ShortFiction

Only One In My Life

posted on 02 Jan 2008 20:52 by daifuku  in ShortFiction

Only One In My Life

Pairing : Yuichi X Tatsuya

 

คุณเคยมีความฝันมั้ยครับ?? ผมคนนึงล่ะที่มีความฝัน ผมฝันมาตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้วครับว่า.. อยากจะมีอะไรกับคนที่ผมรักตั้งแต่ขั้นA-Zภายในวันเดียว ถึงแม้วันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้หายใจก็ตาม แต่..จนถึงทุกวันนี้ผมยังไม่มีโอกาสเลย ผมก็เลยต้องพูดกับตัวเองว่า..วันเกิดของเค้าปีนี้แหละที่จะเป็นวันที่ผมจะเผด็จศึกคนที่ผมรักจริงๆซักที ...แล้วคำพูดนี้ผมก็พูดมันมาเป็นเวลาสามปีแล้วเหมือนกัน แต่ผมสาบานครับว่าปีนี้ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ขอให้ผม นากามารุ ยูอิจิ คนนี้จมูกเล็กกว่าเดิมเลย...

เย้~~ซ้อมเสร็จแล้ว กลับบ้านๆ ..อ้า~~ยูจัง อยากกินเค้กอ่ะ พาไปกินหน่อยสิ เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับมือเล็กที่ยื่นมาเกาะเกี่ยวพัวพันราวกับต้นองุ่น ที่บทจะหวานก็หวานชุ่มฉ่ำจนคนกินเคลิ้ม แต่บทจะเปรี้ยว ก็เปรี้ยวแบบฉุดไม่อยู่ อยากรู้นักว่า ภายในริมฝีปากคู่นั้นจะมีรสอะไรรอให้ผมชิมกันแน่.. ผมหันไปมองคนหน้าหวานข้างกายพร้อมกับรอยยิ้มเล็กบนใบหน้า..

ไปสิ.. คำเดียวสั้นๆง่ายๆได้ใจความ แต่กลับทำให้ร่างเล็กกะโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ อะไรจะน่ารักขนาดนี้นะ อุเอดะ ทัตซึยะ

ย.. ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงดีใจจากใครหลายๆคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมก็รีบหันไปส่งสายตาอาฆาตอย่างรวดเร็วให้พวกนั้นรู้ว่า ใครไปด้วยตาย!!!’

ย..อย่างั้นพวกเรากลับก่อนน้า~~” เสียงไอ้เต่าน้องรักที่มันพอจะสื่อภาษาคนกับผมรู้เรื่องรีบขอตัวกลับก่อนอย่างคนรู้หน้าที่

..โด่เอ้ย~ หมีแก่หวังกินลาอ่อนต่อโลก มาสองปีแล้ว ยังไม่ละความพยายาม สุดท้ายมันก็เป็นแต่ไอ้แค่ไอ้หมีจมูกโตขี้ป๊อดล่ะว้า~~” ฉึก..ฉึก..ฉึก.. โอ้ย!! ผมแทบกระอักเลือดกับประโยคเด็ดของไอ้จินมัน เออ..กุมันไม่กล้า กุถึงจะมาเผด็จศึกวันเกิดปีนี้ไงโว้ย!!!’ ..แต่มันเป็นได้แค่ความคิดแหละครับ ปากมันไม่กล้า เด๋วจะโดนลาน้อยถวายแหวนโดยไม่รู้ตัว(หนุมานถวายแหวน)

..ไอ้จิน ถ้าเมิงจะพูดแบบนี้เมิงมาต่อยกับกุเลยดีกว่าจะเอาหกยกแบบมวยสมัครเล่น หรือสิบสองยกเต็มพิกัดเมิงก็เข้ามาเลย พูดจบก็ตั้งท่าบั่นเศียรทศกัณฑ์ตามที่ที่(ถูกขี้ตู่ว่า)รักผมเคยสอนมาทันที อ๊ะๆ..อย่าเข้าใจผิดนะครับ ความจริงแล้วผมไม่ใช่พวกชอบท้าตีท้าต่อยนะ ปกติแล้วผมเป็นคนใจดีและอ่อนโยนมากๆ แต่ยกเว้นกับไอ้หมูอ้วนนี่เท่านั้นที่ผมยอมปล่อยมันมีชีวิตอยู่แบบหมูปากหมาแบบสบายๆไม่ได้

โธ่..รู้ๆอยู่ว่าชั้นอ่ะลูกศิษย์โทนี่ จา แก่ๆอย่างนายอ่ะ อย่ามาตั้งท่าให้เสียเวลาเลย เดี๋ยวหัวเข่าจะเคล็ดซะเปล่าๆ ดู๊..ดูมันพูด คำก็แก่..สองคำก็แก่

โธ่..ไอ้อ้วนเอ้ย แกดีตายล่ะ ถ้าจา พนมเค้ารับแกเป็นลูกศิษย์ก็สงสารคนที่แกไปเหยียบเค้าละวะ ขาคงหักเป็นแถบๆ ฉันก็สู้คนนะ..ฉันก็สู้คน..ฉันก็สู้คนนะคะ.. รู้สึกเพลงของนักร้องสาวนิโคล เทริโอ จะลอยอยู่เต็มหัวผมเลยครับ ผมอมยิ้มเล็กน้อยให้กับชัยชนะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ ไม่พูดจาตอบโต้อีก.... แต่รู้สึกมันเย็นกระดูกสันหลังแปลกๆแฮะ??

