณอาไปนั่งที่อื่นได้มั้ย น้องพิซจะนั่งกะอาโฟ” น้องพิซช้อนตาขึ้นมองอ้อน ‘อาเวล’ อูย อย่ามองอย่างนั้นลูกเดี๋ยวเสือเวลมันก็หิวเด็กหรอก
“น้องพิซ เสียมารยาทที่สุด ไล่แขกได้ไง อาเวลค่ะ มานั่งข้างๆเพรซก็ได้ค่ะ” น่าน หลานกรูส่อแววแต่เด็กซะแล้วงะ
“น้องพิซครับ น้องพิซมานั่งข้างๆป่ะป๊ามา ให้อาเวลกับอาโฟเค้านั่งด้วยกันน่ะแหละดีแล้วนะครับ ส่วนเพรซก็มานั่งข้างอาคิมเลย อาคิมจะได้ป้อนข้าวหนูได้” เสียงคุณพ่อจอมเผด็จการของเด็กทั้งสองดังขึ้น ไม่มีการขัดขืนใดๆ ทุกคนเลยต้องนั่งตามที่พี่แมคบอกเป๊ะๆ แล้วทำไมผมกับไอ้เวลต้องนั่งด้วยกันด้วยล่ะ นั่งกับน้องพิซปลอดภัยกว่าเยอะ แต่ก็ช่างเถอะ ถ้าพี่แมคพูดทั้งทีคงไม่มีความหมายแฝงหรอกมั้ง
..หลังจากทานข้าวเสร็จ เราทั้งหกคนก็ได้เตรียมตัวออกไปเล่นน้ำที่คูน้ำแถวบ้านกัน
“ไอ้เวลเมิงจะใส่ชุดนั้นจริงๆหรอ??” ไม่ใช่อะไรหรอกนะ มันบาดตาว่ะ ไปเล่นน้ำโดยใส่เสื้อกล้ามบางๆกับกางเกงขาสั้นเนี่ย
“แหมใครจะไปเรียบร้อยเหมือนเมิงอ่ะ เสื้อยืดกับกางเกงขายาวเนี่ย ไม่ใส่เสื้อกันหนาวกับผ้าพันคอไปด้วยเลยอ่ะ” โห...กัดมาได้นะเมิง เออกุมันเด็กเรียบร้อย ให้จะเซ็กซี่เหมือนเมิงอ่ะ
พอเตรียมตัวกันเสร็จก็ไปเลย เลทซ์โก!!!
------------------------------------------------------------------
กรี๊ดดดดด ว้ายยยย ฮ่าฮ่าๆๆๆๆ
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากสองข้างถนน หนุ่มสาวยืนเบียดกันด้วยสภาพเนื้อตัวเปียกโชก เสื้อผ้าแนบไปกับส่วนเว้าโค้งของร่างกาย
“เล่นกันแถวนี้แหละ ใกล้บ้านดี” พี่แมคจอดรถกระบะไว้ริมถนน ก่อนจะไล่ให้พวกผมลงไปสาดน้ำกัน ส่วนตัวเองจะนั่งรออยู่บนรถ
“เฮ้ย!!! น้องโฟมาวะ” เสียงเดิมที่คุ้นเคยเหมือนทุกปี ก่อนที่ทุกคนจะเฮโรกันมาปะแป้งบนใบหน้าขาวใสของผม
“น้องโฟคร้าบบบบบบ ขอพี่ประแป้งหน่อยนะ” มือมากมายร่วมด้วยช่วยกัน เอาแป้งขาวๆลูบไปมาบนใบหน้าขาว บางมือยังอุตส่าห์ หยิกแก้มผมอีกแน่ะ ที่สำคัญบางมือมันไม่ได้หยุดอยู่แค่....
