Only One In My Life
posted on 02 Jan 2008 20:52 by daifuku in ShortFictionOnly One In My Life
Pairing : Yuichi X Tatsuya
คุณเคยมีความฝันมั้ยครับ?? ผมคนนึงล่ะที่มีความฝัน ผมฝันมาตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้วครับว่า.. อยากจะมีอะไรกับคนที่ผมรักตั้งแต่ขั้นA-Zภายในวันเดียว ถึงแม้วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้หายใจก็ตาม แต่..จนถึงทุกวันนี้ผมยังไม่มีโอกาสเลย ผมก็เลยต้องพูดกับตัวเองว่า..’วันเกิดของเค้าปีนี้แหละที่จะเป็นวันที่ผมจะเผด็จศึกคนที่ผมรักจริงๆซักที’ ...แล้วคำพูดนี้ผมก็พูดมันมาเป็นเวลาสามปีแล้วเหมือนกัน แต่ผมสาบานครับว่าปีนี้ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ขอให้ผม นากามารุ ยูอิจิ คนนี้จมูกเล็กกว่าเดิมเลย...
“เย้~~ซ้อมเสร็จแล้ว กลับบ้านๆ ..อ้า~~ยูจัง อยากกินเค้กอ่ะ พาไปกินหน่อยสิ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับมือเล็กที่ยื่นมาเกาะเกี่ยวพัวพันราวกับต้นองุ่น ที่บทจะหวานก็หวานชุ่มฉ่ำจนคนกินเคลิ้ม แต่บทจะเปรี้ยว ก็เปรี้ยวแบบฉุดไม่อยู่ อยากรู้นักว่า ภายในริมฝีปากคู่นั้นจะมีรสอะไรรอให้ผมชิมกันแน่.. ผมหันไปมองคนหน้าหวานข้างกายพร้อมกับรอยยิ้มเล็กบนใบหน้า..
“ไปสิ..” คำเดียวสั้นๆง่ายๆได้ใจความ แต่กลับทำให้ร่างเล็กกะโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ อะไรจะน่ารักขนาดนี้นะ ‘อุเอดะ ทัตซึยะ’
“ย..” ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงดีใจจากใครหลายๆคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมก็รีบหันไปส่งสายตาอาฆาตอย่างรวดเร็วให้พวกนั้นรู้ว่า ’ใครไปด้วยตาย!!!’
“ย..อย่างั้นพวกเรากลับก่อนน้า~~” เสียงไอ้เต่าน้องรักที่มันพอจะสื่อภาษาคนกับผมรู้เรื่องรีบขอตัวกลับก่อนอย่างคนรู้หน้าที่
“..โด่เอ้ย~ หมีแก่หวังกินลาอ่อนต่อโลก มาสองปีแล้ว ยังไม่ละความพยายาม สุดท้ายมันก็เป็นแต่ไอ้แค่ไอ้หมีจมูกโตขี้ป๊อดล่ะว้า~~” ฉึก..ฉึก..ฉึก.. โอ้ย!! ผมแทบกระอักเลือดกับประโยคเด็ดของไอ้จินมัน ‘เออ..กุมันไม่กล้า กุถึงจะมาเผด็จศึกวันเกิดปีนี้ไงโว้ย!!!’ ..แต่มันเป็นได้แค่ความคิดแหละครับ ปากมันไม่กล้า เด๋วจะโดนลาน้อยถวายแหวนโดยไม่รู้ตัว(หนุมานถวายแหวน)
“..ไอ้จิน ถ้าเมิงจะพูดแบบนี้เมิงมาต่อยกับกุเลยดีกว่าจะเอาหกยกแบบมวยสมัครเล่น หรือสิบสองยกเต็มพิกัดเมิงก็เข้ามาเลย” พูดจบก็ตั้งท่าบั่นเศียรทศกัณฑ์ตามที่ที่(ถูกขี้ตู่ว่า)รักผมเคยสอนมาทันที อ๊ะๆ..อย่าเข้าใจผิดนะครับ ความจริงแล้วผมไม่ใช่พวกชอบท้าตีท้าต่อยนะ ปกติแล้วผมเป็นคนใจดีและอ่อนโยนมากๆ แต่ยกเว้นกับไอ้หมูอ้วนนี่เท่านั้นที่ผมยอมปล่อยมันมีชีวิตอยู่แบบหมูปากหมาแบบสบายๆไม่ได้
“โธ่..รู้ๆอยู่ว่าชั้นอ่ะลูกศิษย์โทนี่ จา แก่ๆอย่างนายอ่ะ อย่ามาตั้งท่าให้เสียเวลาเลย เดี๋ยวหัวเข่าจะเคล็ดซะเปล่าๆ” ดู๊..ดูมันพูด คำก็แก่..สองคำก็แก่
“โธ่..ไอ้อ้วนเอ้ย แกดีตายล่ะ ถ้าจา พนมเค้ารับแกเป็นลูกศิษย์ก็สงสารคนที่แกไปเหยียบเค้าละวะ ขาคงหักเป็นแถบๆ” ฉันก็สู้คนนะ..ฉันก็สู้คน..ฉันก็สู้คนนะคะ.. รู้สึกเพลงของนักร้องสาวนิโคล เทริโอ จะลอยอยู่เต็มหัวผมเลยครับ ผมอมยิ้มเล็กน้อยให้กับชัยชนะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ ไม่พูดจาตอบโต้อีก.... แต่รู้สึกมันเย็นกระดูกสันหลังแปลกๆแฮะ??