จะเลิกเล่นกันได้ยัง ถ้ายังจะเล่นกันต่อชั้นจะได้กลับบ้าน.. โอ้..ว่าแล้วว่ามันมีอะไรแปลกๆถึงหยุดปากหมาๆของคนรูปร่างหมูๆที่อยู่ตรงหน้าผมลงได้ ..ที่แท้ก็ท่าทางหน้าตาที่ชวนดึงดูดเพศเดียวกันของคนร่างบางที่บัดนี้กำลังจะกลายร่างเป็นหนุมานมาถวายแหวนผมจากข้างหลังจริงๆ ถ้าหากผมยังไม่หยุดเรื่องทะเลาะวิวาทในตอนนี้ ..แต่ไม่เป็นไรนะจ๊ะเดี๋ยวถ้าตัวเองเป็นหนุมานเดี๋ยวเค้าจะกลายร่างเป็นซุน หงอคงให้..เราจะได้เป็นลิงอยู่คู่กันไงจ๊ะ.. ก็ได้แต่คิดอีกแล้วครับ เพราะผมยังไม่อยากตายตั้งแต่ที่ยังไม่ได้มีอะไรกับร่างสวยตรงหน้านี่แม้แต่ครั้งเดียว..

ไปจ๊ะ.. ไปแล้วๆ ผมรีบหันไปเอามือโอบไหล่ร่างสวยทันที แต่ความแค้นของผมมันยังอยู่ครับ ผมก็เลยทำได้แค่หันมาแลบลิ้น ปลิ้นตาให้ไอ้อ้วนที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างหลังให้เป็นการส่งท้ายเท่านั้น แล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ครับ.. ไอ้จินมันก็มีมือมีตีนเหมือนกัน มันคงไม่ยอมให้ผมแลบลิ้นหลอกมันเป็นสัมภเวสีฝ่ายเดียวหรอกครับ แล้วมันก็ไม่ได้ทำแค่ แลบลิ้นแข่งกับผมด้วย มันส่งลูกแถมให้ผมโดยการหันก้นอวบๆมาทางผม ใช้มือตบเบาๆประมาณสอง สามที เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ฝ่าเท้าขนาด 27 เซนต์ ของผมเข้าไปประทับวัดรอยเท้า..ฝากไว้ก่อนนะเมิง

ไปกันเถอะทัตจัง.. ผมทำท่าฮึดฮัดได้สอง สามทีก็โอบไหล่ทัตจังเดินออกไปจากที่ๆมีไอ้จินอยู่ทันที

หลังจากค่อยๆเดินชมนก ชมไม้กับทัตจังมาเป็นเวลาพอสมควร ก็ได้เวลาแล้วที่ผมจะเริ่มปล่อยหูแหลมๆ กับหางออกมาเผชิญโลกภายนอก

ทัตจังดูนั่นสิ.. เหมือนโซระจังของไอ้คิเลย ผมพูดไปงั้นแหละครับ หมง หมา ที่ไหนมันจะดูดีเท่าที่รักไอ้คิ ไม่มีแล้วครับ ในโลกนี้น่ะ..

ไหน..ไหน..อยู่ไหนอ่ะยูจัง... ร่างเล็กพยายามชะโงกหน้าไปตามมือที่ผมชี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ฮั๊ดช่า~ เข้าแผนยูอิจิผู้อัจฉริยะล่ะคราวนี้ เมื่อเห็นอย่างงั้นผมก็รีบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทันที แล้วก็หลับตา รอเวลา..รอเวลา..รอเวลา.. ทำไมมันนานจังวะ ผมค่อยๆหรี่ตาขึ้นดูด้วยความประหลาดใจว่าเมื่อไหร่ริมฝีปากนุ่มๆของทัตจังจะหันหน้ากลับมาประทับลงบนแก้มอันเนียนนุ่มของผมซักที

ยูจัง...มาดูนี่สิ เหมือนโซระจังจริงๆด้วย ..เฮ้ย!! มีจริงๆหรอเนี่ย เค้าแค่เมคขึ้นเฉยๆเองน้า~ แล้วทัตจังที่ไม่ยอมหันมาให้เข้าแผนยูอิจิผู้อัจฉริยะ ก็วิ่งโร่ไปเล่นกับน้องหมาซะแล้ว ฮือ~~ ..ผมเศร้าได้ประมาณสามวิฯ ก็รีบตั้งสติ ก่อนจะลากร่างบางเดินต่อทันที แม้ในใจอยากจะถามแทบขาดใจว่า ผมกับหมาอะไรสำคัญกว่า?? ขนาดไหนก็เถอะ แต่กลัวคำตอบเหลือเกิน ..ฮือ~~ ยูอิจิช็อค!!!!

ยูจัง กินไรอ่ะ เสียงร่างบางถามผมพร้อมพยายามชะโงกมาดูเมนูเล่มตรงหน้าผมราวกับเมนูเล่มตรงหน้าผมจะมีอะไรแตกต่างจากเล่มที่อยู่ในมือตัวเองยังไงอย่างงั้น ..เอ๊ะ!! หรือว่าร่างบางตรงหน้านี่ต้องการให้ผมได้กลิ่นหอมอ่อนจากไรผมของตัวเองกันแน่นะ?? ผมสะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วก็ก้มลงมองเมนูเพื่อหาอะไรทานแก้โรควิตกจริต ...โอย~นี่มันเมนูอะไรกันเนี่ย??