The End
***************************************************************
ค้างคากันรึป่าวเอ่ย??? คงไม่หรอกเนอะ ก็ตอนนี้มันไม่มีไรเลยนี่นา ฮ่าๆ
อย่าลืมช่วยกันคอมเม้นน้า~
ถ้ามีคอมเม้นเยอะๆ โฟอาจจะมาเล่าต่อจากที่ค้างไว้ก็ได้น้า~~~~~
posted on 10 Mar 2008 22:41 by daifuku in Novel
ตอนที่ 8 โรมิโอกะจูเลียต ภาค พิสดารสุดสยอง
“อารมณ์ดีขึ้นแล้วสิ?” เวลเลียริมฝีปากผมเล็กน้อย
ยิ้มพึงใจเมื่อผมเป็นฝ่ายสัมผัสริมฝีปากมันบ้าง
“อืม” ผมครางเบา ก้มลงมาอีก
แล้วหุบปากไปได้มะ?
“ไปเหอะ เดี๋ยวพวกนั้นรอนาน
จะสงสัย”
มันจูงมือผมออกจากห้อง
พลางยกมือข้างที่เหลือเสยผมยุ่งๆให้เข้าที่
พอออกจากห้องได้
มันก็หันกดปากหนักๆลงมันแก้มผมอีกที พลางกระซิบลอดไรฟัน
“หมั่นเขี้ยวชะมัด” ผมลูบแก้มตัวเองเบาๆ
ด้วยความงง นี่มันเป็นอะไรหว่า? ฟันเพิ่งขึ้นหรอ??
---------------------------
พอมาถึงผมกับไอ้เวล
ก็โดนเพื่อนปล่อยหมามาไล่ฟัด แผลเหวอะหวะเย็บหลายเข็มเลยทีเดียว โทษฐานที่มาสาย
ผมก็ว่าไม่ค่อยสายนะ แค่สิบห้านาทีเอง (สงสัยจะติดสันดานไอ้เวลมา)
หลังจากพวกเราทั้งหมดรวมตัวกันได้ก็เดินไปร้านอาหาร ด้วยที่ว่าเป็นเวลาเกือบจะเที่ยงอยู่แล้วเลยไม่มีที่พอสำหรับพวกโอ้เอ้ทั้งสิบห้าคนอย่างพวกผม แต่พนักงานที่นี่ก็รู้หน้าที่ดี
เพราะแค่เห็นมีหน้าแพท ก็เท่ากับมีโต๊ะให้พวกเรานั่งรวมกันทั้งหมดสิบห้าคนพอดิบพอดี
ไม่ขาดไม่เกิน
เมนูอาหารที่หลากหลาย
ทำเอาพวกผมต้องใช้เวลาคิดนิดหน่อย และยิ่งคิดหนักเมื่อเห็นราคา ถ้าไม่ได้แพทหันมากระซิบว่า เดี๋ยวลดราคาให้กับบางอย่างไม่คิดตังคฺ์
ผมคงสั่งแต่ข้าวเปล่าเท่านั้นละ
อาหารมากมายถูกนำมาวางไว้เต็มโต๊ะ
ทั้งไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น มั่วไปหมด แต่พวกผมก็เขมือบกันหมดและครับ ก็พวกผมเป็นเด็ก(โข่ง)ผู้ชายนี่นา มันก็คงไม่ใช่เรื่องถ้าหากจะนั่งกินอย่างละนิดอย่างละหน่อยเหมือนเด็กผู้หญิงให้พอน่ารักน่าทนุถนอม
“แพท” เสียงทุ้มเรียกชื่อเพื่อนของเขาดัง
พอที่จะทำให้ทั้งโต๊ะหันไปมอง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำแบบคนโดนแดด ใบหน้าคมเข้มมองมาทางโต๊ะของเรา สายตาไล่มองใบหน้าเด็กๆทั้งโต๊ะ