“จะเลิกเล่นกันได้ยัง ถ้ายังจะเล่นกันต่อชั้นจะได้กลับบ้าน..” โอ้..ว่าแล้วว่ามันมีอะไรแปลกๆถึงหยุดปากหมาๆของคนรูปร่างหมูๆที่อยู่ตรงหน้าผมลงได้ ..ที่แท้ก็ท่าทางหน้าตาที่ชวนดึงดูดเพศเดียวกันของคนร่างบางที่บัดนี้กำลังจะกลายร่างเป็นหนุมานมาถวายแหวนผมจากข้างหลังจริงๆ ถ้าหากผมยังไม่หยุดเรื่องทะเลาะวิวาทในตอนนี้ ..แต่ไม่เป็นไรนะจ๊ะเดี๋ยวถ้าตัวเองเป็นหนุมานเดี๋ยวเค้าจะกลายร่างเป็นซุน หงอคงให้..เราจะได้เป็นลิงอยู่คู่กันไงจ๊ะ.. ก็ได้แต่คิดอีกแล้วครับ เพราะผมยังไม่อยากตายตั้งแต่ที่ยังไม่ได้มีอะไรกับร่างสวยตรงหน้านี่แม้แต่ครั้งเดียว..
“ไปจ๊ะ.. ไปแล้วๆ” ผมรีบหันไปเอามือโอบไหล่ร่างสวยทันที แต่ความแค้นของผมมันยังอยู่ครับ ผมก็เลยทำได้แค่หันมาแลบลิ้น ปลิ้นตาให้ไอ้อ้วนที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างหลังให้เป็นการส่งท้ายเท่านั้น แล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ครับ.. ไอ้จินมันก็มีมือมีตีนเหมือนกัน มันคงไม่ยอมให้ผมแลบลิ้นหลอกมันเป็นสัมภเวสีฝ่ายเดียวหรอกครับ แล้วมันก็ไม่ได้ทำแค่ แลบลิ้นแข่งกับผมด้วย มันส่งลูกแถมให้ผมโดยการหันก้นอวบๆมาทางผม ใช้มือตบเบาๆประมาณสอง สามที เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ฝ่าเท้าขนาด 27 เซนต์ ของผมเข้าไปประทับวัดรอยเท้า..ฝากไว้ก่อนนะเมิง
“ไปกันเถอะทัตจัง..” ผมทำท่าฮึดฮัดได้สอง สามทีก็โอบไหล่ทัตจังเดินออกไปจากที่ๆมีไอ้จินอยู่ทันที
หลังจากค่อยๆเดินชมนก ชมไม้กับทัตจังมาเป็นเวลาพอสมควร ก็ได้เวลาแล้วที่ผมจะเริ่มปล่อยหูแหลมๆ กับหางออกมาเผชิญโลกภายนอก
“ทัตจังดูนั่นสิ.. เหมือนโซระจังของไอ้คิเลย” ผมพูดไปงั้นแหละครับ หมง หมา ที่ไหนมันจะดูดีเท่าที่รักไอ้คิ ไม่มีแล้วครับ ในโลกนี้น่ะ..