ช็อคโลก!! ลาล้านท่า ในป่ามืด ท่าเด็ดสตอเบอรี่ออนอูเอดะเชพเพิ่มวิปครีม..ยูเจอทีวาย!!!’ โอ้!!! พระเจ้าบอกผมที นี่ผมอยู่ร้านเค้กจริงๆใช่มั้ยเนี่ย หรือว่าร้านนี้แอบขายหนังเอวีโดยใช้ร้านเค้กบังหน้ากันแน่เนี่ย?? เมนูอะไรกันเนี่ย?? ไม่ว่าจะอ่านยังไงก็เป็นโฆษณาของหนังเอวีชัดๆ แถมหนังเรื่องนี้ยังแสดงนำโดย อูเอดะ ทัตซึยะ อีกต่างหาก ..ทำไมถึงทำกับยูด๊าย~~ ยูขอเป็นคนแรกของทัตจังไม่ได้หรอจ๊ะ ทำไมทัตจังต้องไปทำงานแบบนี้ด้วย ถ้าไม่มีตังค์บอกป๋าสิ เดี๋ยวป๋าเลี้ยงหนูเอง ขาวๆ เอ๊าะๆ อ้อนเก่งๆอย่างเนี้ย ป๋าชอบ~~~

ยูจังงงงงงง ..สั่งซักทีสิ ก็เมนูมันเป็นอย่างนี้จะให้ป๋าสั่งอะไรล่ะครับหนูน้อย ผมล่ะ อยากจะพูดอย่างนี้จริงๆเลย ..แล้วมือบางน่ากัดนั่นก็ยื่นมาจิ้มๆที่เมนูผม

ชอคโกบานาน่าอร่อยน้า ไม่ๆๆอย่างยูจังน่าจะเหมาะกับแบล็คฟอเรสมากกว่า แต่ชั้นชอบสตอเบอรี้ชีสเค้กน้า~ หรือยูจังจะกินเป็นบลูเบอรี่เชค เพิ่มวิปครีมด้วยนะ อร๊อย อร่อย อ๊ะๆ แต่บลูเบอรี่พายที่นี่ถ้าได้กินก็เหมือนได้ขึ้นสววรค์เลยล่ะ... ร่างบางร่ายยาวถึงรายการอาหารในเมนูเหมือนเจ้าของร้านมาเอง โฆษณาหนังเอวีที่ผมอ่านไปเมื่อกี้หายวับกับตาเหลือแต่เพียงเมนูของหวานธรรมดาเท่านั้น ..โธ่~นึกว่าจะมีของดีให้ดูจริงๆ

ทัตจังว่ายูเหมาะจะกินอะไรก็สั่งมาเถอะ ผมยิ้มให้กับร่างบางก่อนจะหันไปแอบทำหน้าเศร้าที่อดดูหนังเอวีที่ทัตจังแสดงนำต่อไป แต่ก็ยังไม่วายแอบหันไปมองหน้าร่างบางที่คิดอย่างเอาเป็นเอาตายอย่างกับว่านี่เป็นข้อสอบเอนทรานส์ ประมานนั้น.. น่ารักอ่ะ

อือ..อย่างว่าอ่ะนะ ยูจังไม่เหมาะกับเค้กซะอย่าง งั้นเอากาแฟดำที่นึงครับ ผมยิ้มเล็กน้อยให้กับรายการอาหารที่ทัตจังสั่งให้ ขอย้ำ!! เล็กน้อยจริงๆครับ ไม่ใช่ไม่ชอบนะครับ ทัตจังสั่งอะไรมาผมก็ชอบหมดแหละ แต่คนสวยช่างคิดได้นะครับให้ยูกินกาแฟดำตอนเกือบๆทุ่ม แหมๆคืนนี้คิดจะไม่ให้เค้านอนเลยใช่ม้า~~ คืนนี้จะขอกี่รอบดีน้า?? เอ๊ะ!! แล้วจะรอบละกี่นาทีดีเนี่ย?? อืม~ แล้วจะขอเป็นแฟนตอนไหนดีนะ?? ก่อนหรือหลังเผด็จศึกดี เอ~~ แต่จะระหว่างนั้นก็ดีนะ?? ..หลังจากคิดอะไรได้ไม่นานผมก็ต้องตกตะลึงกับเหล่าเค้กตรงหน้า ถ้าผมจำไม่ผิด นี่มันมาทั้งเมนูเลยนะเนี่ย..

ท..ทัตจัง สั่งหมดนี่เลยหรอ?? ผมหวังว่าคำตอบคงจะเป็นการปฏิเสธ แต่เคยได้ยินมั้ยครับ ว่าคนกลัวอะไรมักจะเจออย่างนั้น

อื้อ..ก็มันเลือกไม่ถูกนี่นา ก็เลยสั่งมันหมดเลย ร่างบางตอบด้วยรอยยิ้ม โธ่ถัง!! ถ้าวันหลังน้องนางทรงตัดสินพระทัยไม่ได้ก็ตรัสถามเสด็จพี่ก่อนสิเพคะ ฮือ~~ วันนี้ผมคงรับรู้ถึงรสชาติกระเป๋าฉีกเหมือนหลายๆวันในรอบปีอีกแล้วครับ ไม่น่าถึงบอกให้พามา พามาทีไรสั่งแบบนี้ทุกที..