แล้วเขาก็ไล่สายตามาสบตาผมพอดี ทำเอาผมที่ลอบสังเกตชายหนุ่มอยู่สะดุ้ง
แล้วตาคมๆก็เบือนไปทางอื่นทันที
“พี่เบญ!” แพทลุกขึ้นจากโต๊ะ
แล้วรอให้คนที่ตัวเองเรียกว่าพี่ เดินมาถึงโต๊ที่ถูกต่อจนยาวเหยียด
“ไหน
พวกที่ล๊อบบี้บอกว่าพี่เบญไม่อยู่ไง??” แพทยิ้มร่า ผมเดาว่าพี่เบญอะไรนี่ คงเป็นญาติสนิทของไอ้แพทชัวร์ (แต่ถ้าไอ้เวลคิดอาจจะเป็นอย่างอื่นนะ)
“พอรู้ว่านายมาแล้ว
ก็เลยกลับมาหาก่อน” ชายหนุ่มตอบเรียบ
สองคนไต่ถามสารทุกข์สุขดิบพอหอมปากหอมคอ แพทหันกลับมาหาพวกผม
“นี่พี่เบญ ลูกพี่ลูกน้องกรู
ซี้ปึ้ก! จนนึกว่าคลอดตามกันมาเลยวะ” แพทแตะไหล่พี่เบญเป็นการแสดงความสนิทสนม
“ส่วนนี่ เพื่อนๆแพท...” แพทมันนั่งไล่ชื่อเพื่อนที่ละคนจนครบ
พี่เบญ ทำหน้าขมวดคิ้ว
ผมว่าเขาจำชื่อไม่ได้ละมั้ง เรียงกันเป็นลำไส้เล็กขนาดนี้
“นี่โฟ แล้วนั่นเวล” ผมกับเวลที่นั่งอยู่สุดโต๊ะ
ถูกชี้เป็นคนสุดท้าย รู้รึเปล่าว่าชี้หน้าคนอื่นมันเสียมารยาทอ่ะ?!!
พวกผม
ยกมือไหว้กันแทบไม่ทัน พี่เบญก็ดูจะพยายามจำหน้าพวกผมอยู่นาน(หน้ากวนตีลแบบนี้คงจำไม่ยาก)
“วันนี้พี่ไม่ว่าง
แต่ถ้ามีอะไรโทรมาบอกได้ แล้วพรุ่งนี้จะนำเที่ยวให้” พี่เบญตบไหล่แพทแล้วเดินจากไป
มานม๊าก..เหมือนโบรคแบ็คเลย
พอแพทเกินกลับมานั่งทั้งโต๊ะก็ตกอยู่ในความเงียบ
แพทมันก็ได้แต่มองแบบงงๆ ไม่เข้าใจว่าเงียบทำไม แต่ในที่สุดก็มีเสียงแหลมๆแหวกอากาศมาทำลายความเงียบได้เสียที
“อา...เทพบุตรสุดหล่อ ดาร์ค
ทอล แอนด์แอนซั่ม” เต้ทำหน้าเพ้อฝัน มองตามพี่เบญที่เดินออกแล้ว
แล้วยื่นมือออกมาประมาณว่า โรมิโอ เจ้าจะไปไหน เสียแค่ว่าคนที่ทำไม่ใช่จูเลียตแต่เป็นหมูเลี่ยน
“อีแพท!!!” เสียงเต้ตวาดเรียกดังคับห้องอาหาร
ดีนะที่คนน้อย อายชิบหายเลย กรูไม่รู้จักมัน
“ทำไมแกไม่บอกชั้นยะ ว่ามีพี่หล่อเป็นแทพบุตรมาเกิด ดูสินางฟ้าในคราบนางซินอย่างชั้น
เนื้อตัวดูไม่ได้ เดี๋ยวความประทับใจแรกพบของชั้นติดลบแล้วจะทำยังไงไม่ทราบ”
ไอ้แพทหน้าเหวอไปเลย ดูจะสยองมากที่ได้ยินไอ้เต้พูดเป็นเชิงชมตัวเองเองอย่างนั้น ไม่คิดเลยว่าไอ้เต้มันจะเป็นเอามาก