“ไหน..ไหน..อยู่ไหนอ่ะยูจัง...” ร่างเล็กพยายามชะโงกหน้าไปตามมือที่ผมชี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ’ฮั๊ดช่า~ เข้าแผนยูอิจิผู้อัจฉริยะล่ะคราวนี้’ เมื่อเห็นอย่างงั้นผมก็รีบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทันที แล้วก็หลับตา รอเวลา..รอเวลา..รอเวลา.. ทำไมมันนานจังวะ ผมค่อยๆหรี่ตาขึ้นดูด้วยความประหลาดใจว่าเมื่อไหร่ริมฝีปากนุ่มๆของทัตจังจะหันหน้ากลับมาประทับลงบนแก้มอันเนียนนุ่มของผมซักที
“ยูจัง...มาดูนี่สิ เหมือนโซระจังจริงๆด้วย” ..เฮ้ย!! มีจริงๆหรอเนี่ย เค้าแค่เมคขึ้นเฉยๆเองน้า~ แล้วทัตจังที่ไม่ยอมหันมาให้เข้าแผนยูอิจิผู้อัจฉริยะ ก็วิ่งโร่ไปเล่นกับน้องหมาซะแล้ว ฮือ~~ ..ผมเศร้าได้ประมาณสามวิฯ ก็รีบตั้งสติ ก่อนจะลากร่างบางเดินต่อทันที แม้ในใจอยากจะถามแทบขาดใจว่า ‘ผมกับหมาอะไรสำคัญกว่า??’ ขนาดไหนก็เถอะ แต่กลัวคำตอบเหลือเกิน ..ฮือ~~ ยูอิจิช็อค!!!!
“ยูจัง กินไรอ่ะ” เสียงร่างบางถามผมพร้อมพยายามชะโงกมาดูเมนูเล่มตรงหน้าผมราวกับเมนูเล่มตรงหน้าผมจะมีอะไรแตกต่างจากเล่มที่อยู่ในมือตัวเองยังไงอย่างงั้น ..เอ๊ะ!! หรือว่าร่างบางตรงหน้านี่ต้องการให้ผมได้กลิ่นหอมอ่อนจากไรผมของตัวเองกันแน่นะ?? ผมสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วก็ก้มลงมองเมนูเพื่อหาอะไรทานแก้โรควิตกจริต ...โอย~นี่มันเมนูอะไรกันเนี่ย??
‘ ช็อคโลก!! ลาล้านท่า ในป่ามืด ท่าเด็ดสตอเบอรี่ออนอูเอดะเชพเพิ่มวิปครีม..ยูเจอทีวาย!!!’ โอ้!!! พระเจ้าบอกผมที นี่ผมอยู่ร้านเค้กจริงๆใช่มั้ยเนี่ย หรือว่าร้านนี้แอบขายหนังเอวีโดยใช้ร้านเค้กบังหน้ากันแน่เนี่ย?? เมนูอะไรกันเนี่ย?? ไม่ว่าจะอ่านยังไงก็เป็นโฆษณาของหนังเอวีชัดๆ แถมหนังเรื่องนี้ยังแสดงนำโดย อูเอดะ ทัตซึยะ อีกต่างหาก ..ทำไมถึงทำกับยูด๊าย~~ ยูขอเป็นคนแรกของทัตจังไม่ได้หรอจ๊ะ ทำไมทัตจังต้องไปทำงานแบบนี้ด้วย ถ้าไม่มีตังค์บอกป๋าสิ เดี๋ยวป๋าเลี้ยงหนูเอง ขาวๆ เอ๊าะๆ อ้อนเก่งๆอย่างเนี้ย ป๋าชอบ~~~
“ยูจังงงงงงง ..สั่งซักทีสิ” ‘ก็เมนูมันเป็นอย่างนี้จะให้ป๋าสั่งอะไรล่ะครับหนูน้อย’ ผมล่ะ อยากจะพูดอย่างนี้จริงๆเลย ..แล้วมือบางน่ากัดนั่นก็ยื่นมาจิ้มๆที่เมนูผม
“ชอคโกบานาน่าอร่อยน้า ไม่ๆๆอย่างยูจังน่าจะเหมาะกับแบล็คฟอเรสมากกว่า แต่ชั้นชอบสตอเบอรี้ชีสเค้กน้า~ หรือยูจังจะกินเป็นบลูเบอรี่เชค เพิ่มวิปครีมด้วยนะ อร๊อย อร่อย อ๊ะๆ แต่บลูเบอรี่พายที่นี่ถ้าได้กินก็เหมือนได้ขึ้นสววรค์เลยล่ะ...” ร่างบางร่ายยาวถึงรายการอาหารในเมนูเหมือนเจ้าของร้านมาเอง โฆษณาหนังเอวีที่ผมอ่านไปเมื่อกี้หายวับกับตาเหลือแต่เพียงเมนูของหวานธรรมดาเท่านั้น ..โธ่~นึกว่าจะมีของดีให้ดูจริงๆ