เดี๋ยวก็อ้วนหรอก!!” ขู่ครับ ขู่เข้าไว้ จะได้ให้สั่งพนักงานเก็บคืนไป แน่นอนว่าร้านอาหารคงไม่มีป้ายบอกว่าซื้อแล้วไม่รับคืนค่ะติดอยู่แน่นอน 55+

ไม่เป็นไรหรอก..นานๆกินที อีกอย่างยูเลี้ยงด้วยคงจะคิดแบบนี้อยู่ในใจใช่มะ?? เออ..ไม่กลัวก็ไม่กลัว เดี๋ยวคืนนี้ยูพาออกกำลังกายเองก็ได้ ออกกำลังกายในร่มไม่ต้องกลัวแดด..

กาแฟดำค่ะ แล้วอาหารของผมก็มา ผมอยากจะถามพนักงานสาวเหลือเกินว่า ขอเปลี่ยนเป็นช้างกระทืบโลงได้มั้ย?? คืนนี้มันยังอีกยาวไกล แต่พนักงานก็ไปซะแล้ว ผมเลยได้แต่นั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆพลางมองคนร่างบางตรงหน้ากินเค้กตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ราวกับผมที่ได้กินคนตรงหน้ายังไงอย่างนั้น

อ..อ้า... ผมนั่งมองไปเพลินแล้วอยู่ก็มีราชรถมาเกย.. เอ้ย!! ไม่ใช่ ส้อมครับส้อม สตอเบอรี่ลูกโตบนช้อนในมือของร่างบางมาจ่อปากผมอยู่ไม่ถึงสองมิล

..กินเร็วๆซี่ อุตส่าห์สละสตอเบอรี่ของโปรดให้เชียวนะ ร่างบางเร่งเร้า พลางเอาส้อมเข้ามาชิดปากของผมเข้าไปอีกจนผมเกรงว่าส้อมมันจะจิ้มปากผมจนห้อยหนักกว่าเดิม เลยต้องรีบอ้าปากรับสตอเบอรี่ลูกโตนั้นมาไว้ในปากทันที ...อื้ม~ เปรี้ยวจัง อยากให้ร่างบางใช้ปากป้อนมากกว่าช้อนแฮะ.. ไม่เป็นไรแค่ได้จูบทางอ้อมจากช้อนก็พอใจและ

ฮ้า~~ อิ่มจัง ร่างบางร้องออกมาเสียงดังหลังจากผมจ่ายตังค์ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดไป แล้วจูงมือเดินมายืนอยู่หน้าร้านเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย ก่อนจะค่อยๆพาร่างบางเดินฝ่าความมืดเพื่อไปส่งที่บ้านทันที ระหว่างทางนั้นผมก็ค่อยชวนคุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อย ..แต่ใจผมน่ะสิครับมันไปถึงเตียงนอนที่บ้านอูเอดะเรียบร้อยแล้ว โอ้ย!! เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย ทำไมมันไกลจัง ผมบ่นในใจไปเรื่อยจนถึงหน้าบ้าน

ราตรีสวัสดิ์นะทัตจัง.. ผมขยี้หัวทุยๆของร่างตรงหน้าเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนค่อยๆหันไปอีกทางก้าวเท้าอย่างสโลโมชั่น เพื่อรอที่จะได้ยินคำว่ายูจัง..ดึกแล้วค้างที่นี่สิผมเดินช้าลง..ช้าลง..และช้าลง ทำไมไม่เรียกซักทีฟระ ผมเลยหันหน้าไปเองหวังจะขอนอนด้วย ใครจะว่าหน้าด้านก็ช่าง กุจะนอนซะอย่างอ่ะมีไรมั้ย?? แต่ภาพที่ผมหันไปเห็นก็คือ..????เต็มหน้าทัตจังเลยครับ ทำให้ผมต้องรับเดินกลับไปหน้าร่างบางอีกครั้ง

ทัตจังทำไมทำหน้างั้นอ่ะ ผมขยี้หัวด้วยความเอ็นดูอีกครั้ง..ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้นะ

ทำไมวันนี้ยูจังถึงกลับบ้านอ่ะ ดึกแล้วนะ ปกติจะขอนอนด้วยกันไม่ใช่หรอ?? คืนนี้จะให้เรานอนคนเดียวหรอ?? ตอนนี้ผมกำลังอ่อนปวกเปียกไปกับใบหน้าเศร้าๆของคนที่ผมรักแล้วล่ะครับ ผมก็เลยยิ้มให้หนึ่งทีแล้วก็โอบไหล่บางเข้าบ้านทันที ..ตอนนี้ยอมอ่อนให้หรอกนะ ส่วนคืนนี้อ่ะ ยูจังจะทำให้ทัตจังอ่อนอยู่ในอ้อมกอดของยูทั้งคืนเลย

หลังจากเข้าบ้านมาทัตจังก็เข้าไปอาบน้ำ.. นาน~~~มาก จนผมตื่นจากการหลับรอบที่สามก็เจอใบหน้าขาวอยู่ตรงหน้าผมแค่คืบซะแล้ว ..เย็นไว้ยู..เย็นไว้ คืนนี้ยังอีกยาวไกล ..พอตั้งสติได้ผมก็กระเด้งตัวขึ้นไปอาบน้ำทันที แต่ผมไม่เหมือนทัตจังหรอกนะครับที่อาบน้ำนาน ผมอ่ะอาบห้านาทีก็เสร็จแล้ว

ยูจังอาบเร็วจัง สะอาดรึป่าวเนี่ย?? ผมยิ้มให้เป็นคำตอบ อยากรู้ทำไมไม่เข้าไปช่วยยูอาบล่ะจ๊ะ??ผมคิดยิ้มๆ

จากนั้นเราก็นั่งคุยกันไปซักพักก่อนที่ทัตจังจะหาวง่วงนอน ผมก็เลยรีบดับไฟ แล้วก็หันไปลูบผมให้จะได้หลับได้สบายๆ..