ถึงขนาดหยิบกระจกขึ้นมาส่อง โบ๊ะแป้ง ทาลิป แล้วทำปากจูบกันให้ลิปติดกันทั่ว พวกผมกลั้นหายใจชั่ววูบที่มันทำท่านั้น
ฮือ~ ผมไม่อยากฝันร้ายอ่ะ
“ใครเป็นคนคิดท่านี้ว่ะ
แมร่ง เห็นแล้วสยองเอี้ยๆเลย” ไอ้เวลกระซิบข้างหูผม อยากประกาศให้โลกรู้ว่า ท่านี้มันทำเอาพวกผมจิตตกกันแค่ไหน
พวกผมหันหน้าไปคนละทิศละทาง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทนเห็นมันเก๊กหน้าส่องกระจก
ตามภาษาวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ 'แอ๊บแบ๊ว' ทำไมผมรู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นนะ
พอกินข้าวเสร็จก็ลุกกันแทบไม่ไหวเลยครับ
ต้องนั่งให้พี่ๆพนักงานเก็บจานไปจนหมดก่อนละกัน
“แล้วตกลงวันนี้จะทำไรก่อนดีวะ” ไอ้โป่งถามขึ้นมาเปิดประเด็น
“ไม่รู้วะ
ก็พี่เบญบอกพรุ่งนี้ถึงจะพาไปเที่ยว” ไอ้ห่ะนี่ สงสัยจะติดพี่ เดี๋ยวก็พี่เบญ
พี่เบญอยู่นั่นแหละ คิดแล้วฮาโคตร
"งั้นต่างคนต่างไปแล้วกัน"
บอยแทรกขึ้นมาหลังจากทุกคนต่างเสนอความคิดกันมากมาย
พอตัดสินใจได้ทุกคนก็แยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มๆ
แต่ผมยังไม่รู้เลยแฮะว่าจะทำอะไรดี
"ไปเดินดูก่อนแล้วกัน"
เวลเสนอ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ ยังไม่ได้เห็นสถานที่เลยนี่นา
ผมกับมันสองคน(!!!)เดินดูอะไรไปเรื่อย
ที่นี้กว้างมาก มีม้าให้ขี่ด้วย แต่แถวบ้านผมก็มีเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่
"เริ่มร้อนแล้ววะ"
ไอ้เวลดึงคอเสื้อสะบัดพึ่บพั่บ เหงื่อเกาะผุดพรายตามใบหน้า
"ขี้เกียจเดินแล้วด้วย"
สีหน้าหงุดหงิดของไอ้เวลทำเอาผมนึกรำคาญความเป็นคุณหนูของมัน แค่นี้ทำบ่น
อยู่ห้องแอร์มากไปอ่ะเดะ
"งั้นก็กลับ"
เซ็งเลย กำลังอยากจะไปขี่ม้าเล่นเลยน้า ผมหันหลังเดินกลับไปทางเดิมที่มา มีไอ้บ้าเดินตาม(แล้วเจ๊จะเดินตามเค้าไปทำไมเล่า
กลัวสามีหรือไง??)
กลับมาถึงห้องผมก็ไล่มันไปอาบน้ำ
แล้วนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรบอกแม่เลยว่า ถึงที่พักแล้ว ผมส่ายหน้าไปมา นี่ผมเป็นเด็กอายุสิบสองต้องคอยโทรรายงานแม่เหรอเนี่ย
"ฮัลโหล
ขอสายใครครับ?" อ้าว ไม่ใช่แม่นี่ เสียงผู้ชาย เอ ทุ้มๆแบบนี้
"พี่คิมหรอ!