“ทัตจังว่ายูเหมาะจะกินอะไรก็สั่งมาเถอะ” ผมยิ้มให้กับร่างบางก่อนจะหันไปแอบทำหน้าเศร้าที่อดดูหนังเอวีที่ทัตจังแสดงนำต่อไป แต่ก็ยังไม่วายแอบหันไปมองหน้าร่างบางที่คิดอย่างเอาเป็นเอาตายอย่างกับว่านี่เป็นข้อสอบเอนทรานส์ ประมานนั้น.. น่ารักอ่ะ
“อือ..อย่างว่าอ่ะนะ ยูจังไม่เหมาะกับเค้กซะอย่าง งั้นเอากาแฟดำที่นึงครับ” ผมยิ้มเล็กน้อยให้กับรายการอาหารที่ทัตจังสั่งให้ ขอย้ำ!! เล็กน้อยจริงๆครับ ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ ทัตจังสั่งอะไรมาผมก็ชอบหมดแหละ แต่คนสวยช่างคิดได้นะครับให้ยูกินกาแฟดำตอนเกือบๆทุ่ม แหมๆคืนนี้คิดจะไม่ให้เค้านอนเลยใช่ม้า~~ คืนนี้จะขอกี่รอบดีน้า?? เอ๊ะ!! แล้วจะรอบละกี่นาทีดีเนี่ย?? อืม~ แล้วจะขอเป็นแฟนตอนไหนดีนะ?? ก่อนหรือหลังเผด็จศึกดี เอ~~ แต่จะระหว่างนั้นก็ดีนะ?? ..หลังจากคิดอะไรได้ไม่นานผมก็ต้องตกตะลึงกับเหล่าเค้กตรงหน้า ถ้าผมจำไม่ผิด นี่มันมาทั้งเมนูเลยนะเนี่ย..
“ท..ทัตจัง สั่งหมดนี่เลยหรอ??” ผมหวังว่าคำตอบคงจะเป็นการปฏิเสธ แต่เคยได้ยินมั้ยครับ ว่าคนกลัวอะไรมักจะเจออย่างนั้น
“อื้อ..ก็มันเลือกไม่ถูกนี่นา ก็เลยสั่งมันหมดเลย” ร่างบางตอบด้วยรอยยิ้ม โธ่ถัง!! ถ้าวันหลังน้องนางทรงตัดสินพระทัยไม่ได้ก็ตรัสถามเสด็จพี่ก่อนสิเพคะ ฮือ~~ วันนี้ผมคงรับรู้ถึงรสชาติกระเป๋าฉีกเหมือนหลายๆวันในรอบปีอีกแล้วครับ ไม่น่าถึงบอกให้พามา พามาทีไรสั่งแบบนี้ทุกที..
“เดี๋ยวก็อ้วนหรอก!!” ขู่ครับ ขู่เข้าไว้ จะได้ให้สั่งพนักงานเก็บคืนไป แน่นอนว่าร้านอาหารคงไม่มีป้ายบอกว่า ’ซื้อแล้วไม่รับคืนค่ะ’ ติดอยู่แน่นอน 55+
“ไม่เป็นไรหรอก..นานๆกินที” ‘อีกอย่างยูเลี้ยงด้วย’ คงจะคิดแบบนี้อยู่ในใจใช่มะ?? เออ..ไม่กลัวก็ไม่กลัว เดี๋ยวคืนนี้ยูพาออกกำลังกายเองก็ได้ ออกกำลังกายในร่มไม่ต้องกลัวแดด..
“กาแฟดำค่ะ” แล้วอาหารของผมก็มา ผมอยากจะถามพนักงานสาวเหลือเกินว่า ‘ขอเปลี่ยนเป็นช้างกระทืบโลงได้มั้ย?? คืนนี้มันยังอีกยาวไกล’ แต่พนักงานก็ไปซะแล้ว ผมเลยได้แต่นั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆพลางมองคนร่างบางตรงหน้ากินเค้กตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ราวกับผมที่ได้กินคนตรงหน้ายังไงอย่างนั้น
“อ..อ้า...” ผมนั่งมองไปเพลินแล้วอยู่ก็มีราชรถมาเกย.. เอ้ย!! ไม่ใช่ ส้อมครับส้อม สตอเบอรี่ลูกโตบนช้อนในมือของร่างบางมาจ่อปากผมอยู่ไม่ถึงสองมิล