ทัตจัง..ทัตจัง.. ผมเรียกร่างบางตรงหน้าเบาๆเพื่อพิสูจน์ว่าร่างบางหลับไปแล้วจริงๆ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลยที่ท่านเรียกค่ะหลังจากแน่ใจผมก็ดำเนินแผนการขั้นแรกเลยครับ ผมค่อยๆก้มลงไปประทับริมฝีปากอิ่มของร่างบางเบาๆแล้วค่อยๆเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มมีปฏิกริยาจากร่างบาง ผมเลยจำเป็นต้องละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย

อ..อือ..ยูจัง เรียกอีกซิจ๊ะที่รัก..เรียกอีก..เรียกบ่อยๆเลยเสียงแหบๆจากคนที่เพิ่งถูกรบกวนจากการนอนอันแสนสุขทำให้ผมอดไม่ได้ที่อยากจะได้ยินมันอีกหลายๆครั้ง แต่การหลงระเริงไปกับเสียงอันน่าหลงใหลนั้นได้ไม่นานผมก็เริ่มแผนสองทันที ผมมองหน้าร่างบางที่เริ่มมีสติก่อนจะกดจูบลงที่ริมฝีปากร่างบางอีกครั้งก่อนจะใช้วิชามารดูดวิญญาณที่ศึกษามาจากเขาเหลียงซานมาใช้กวาดชิมรสชาติที่ผมสงสัยมานานมาจะหวานหรือเปรี้ยวกันแน่ แต่ป๊าครับ ม๊าครับ ผมรู้แล้วครับว่าจูบของร่างบางตรงหน้าผมนี้หวานขนาดไหน แต่ผมรู้สึกปล่าวเปลี่ยวยังไงก็ไม่รู้ที่ไม่มีปฏิกริยาตอบรับจากร่างบางตรงหน้าเลย

อ..อื๊อ... พระเจ้าครับ ผมแค่คิดเล่นๆไม่ต้องให้ร่างบางปฏิเสธผมเร็วขนาดนี้ก้ได้ครับ ร่างบางออกแรงดิ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ให้ผมละริมฝีปากห้อยๆของผมออกไป ผมก็เป็นคนดีพอที่จะไม่ฝืนใจใครนะครับ ....ถ้าไม่จำเป็น

ย..ยูทำอะไรอ่ะ?? ผมละสายตาจากริมฝีปากอิ่มมาจ้องหน้าร่างบางตรงหน้าที่ขณะนี้แดงมาก แถมยังมีสีหน้าตื่นตระหนก จนผมเริ่มรู้สึกได้ว่าร่างตรงหน้าเริ่มสั่น ..ทำไงดีวะ จะโดนเกลียดป่าวเนี่ย?? เค้ายังทำไมถึงZเลยน้า อย่าเพิ่งซิ.. เอาวะไงๆคนเราก็มีแค่ชีวิตเดียวขอเถอะ คงไม่โดนอัปเปอร์คัตกลางอากาศหรอกมั้งถ้าหากจะขอพูดอะไรไปตรงๆ

ทัตจังเป็นแฟนกับยูจังนะ ยูจังรักทัตจังมากเลย ขาดไม่ได้เลยด้วย.. ผมจ้องตาร่างบางเพื่อให้รู้ว่าผมจริงจังกับเรื่องนี้ขนาดไหน ถึงแม้ในใจจะอยากหลับตาปี๋รับกำปั้นลุ่นๆที่คงจะมากระทบหน้าผมภายในไม่ถึงสิบวินี้

ต..แต่ยูไม่เคยบอก ก็บอกอยู่นี่ไงล่ะน้องสาวคนสวย ไม่ได้ฟังพี่พูดเลยหรือไงนะผมจ้องตาให้ลึกขึ้น(เอาให้ถึงลำไส้ใหญ่) แล้วยิ้มเพื่อให้ทัตจังได้รู้ว่าผมพูดจริงๆ

นะครับ..เป็นแฟนกับยูจังนะ ผมยิ้มพร้อมกับใช้แขนคล้องคอทัตจังมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนที่จะผมจะได้รับคำตอบจากทัตจังที่ตอบอย่างเขินอายเหมือนนางเอกในละครที่มีผู้ชายมาสารภาพใต้ต้นซากุระ โดยการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย แต่คำตอบนั้นกลับทำให้ผมยิ้มจะปากแทบหายห้อยในทันที

รักทัตจังที่สุดเลย ผมก้มลงหอมแก้มทัตจังหนึ่งฟอดแรงๆ ก่อนจะมองตาทัตจังจนพอเยิ้มแล้วก้มลงจูบทัตจังอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างกับครั้งแรกจูบนี้มีแต่ความรัก ความอ่อนโยนและความหอมหวานที่มอบให้แก่กัน และหลังจากที่เราแลกเปลี่ยนจูบกันมานานผมก็หาโอกาสที่จะสอดแทรกลิ้นอุ่นของผมเข้าสู่โพรงปากร่างบางอีกครั้งแล้วครั้งนี้เหมือนสวรรค์จะได้ฟังคำขอร้องของผมในตอนแรก ครั้งนี้ร่างบางกลับส่งลิ้นอุ่นมาตอบรับการจูบของผม แต่ผมไม่ยอมให้ความอุ่นนั้นมาชนะผมหรอกครับ ผมก็เลยงัดวิทยายุทธ์ที่ฝึกมาจากเทือกเขาหิมาลัยมาใช้ หลังจากแลกเปลี่ยนความหวานกันอยู่นานผมก็เริ่มรู้สึกถึงร่างบางที่อ่อนปวกเปียกราวกับกล้วยบวดชีไปซะแล้ว ผมก็เลยต้องละริมฝีปากออกมาซะก่อนที่ร่างในอ้อมกอดของผมจะขาดอากาศหายใจไป