โฟนะ!" ผมกระตือรือร้นกรอกเสียงลงไป
นานๆพี่ชายผมมันจะอยู่บ้านไม่ตะลอนๆไปจีบสาวที่ไหนซักที
"อ้าว? ว่าไง ไอ้ยุ่ง มีไรวะ??" เออ
จะสุขภาพกับน้องหน่อยไม่ได้เลยนะ ไม่มีธุระโทรมาไม่ได้เรอะไง
"แม่อยู่ป่ะ?"แต่เค้าก็ไม่ได้มีธุระกะตัวเองเหมือนกันแหละน่า
อีกอย่างขี้เกียจเถียงกะพี่บ้าด้วย เอาเหอะ
"ไม่อยู่
ไปวัดกะคุณนายข้างบ้านตั้งแต่เช้า" แล้วให้โทรมาบอกทำไมเนี่ย พอโทรมาตัวเองไม่อยู่ซะงั้น
โห่ เปลืองตังค์ชะมัด ถึงแม้ตอนนี้จะใช้โปรถู๊ก ถูกของพี่ส้มอยู่ก็เถอะ
"เหรอ
เออ! งั้นบอกให้ด้วยละกันว่าถึงแล้ว ห้องสวยดี" เสียอย่างเดียว
ไม่ได้นอนกับสวยๆ แต่ต้องมานอนกับผู้ชายตัวอย่างกะควาย
"อืมๆ
ถึงไหนวะ?
โรงแรมหรอ ร้ายนะเรา" เออ
อืม เพื่อ??
"บ้า!
นครนายก มาเที่ยว" พี่กรูมันบ้าสุดๆ คิดได้ไงวะเฮ้ย! อนาจารจริงๆ
"โธ่
ไอ้เราก็นึกว่าน้องเราฝีมือพัฒนา จีบหญิงติด ถึงขนาดพาเข้าโรงแรมได้" นี่
พี่กำลังดูถูดผมอยู่ป่าวเนี่ย โธ่ ถ้าจับติดขนาดพาเข้าโรงแรมได้ กระผมไม่โทรมารายงายเสด็จแม่
แล้วมานั่งเถียงกับพระอนุชาให้เสียเวลาหรอก เชอะ..
"เรื่องแบบนี้
มีแต่พี่เท่านั้นนะน่ะที่คิดได้" ผมยิ้มขำ พี่คิมชอบทำหน้าซื่อ
แต่ความคิดนี่ร้ายสุดๆ หลอกฟันหญิงเป็นว่าเล่น แถมแต่ละคนก็ยินยอมพร้อมใจด้วยนี่สิ
อิจฉา เว่ยเฮ้ย
"ไอ้น้องเอ้ย!
เกิดมาเป็นชาย ไม่ทำเรื่องพรรค์นั้น ก็เสียชาติเกิดสิ" คร๊าบ.. ระวังซักวันจะมีเด็กมากดกริ่งหน้าบ้าน
เรียกเฮียว่าป๊ะป๊าล่ะ แต่ประโยคนี้ได้แต่คิดนะครับ ถ้าพูดไปอาจโดนตามฆ่าถึงที่โทษฐานไม่เป็นมงคลได้
พี่ครับ
ผมนี่แหละอาจจะต้องเสียชาติเกิด โดนเพื่อนแต๊ะอั๋งทุกวัน คิดแล้วเศร้า ชีวิตรันทด
ผมคุยเล่นกับพี่ชายคนรองต่อไป
วันนี้พี่บ้ามันอารมณ์ดีจัด ชวนคุยไม่หยุดเลย สงสัยจะจีบผู้หญิงรายที่ ๙๘ ติด
"แล้วอย่าลืม..."
เสียงจากโทรศัพท์มือถือเครื่องสีเงินขาดหายไป เพราะถูกดึงออกจากมือไป
"เฮ้ย!!
ทำไรวะ เอาคืนมา" ไอ้ตัวต้นเหตุมันยืนทำหน้ายักษ์ตัวเปียกอยู่เหนือหัวผม แถมกดตัดสายต่อหน้าต่อตา
เปลืองตังค์นะเว่ย ยังคุยได้ไม่ถึงชม.เลย
"เมิงคุยกะใคร"
เสียงต่ำออกมาจากปากไอ้หน้าตาดีที่ตีหน้าแยกเขี้ยว เตรียมงับหัวผม
สงสัยหมามันหลุดออกจากปากมาสิงตัวซะแล้ว
"อะไรของเมิงวะ
กรูบอกให้เอามา สาด" ผมลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์ที่อยู่ในมือมัน แต่มันก็ยกหลบ
ระวังหล่นนะเว่ย ของมันแพง
"กรูถามว่าคุยกับใคร"
แล้วนี่เมิงขู่ก็ทำไมวะ ตัวก็ใหญ่กว่ากรู เอี้ย!! คิดว่ากลัวหร๋อ??