“..กินเร็วๆซี่ อุตส่าห์สละสตอเบอรี่ของโปรดให้เชียวนะ” ร่างบางเร่งเร้า พลางเอาส้อมเข้ามาชิดปากของผมเข้าไปอีกจนผมเกรงว่าส้อมมันจะจิ้มปากผมจนห้อยหนักกว่าเดิม เลยต้องรีบอ้าปากรับสตอเบอรี่ลูกโตนั้นมาไว้ในปากทันที ...อื้ม~ เปรี้ยวจัง อยากให้ร่างบางใช้ปากป้อนมากกว่าช้อนแฮะ.. ไม่เป็นไรแค่ได้จูบทางอ้อมจากช้อนก็พอใจและ
“ฮ้า~~ อิ่มจัง” ร่างบางร้องออกมาเสียงดังหลังจากผมจ่ายตังค์ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดไป แล้วจูงมือเดินมายืนอยู่หน้าร้านเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย ก่อนจะค่อยๆพาร่างบางเดินฝ่าความมืดเพื่อไปส่งที่บ้านทันที ระหว่างทางนั้นผมก็ค่อยชวนคุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อย ..แต่ใจผมน่ะสิครับมันไปถึงเตียงนอนที่บ้านอูเอดะเรียบร้อยแล้ว โอ้ย!! เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย ทำไมมันไกลจัง ผมบ่นในใจไปเรื่อยจนถึงหน้าบ้าน
“ราตรีสวัสดิ์นะทัตจัง..” ผมขยี้หัวทุยๆของร่างตรงหน้าเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนค่อยๆหันไปอีกทางก้าวเท้าอย่างสโลโมชั่น เพื่อรอที่จะได้ยินคำว่า ‘ยูจัง..ดึกแล้วค้างที่นี่สิ’ ผมเดินช้าลง..ช้าลง..และช้าลง ทำไมไม่เรียกซักทีฟระ ผมเลยหันหน้าไปเองหวังจะขอนอนด้วย ใครจะว่าหน้าด้านก็ช่าง กุจะนอนซะอย่างอ่ะมีไรมั้ย?? แต่ภาพที่ผมหันไปเห็นก็คือ..????เต็มหน้าทัตจังเลยครับ ทำให้ผมต้องรับเดินกลับไปหน้าร่างบางอีกครั้ง
“ทัตจังทำไมทำหน้างั้นอ่ะ” ผมขยี้หัวด้วยความเอ็นดูอีกครั้ง..ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้นะ
“ทำไมวันนี้ยูจังถึงกลับบ้านอ่ะ ดึกแล้วนะ ปกติจะขอนอนด้วยกันไม่ใช่หรอ?? คืนนี้จะให้เรานอนคนเดียวหรอ??” ตอนนี้ผมกำลังอ่อนปวกเปียกไปกับใบหน้าเศร้าๆของคนที่ผมรักแล้วล่ะครับ ผมก็เลยยิ้มให้หนึ่งทีแล้วก็โอบไหล่บางเข้าบ้านทันที ..ตอนนี้ยอมอ่อนให้หรอกนะ ส่วนคืนนี้อ่ะ ยูจังจะทำให้ทัตจังอ่อนอยู่ในอ้อมกอดของยูทั้งคืนเลย
หลังจากเข้าบ้านมาทัตจังก็เข้าไปอาบน้ำ.. นาน~~~มาก จนผมตื่นจากการหลับรอบที่สามก็เจอใบหน้าขาวอยู่ตรงหน้าผมแค่คืบซะแล้ว ..เย็นไว้ยู..เย็นไว้ คืนนี้ยังอีกยาวไกล ..พอตั้งสติได้ผมก็กระเด้งตัวขึ้นไปอาบน้ำทันที แต่ผมไม่เหมือนทัตจังหรอกนะครับที่อาบน้ำนาน ผมอ่ะอาบห้านาทีก็เสร็จแล้ว
“ยูจังอาบเร็วจัง สะอาดรึป่าวเนี่ย??” ผมยิ้มให้เป็นคำตอบ ‘อยากรู้ทำไมไม่เข้าไปช่วยยูอาบล่ะจ๊ะ??’ ผมคิดยิ้มๆ
จากนั้นเราก็นั่งคุยกันไปซักพักก่อนที่ทัตจังจะหาวง่วงนอน ผมก็เลยรีบดับไฟ แล้วก็หันไปลูบผมให้จะได้หลับได้สบายๆ..