อ..อื้อ...ยูจังบ้า..เค้าเกือบตายแล้วนะ แน่ะยังมาว่าเค้าอีก เดี๋ยวปั๊ดขออีกรอบเลย

อะไรกันทีนายน่ารักเป็นบ้า..น่าฟัดเป็นบ้า..น่าจับกดเป็นบ้า..ฉันยังไม่ว่านายซักคำ ฉ่า~ เอ๋ทำไมผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมูกะทะกันนะ อ่อ..ที่แท้ก็เสียงจากทัตจังนี่เอง หน้าแดงซะจนมองแทบไม่ออกเลยว่าเคยมีใบหน้าเป็นสีขาวราวไข่มุก ผมยิ้มให้ผลงานของตนเองซักพักก็เริ่มขั้นต่อไปจากที่ค้างคาอยู่ทันที มืออีกข้างที่เคยยันเตียงก็เริ่มซุกซนไปแกะกระดุมเสื้อนอนอย่างรวดเร็วตามที่ได้ฝึกมาเป็นเวลาสามปีเพื่อคืนนี้โดยเฉพาะ ปากที่เคยสัมผัสก็เริ่มไล้ลงมาตามซอกคอขาว ไล้ปลายลิ้นไล่วนบริเวณยอดอกเล็กน้อยเพื่อให้ร่างบางสะดุ้งเล่น จากนั้นมือของผมที่ว่างจากการแกะกระดุมก็เริ่มไล้ลงไปเล่นกับส่วนอ่อนไหวของร่างบางทันที

อ..อื้อ..ยูจังไม่เอา..ง่วงนอน อย่าหวังให้ใจอ่อนเลย เดี๋ยวก็ได้นอนเองแหละ แต่หลังจากการออกกำลังกายคืนนี้ก่อนนะ55+ ผมใช้มือทั้งสองข้างร่นกางเกงนอนเนื้อดีของร่างบางไปสู่ปลายเท้าอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้ริมฝีปากที่ไล่มาถึงเข้าครอบครองจุดอ่อนไหวที่เริ่มตื่นตัวอย่างอ่อนโยน

อ..อา..ไม่เอา ยูจัง...อ๊า.. ผมค่อยๆเลื่อนริมฝีปากเข้าออกช้าๆก่อนที่จะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น

..อ๊า....ยูจัง เสียงร้องหวานหูของร่างบางเป็นชนวนอย่างดีที่จะทำให้ผมตายเอาง่ายๆ ผมเร่งจังหวะขึ้นไปเรื่อยๆจนรู้สึกถึงการกระตุกเกร็งของร่างบางก่อนที่จะปล่อยของเหลวฝื่นให้ผมได้กลืนลงไปอย่างไม่นึกรังเกียจ ก่อนที่ผมจะใช้นิ้วปาดของเหลวนั้น เพื่อใช้เปิดทางเข้าสู่ร่างบาง

..อ...ยูจัง อ๊า..ไม่เอานะ ..อื้อ..จะ..เจ็บ.. โธ่~อย่าเพิ่งร้องเจ็บตอนนี้ซิจ๊ะหนูน้อย ป๋ายังไม่ได้ปลดปล่อยเลย ..ผมค่อยๆเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม เพื่อให้ร่างกายของร่างบางปรับตัวก่อนที่จะรับขนาดที่ใหญ่กว่านี้เข้าไปโดยที่ไม่เจ็บมากนัก

..ยู..พอแล้ว...อ้า... เรา..อ..อือ..เจ็บ.. ขอโทษนะทัตจัง ยูทนไม่ได้จริงๆ ผมรอซักพักเมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มปรับสภาพได้จึงค่อยๆเอานิ้วออกแล้วใส่แก่นกายของตนเองเข้าไปแทน แต่เข้าไปได้เพียงครึ่งทาง ผมกลับพบกับหยาดน้ำใสๆที่ไหลลงจากหางตาของร่างบาง... ผมจึงหยุดการเดินทาง เพื่อหันไปปลอบประโลมร่างบางและเพื่อให้ร่างบางปรับตัวรับขนาดของผมด้วย

ทัตจัง ยูขอโทษ แต่ยูหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ยูรักทัตจังนะ ผมก้มลงไปจูบซับน้ำตาเพื่อหวังให้ร่างบางผ่อนคลายความเจ็บแล้วผมก็ใช้วิชามารที่ศึกษามาจากหนังสือ(โป๊)โดยการก้มลงไปจูบร่างบางอย่างอ่อนโยน ช้าๆ แต่เนิ่นนาน เพื่อให้ร่างกายของร่างบางมีความผ่อนคลายและสามารถเข้าไปง่ายขึ้น เมื่อร่างบางเริ่มคุ้นเคยผมก็เริ่มเดินทางต่อทันที

อ...อื้อ.... ร่างบางครางเบาๆหลังจากที่ผมพยายามมุดยูน้อยของตัวเองเข้าไปจะสุด ..โอย มัยช่างอบอุ่นและคับแน่นจนยูอยากจะมุดเข้าไปทั้งตัวจริงๆเลยทัตจัง