"คุยกับใครมันก็เรื่องของกรู
เอาคืนมา!" ผมกระโดดเอื้อมมือ อึ๊บๆ
วูบ! ตัวหล่นวูบ ใจเสียววาบ
เอวผมโดนรวบดึงเข้าหาตัวมัน แล้วมันก็ล้มตัวดันให้ผมนอนราบกับที่นอน ..นี่มันไม่ได้พล๊อตนิยายนะเว่ย แย่งของกันก่อนนางเอกจะโดนทับแล้วเสียตัว(ตรูด)
ให้กับพระเอกเนี่ย.. ฮ์อๆ
"โอ๊ยๆ
ออกไป!! หนัก!! แอ่ก" ผมดิ้นไปมา จุกไปหมด เวรเอ้ย! ทับอยู่ทำไมวะ
ตัวกรูยิ่งเล็กๆ(กว่าควาย)อยู่
"กรูถามว่าเมิงคุยกับใครอยู่!"
ตะคอกถามกรูทำมายยยยยย กรูไม่กลัวเมิงหรอก เฮือก! หายใจไม่ออก!!
"ค..คุยกับพ...พี่!"
เสียงหมด ขาดอากาศ ไอ้เวร จะฆ่ากรูเรอะ! ไม่ได้กลัวมันนะถึงตอบออกไปเนี่ย แต่กลัวว่าอาจจะขาดอากาศหายใจเพราะมันเนี่ยดิ
"พี่ไหน!"
พี่ชายพ่อกรูมั้ง สาดเอ้ย!
"พ..พี่คิม
พี่กรูเอง! ลุกที กรูจะตายแล้ว หายใจไม่ออก" ท้ายประโยคแผ่วเบา
เพราะปอดขาดก๊าซออกซิเจน แฮ่กๆ
"ก็แค่นั้น"
น้ำหนักที่ทับอยู่ที่ตัวหายไป ผมโค้งตัวไอแรง ทั้งปากทั้งจมูกช่วยกันทำงานหายใจอย่างเต็มที่
น้ำตาไหลพราก ร้ายแรงยิ่งกว่าโดนผีอำ
๓ ชม.ติด
เงามือที่อยู่เหนือร่างตน
ทำให้ผมต้องเหลือบดู โหย! ทำไมไม่เอาออกไปให้มันหมดๆวะ!
"ล..ลุก!"
ผมเอามือดันมันทั้งๆที่ยังไอโคลกอยู่พลางยันตัวเองขึ้นนั่ง ปุ! ผมหล่นลงมาที่เดิม
เพราะไอ้บ้านี่มันดันผมกลับลงมา
"อะไร!"
ผมถลึงตาใส่มัน เอามือดันมันทั้งสองข้าง
"อืม...กรูรู้แล้วว่าเราจะไปทำอะไรกันดี"
มันยิ้มอารมณ์ดี ทำไมมันดูเจ้าเล่ห์จังวะ!! หรือว่า!
To Be Continued
***************************************************************************************************************
จบตอนนี้ซักที ขอบคุณที่คอยติดตามนะคะ ลงช้าหน่อย
แต่รับลองมาลงแน่ๆค่ะ เพราะไม่อยากให้โฟกะเวลเหงาเหมือนกัน ฮ่าๆ
ทายสิเสียงใครเอ่ย??
ตอนนี้ก็มีตัวละครเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว ใครอยากรู้ว่าตัวละคนตัวนี้จะมีบทบาทกับโฟกับเวลขนาดไหน ก็อย่าลืมติดตามนะคะ
..ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปเพื่อนๆทิ้งเมลไว้ใ้ห้หน่อยได้ไม่คะ อยากคุยด้วยอ่ะค่ะ (เผื่อใครอยากตามจิกให้มาลงไวๆ ฮ่าๆ)