“ทัตจัง..ทัตจัง..” ผมเรียกร่างบางตรงหน้าเบาๆเพื่อพิสูจน์ว่าร่างบางหลับไปแล้วจริงๆ ‘ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลยที่ท่านเรียกค่ะ’ หลังจากแน่ใจผมก็ดำเนินแผนการขั้นแรกเลยครับ ผมค่อยๆก้มลงไปประทับริมฝีปากอิ่มของร่างบางเบาๆแล้วค่อยๆเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มมีปฏิกริยาจากร่างบาง ผมเลยจำเป็นต้องละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย
“อ..อือ..ยูจัง” ‘เรียกอีกซิจ๊ะที่รัก..เรียกอีก..เรียกบ่อยๆเลย’ เสียงแหบๆจากคนที่เพิ่งถูกรบกวนจากการนอนอันแสนสุขทำให้ผมอดไม่ได้ที่อยากจะได้ยินมันอีกหลายๆครั้ง แต่การหลงระเริงไปกับเสียงอันน่าหลงใหลนั้นได้ไม่นานผมก็เริ่มแผนสองทันที ผมมองหน้าร่างบางที่เริ่มมีสติก่อนจะกดจูบลงที่ริมฝีปากร่างบางอีกครั้งก่อนจะใช้วิชามารดูดวิญญาณที่ศึกษามาจากเขาเหลียงซานมาใช้กวาดชิมรสชาติที่ผมสงสัยมานานมาจะหวานหรือเปรี้ยวกันแน่ แต่ป๊าครับ ม๊าครับ ผมรู้แล้วครับว่าจูบของร่างบางตรงหน้าผมนี้หวานขนาดไหน แต่ผมรู้สึกปล่าวเปลี่ยวยังไงก็ไม่รู้ที่ไม่มีปฏิกริยาตอบรับจากร่างบางตรงหน้าเลย
“อ..อื๊อ...” ‘พระเจ้าครับ ผมแค่คิดเล่นๆไม่ต้องให้ร่างบางปฏิเสธผมเร็วขนาดนี้ก้ได้ครับ’ ร่างบางออกแรงดิ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ให้ผมละริมฝีปากห้อยๆของผมออกไป ผมก็เป็นคนดีพอที่จะไม่ฝืนใจใครนะครับ ....ถ้าไม่จำเป็น
“ย..ยูทำอะไรอ่ะ??” ผมละสายตาจากริมฝีปากอิ่มมาจ้องหน้าร่างบางตรงหน้าที่ขณะนี้แดงมาก แถมยังมีสีหน้าตื่นตระหนก จนผมเริ่มรู้สึกได้ว่าร่างตรงหน้าเริ่มสั่น ..ทำไงดีวะ จะโดนเกลียดป่าวเนี่ย?? เค้ายังทำไมถึงZเลยน้า อย่าเพิ่งซิ.. เอาวะไงๆคนเราก็มีแค่ชีวิตเดียวขอเถอะ คงไม่โดนอัปเปอร์คัตกลางอากาศหรอกมั้งถ้าหากจะขอพูดอะไรไปตรงๆ
“ทัตจังเป็นแฟนกับยูจังนะ ยูจังรักทัตจังมากเลย ขาดไม่ได้เลยด้วย..” ผมจ้องตาร่างบางเพื่อให้รู้ว่าผมจริงจังกับเรื่องนี้ขนาดไหน ถึงแม้ในใจจะอยากหลับตาปี๋รับกำปั้นลุ่นๆที่คงจะมากระทบหน้าผมภายในไม่ถึงสิบวินี้
“ต..แต่ยูไม่เคยบอก” ‘ก็บอกอยู่นี่ไงล่ะน้องสาวคนสวย ไม่ได้ฟังพี่พูดเลยหรือไงนะ’ ผมจ้องตาให้ลึกขึ้น(เอาให้ถึงลำไส้ใหญ่) แล้วยิ้มเพื่อให้ทัตจังได้รู้ว่าผมพูดจริงๆ
“นะครับ..เป็นแฟนกับยูจังนะ” ผมยิ้มพร้อมกับใช้แขนคล้องคอทัตจังมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนที่จะผมจะได้รับคำตอบจากทัตจังที่ตอบอย่างเขินอายเหมือนนางเอกในละครที่มีผู้ชายมาสารภาพใต้ต้นซากุระ โดยการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย แต่คำตอบนั้นกลับทำให้ผมยิ้มจะปากแทบหายห้อยในทันที