ยูขอและนะ.. ผมกระซิบข้างหูร่างบางเบาๆ จากนั้นก็เริ่มขยับตัวเองทันที

..อ...อ้า....เสียงครางของร่างบางนั้นทำให้ผมแทบขาดใจ เริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ รู้สึกหน้ามืดตาลาย จนพอรู้ตัวอีกทีก็เร่งสปีดเต็มพิกัดซะแล้ว

อ..อื้อ.. ผมครางออกมาเบาๆก่อนจะกระตุกเกร็งปล่อยของตัวเองเข้าสู่ร่างบางแบบหมดไส้ หมดพุง หมดม้าม หมดตับ

รักนะ..คนรักของยู ผมจูบที่หน้าผากบางเบาๆเพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้เจ็บ แต่แล้วผมกลับรู้สึกถึงแรงกระชากที่คอ ตามด้วยความรู้สึกนิ่มๆที่ริมฝีปากของตนเอง.. โอ้!! พระเจ้า ทัตจังกระชากผมลงมาจูบ อารมณ์ไหนเนี่ย?? หวังว่าคงไม่ขอกดเราหรอกนะ

ทัตจังก็รักยูนะ โอ้...รอดตัว แต่..ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะได้รับคำสารภาพรักที่หวานขนาดนี้มาก่อนเลยครับ หวานสุดๆ

อ..อื้อ.. ผมยิ้มรับการคำสารภาพนั้นก่อนจะถอดกายออกอย่างอ่อนโยน แล้วล้มตัวลงนอนข้างร่างบาง แล้วก็ไม่ลืมที่จะดึงร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดด้วย

เก๊ง..เก๊ง..

อ๊ะ!! เที่ยงคืนแล้วทัตจัง สุขสันต์วันเกิดนะครับ ผมเอื้อมมือไปหยิบกล่องเล็กๆในกระเป๋าซึ่งซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่วันเกิดของร่างบางเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ให้ วันนี้ก็เลยเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะสวมแหวนทองคำขาววงนี้ไว้ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของทัตจังเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของซักที หลังจากที่ต้องส่งสายตาให้คนอื่นว่าทัตจังมี ’s แสดงความเป็นเจ้าของมานาน

ขอบคุณนะยูจัง มันเป็นของขวัญที่เรารักมากที่สุดในบรรดาของขวัญที่ได้ในวันนี้เลยแหละ ร่างบางก้มลงไปจูบแหวนทองคำขาวที่ผมเพิ่งสวมให้เพื่อแสดงผมว่า ร่างบางรักและหวงแหนของขวัญขิ้นนี้ขนาดไหน

ราตรีสวัสดิ์นะครับ..คนรักของยู ผมบอกลาคนรักเพื่อพาเข้าสู่นิทราโดยการมอบจุมพิตจากเจ้าชายสุดหล่อลงที่หน้าผากของเจ้าหญิงนาม ทัตซึยะก่อนที่จะได้รับรอยยิ้มเป็นการตอบรับ แล้วพากันเข้าสู่นิทราอันแสนหวานไป

ป๊าครับ ม๊าครับ ความพยายามตลอดสามปีของยูทำสำเร็จแล้วครับ แล้วยูก็รู้แล้วครับว่าเจ้าหญิงของผมนี่หวานขนาดไหน แล้วต่อไปนี้ผมก็จะขอดูแลเจ้าหญิงแสนหวานของผมด้วยความรักทั้งหมดที่ผมมีตลอดไปเลยล่ะ...จบครับ

ก็กพยายามชโงกหนไปทงทผมชทนทสส

End

ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ ปะทะ ตามใจปาก

Pairing : Jin X Tatsuya

ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กที่ใช้สำหรับซ้อมของคนหกคนในนามKAT-TUN แต่ในขณะนี้กลับมีแค่ 5 คนเท่านั้น.. ส่วนอีกคนน่ะหรอ ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ สายเสมอ นี่ขนาดมีเรื่องชนักติดหลังเรื่องเมื่อวานอยู่นะเนี่ย ..หงุดหงิดๆ

โอ้ย..ทำไมยังไม่มาอีกวะ ก็จะไม่ให้ผมหงุดหงิดได้ไงล่ะครับที่ต้องมารับผิดชอบลิงทะโมนตั้ง 5 ตัว ..แค่ชีวิตตัวเองนี่ยังเอาไม่รอดเลย

ทัตจัง ใจเย็นๆเหอะ มีเค้กด้วยนะ มานั่งกินก่อนมั้ย??จุนโนะเพื่อนร่วมวงพยายามชักชวนผมให้ไปกินของโปรด แต่มีหรอที่ผมจะติดกับง่ายๆไม่มีทางหรอก วันนี้นายตายแน่ อคานิชิ จิน!!