“รักทัตจังที่สุดเลย” ผมก้มลงหอมแก้มทัตจังหนึ่งฟอดแรงๆ ก่อนจะมองตาทัตจังจนพอเยิ้มแล้วก้มลงจูบทัตจังอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างกับครั้งแรกจูบนี้มีแต่ความรัก ความอ่อนโยนและความหอมหวานที่มอบให้แก่กัน และหลังจากที่เราแลกเปลี่ยนจูบกันมานานผมก็หาโอกาสที่จะสอดแทรกลิ้นอุ่นของผมเข้าสู่โพรงปากร่างบางอีกครั้งแล้วครั้งนี้เหมือนสวรรค์จะได้ฟังคำขอร้องของผมในตอนแรก ครั้งนี้ร่างบางกลับส่งลิ้นอุ่นมาตอบรับการจูบของผม แต่ผมไม่ยอมให้ความอุ่นนั้นมาชนะผมหรอกครับ ผมก็เลยงัดวิทยายุทธ์ที่ฝึกมาจากเทือกเขาหิมาลัยมาใช้ หลังจากแลกเปลี่ยนความหวานกันอยู่นานผมก็เริ่มรู้สึกถึงร่างบางที่อ่อนปวกเปียกราวกับกล้วยบวดชีไปซะแล้ว ผมก็เลยต้องละริมฝีปากออกมาซะก่อนที่ร่างในอ้อมกอดของผมจะขาดอากาศหายใจไป
“อ..อื้อ...ยูจังบ้า..เค้าเกือบตายแล้วนะ” แน่ะยังมาว่าเค้าอีก เดี๋ยวปั๊ดขออีกรอบเลย
“อะไรกันทีนายน่ารักเป็นบ้า..น่าฟัดเป็นบ้า..น่าจับกดเป็นบ้า..ฉันยังไม่ว่านายซักคำ” ฉ่า~ เอ๋ทำไมผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมูกะทะกันนะ อ่อ..ที่แท้ก็เสียงจากทัตจังนี่เอง หน้าแดงซะจนมองแทบไม่ออกเลยว่าเคยมีใบหน้าเป็นสีขาวราวไข่มุก ผมยิ้มให้ผลงานของตนเองซักพักก็เริ่มขั้นต่อไปจากที่ค้างคาอยู่ทันที มืออีกข้างที่เคยยันเตียงก็เริ่มซุกซนไปแกะกระดุมเสื้อนอนอย่างรวดเร็วตามที่ได้ฝึกมาเป็นเวลาสามปีเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะ ปากที่เคยสัมผัสก็เริ่มไล้ลงมาตามซอกคอขาว ไล้ปลายลิ้นไล่วนบริเวณยอดอกเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางสะดุ้งเล่น จากนั้นมือของผมที่ว่างจากการแกะกระดุมก็เริ่มไล้ลงไปเล่นกับส่วนอ่อนไหวของร่างบางทันที
“อ..อื้อ..ยูจังไม่เอา..ง่วงนอน” อย่าหวังให้ใจอ่อนเลย เดี๋ยวก็ได้นอนเองแหละ แต่หลังจากการออกกำลังกายคืนนี้ก่อนนะ55+ ผมใช้มือทั้งสองข้างร่นกางเกงนอนเนื้อดีของร่างบางไปสู่ปลายเท้าอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้ริมฝีปากที่ไล่มาถึงเข้าครอบครองจุดอ่อนไหวที่เริ่มตื่นตัวอย่างอ่อนโยน
“อ..อา..ไม่เอา ยูจัง...อ๊า..” ผมค่อยๆเลื่อนริมฝีปากเข้าออกช้าๆก่อนที่จะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
“..อ๊า....ยูจัง” เสียงร้องหวานหูของร่างบางเป็นชนวนอย่างดีที่จะทำให้ผมตายเอาง่ายๆ ผมเร่งจังหวะขึ้นไปเรื่อยๆจนรู้สึกถึงการกระตุกเกร็งของร่างบางก่อนที่จะปล่อยของเหลวฝื่นให้ผมได้กลืนลงไปอย่างไม่นึกรังเกียจ ก่อนที่ผมจะใช้นิ้วปาดของเหลวนั้น เพื่อใช้เปิดทางเข้าสู่ร่างบาง
“..อ...ยูจัง อ๊า..ไม่เอานะ ..อื้อ..จะ..เจ็บ..” โธ่~อย่าเพิ่งร้องเจ็บตอนนี้ซิจ๊ะหนูน้อย ป๋ายังไม่ได้ปลดปล่อยเลย ..ผมค่อยๆเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม เพื่อให้ร่างกายของร่างบางปรับตัวก่อนที่จะรับขนาดที่ใหญ่กว่านี้เข้าไปโดยที่ไม่เจ็บมากนัก
“..ยู..พอแล้ว...อ้า... เรา..อ..อือ..เจ็บ..” ขอโทษนะทัตจัง ยูทนไม่ได้จริงๆ ผมรอซักพักเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มปรับสภาพได้จึงค่อยๆเอานิ้วออกแล้วใส่แก่นกายของตนเองเข้าไปแทน แต่เข้าไปได้เพียงครึ่งทาง ผมกลับพบกับหยาดน้ำใสๆที่ไหลลงจากหางตาของร่างบาง... ผมจึงหยุดการเดินทาง เพื่อหันไปปลอบประโลมร่างบางและเพื่อให้ร่างบางปรับตัวรับขนาดของผมด้วย
“ทัตจัง ยูขอโทษ แต่ยูหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ยูรักทัตจังนะ” ผมก้มลงไปจูบซับน้ำตาเพื่อหวังให้ร่างบางผ่อนคลายความเจ็บแล้วผมก็ใช้วิชามารที่ศึกษามาจากหนังสือ(โป๊)โดยการก้มลงไปจูบร่างบางอย่างอ่อนโยน ช้าๆ แต่เนิ่นนาน เพื่อให้ร่างกายของร่างบางมีความผ่อนคลายและสามารถเข้าไปง่ายขึ้น เมื่อร่างบางเริ่มคุ้นเคยผมก็เริ่มเดินทางต่อทันที
“อ...อื้อ....” ร่างบางครางเบาๆหลังจากที่ผมพยายามมุดยูน้อยของตัวเองเข้าไปจะสุด ..โอย มัยช่างอบอุ่นและคับแน่นจนยูอยากจะมุดเข้าไปทั้งตัวจริงๆเลยทัตจัง
“ยูขอและนะ..” ผมกระซิบข้างหูร่างบางเบาๆ จากนั้นก็เริ่มขยับตัวเองทันที
“..อ...อ้า....”เสียงครางของร่างบางนั้นทำให้ผมแทบขาดใจ เริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ รู้สึกหน้ามืดตาลาย จนพอรู้ตัวอีกทีก็เร่งสปีดเต็มพิกัดซะแล้ว
“อ..อื้อ..” ผมครางออกมาเบาๆก่อนจะกระตุกเกร็งปล่อยของตัวเองเข้าสู่ร่างบางแบบหมดไส้ หมดพุง หมดม้าม หมดตับ
“รักนะ..คนรักของยู” ผมจูบที่หน้าผากบางเบาๆเพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้เจ็บ แต่แล้วผมกลับรู้สึกถึงแรงกระชากที่คอ ตามด้วยความรู้สึกนิ่มๆที่ริมฝีปากของตนเอง.. โอ้!! พระเจ้า ทัตจังกระชากผมลงมาจูบ อารมณ์ไหนเนี่ย?? หวังว่าคงไม่ขอกดเราหรอกนะ
“ทัตจังก็รักยูนะ” โอ้...รอดตัว แต่..ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะได้รับคำสารภาพรักที่หวานขนาดนี้มาก่อนเลยครับ หวานสุดๆ
“อ..อื้อ..” ผมยิ้มรับการคำสารภาพนั้นก่อนจะถอดกายออกอย่างอ่อนโยน แล้วล้มตัวลงนอนข้างร่างบาง แล้วก็ไม่ลืมที่จะดึงร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดด้วย
‘เก๊ง..เก๊ง..’
“อ๊ะ!! เที่ยงคืนแล้วทัตจัง สุขสันต์วันเกิดนะครับ” ผมเอื้อมมือไปหยิบกล่องเล็กๆในกระเป๋าซึ่งซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่วันเกิดของร่างบางเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ให้ วันนี้ก็เลยเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะสวมแหวนทองคำขาววงนี้ไว้ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของทัตจังเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของซักที หลังจากที่ต้องส่งสายตาให้คนอื่นว่าทัตจังมี ’s แสดงความเป็นเจ้าของมานาน
“ขอบคุณนะยูจัง มันเป็นของขวัญที่เรารักมากที่สุดในบรรดาของขวัญที่ได้ในวันนี้เลยแหละ” ร่างบางก้มลงไปจูบแหวนทองคำขาวที่ผมเพิ่งสวมให้เพื่อแสดงผมว่า ร่างบางรักและหวงแหนของขวัญขิ้นนี้ขนาดไหน
“ราตรีสวัสดิ์นะครับ..คนรักของยู” ผมบอกลาคนรักเพื่อพาเข้าสู่นิทราโดยการมอบจุมพิตจากเจ้าชายสุดหล่อลงที่หน้าผากของเจ้าหญิงนาม ‘ทัตซึยะ’ ก่อนที่จะได้รับรอยยิ้มเป็นการตอบรับ แล้วพากันเข้าสู่นิทราอันแสนหวานไป
ป๊าครับ ม๊าครับ ความพยายามตลอดสามปีของยูทำสำเร็จแล้วครับ แล้วยูก็รู้แล้วครับว่าเจ้าหญิงของผมนี่หวานขนาดไหน แล้วต่อไปนี้ผมก็จะขอดูแลเจ้าหญิงแสนหวานของผมด้วยความรักทั้งหมดที่ผมมีตลอดไปเลยล่ะ...จบครับ
End