โกรธไหมถ้าตามใจปากอยากบอกว่าชอบเธอ ได้ไหมถ้าฉันจะเอ่ย บอกเธอ ว่าปลื้มใจ ไม่รู้อะไร มันสั่งให้ฉันคิดถึงเธออย่างมากมาย รู้ไหมไม่เคยมองใครได้อย่างเธอ แค่... คนที่กำลังถูกด่าถึง(??) เดินฮัมเพลงเข้ามาในห้องซ้อมอย่างสบายใจ ..ฉ่า~ ได้ยินเสียงอะไรมั้ยครับ? มันไม่ใช่เสียงหมูกะทะแต่อย่างใด มันเป็นเสียงของหน้าผมเองครับ ไม่ต้องมองกระจกก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้คงจะแดงเป็นหงส์แดงปะทะแมนยูเลยทีเดียว ..ผมอยากจะตะโกนใส่หน้ามันซะจริงว่าผิดโว้ย!!’ ที่จะบอกใครไม่บอก บังอาจมาบอกกับผม ผมไม่ใช่เกย์ซะหน่อยที่จะยอมคบกับผู้ชายง่ายๆ ถึงแม้ว่าจินจะเป็นคนที่คอยแคร์ผม แล้วก็ดูแลผมมาตลอดก็เถอะ ..เอ๊ะ!!ยังไง ตกลงผมรู้สึกยังไงกับเค้ากันแน่เนี่ย ..โอ้ย!! ไอ้อ้วน ในฐานะที่ทำให้ผมสับสน ผมขอสาปให้มันเป็นเกย์อ้วนไปตลอดชีวิต!!!

อ้าว..จินมาแล้วหรอ มาดูนี่สิ เมื่อวานพีจังซื้อให้ล่ะ น้องคนสุดท้องของวงรีบวิ่งมาหาคนที่เพิ่งมาถึง และคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่ากัน

ไหน..อะไรเอามาดูสิ จินขยี้ผมคาเมะเบาๆ พร้อมมอบรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้ ..ทำไมล่ะ? ทำไมผมต้องสนใจด้วย ก็แค่แฟน(เก่า)เค้าจะจู๋จี๋กัน ทำไมผมต้องรู้สึกร้อนๆบริเวณขอบตาด้วยนะ

ทัตจัง..ทัตจัง.. เสียงของเพื่อนสนิทที่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร

ขอโทษนะยูจัง ฉันปวดหัว ขอไปห้องน้ำก่อน ผมพูดจบก็เดินหนีออกจากห้องซ้อมทันที ..ทำไมกันนะ ทั้งๆที่จินบอกว่ารักเรา แต่กลับยังให้ความสำคัญกับคาเมะเหมือนเดิม ให้ความสำคัญมากกว่าคนที่จินบอกว่า รักคนนี้ ผมรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว น้ำใสๆที่พยายามสะกดไม่ให้ออกมาพบโลกภายนอกอยู่นานกลับไหลออกมาโดยไม่สามารถห้ามได้อีกต่อไป

ทัตจัง..ทัตจัง.. เจ้าของเสียงทีทำให้ผมต้องเสียน้ำตาลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของผมอีกครั้ง ผมพยายามปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆเพื่อไม่ให้มีใครรู้ว่าผมร้องไห้ ..ไม่อยากให้รู้เลย โดยเฉพาะคนที่อยู่หน้าห้องน้ำที่ผมเข้าอยู่ตรงนี้ ไม่อยากให้รู้ว่าผมอ่อนแอขนาดไหน กลัวที่เค้าจะรังเกียจคนอ่อนแออย่างผม

ท..ทำไม... ผมตอบกลับไปทั้งๆที่เสียงยังไม่กลับมาเป็นปกติ

... ไม่มีเสียงตอบกลับจากทางหน้าประตู ..ทำไมกันฟระ แค่นี้ก็ทนชั้นไม่ได้แล้วหรอ?? ทนชั้นไม่ได้แล้วใช่มั้ย?? ผมคิดได้เพียงเท่านี้น้ำตาก็ไหลลงมาอีกครั้ง มือที่ยังคงสั่นเอื้อมไปช้าๆเพื่อที่จะเปิดประตูออกไปเผชิญกับโลกภายนอกอีกครั้ง

 

หมั่บ!!! ..ผมเซถลาถอยหลังเล็กน้อย จากแรงสวมกอดที่คนตรงหน้ามอบให้

ทัตจัง หนีออกมาทำไมน่ะ ชั้นเป็นห่วงนะ เสียงที่แสดงความเป็นห่วงโดยไม่ปิดบัง น้ำเสียงที่อ่อนโยน ที่คอยปลอบโยนผมมาตลอด มือใหญ่ของจินขยี้ผมของผมที่เซตมาอย่างดีให้ยุ่งเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆผละอ้อมกอดออก.. ส่วนผมตอนนี้หน้าคงแดงยิ่งกว่าศึกวันแดงเดือดแล้วล่ะครับ

อ๊ะ!! ทัตจังร้องไห้หรอ จินดูตกใจเล็กน้อยกับคราบน้ำตาของผมที่หยุดไหลไปตอนที่ตกใจเมื่อกี้นี้ ..ผมส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อให้จินรู้ว่าผมไม่เป็นไร แต่ดูเหมือนคำว่าไม่เป็นไรของผมจะไม่ส่งผ่านไปถึงจินเอาซะเลย เพราะจินยังคงง่วนอยู่กับการจูบซับน้ำตาบนหน้าของผม ..เอ๊ะ!! ผมลืมอะไรไปหรือป่าว?? อุ๊ยตาย!! เค้าลืมขัดขืนอ่ะตัวเอง

อ๊ะ!! จินปล่อยเดี๋ยวนี้นะ นายมีสิทธิ์อะไรมาทำกับชั้นอย่างนี้เนี่ย!!” ผมพยายามใช้สองแขนอันบอบบางผลักร่างทึกๆของร่างตรงหน้าออก

ขอโทษนะทัตจัง ..ถึงนายจะไม่พอใจที่ชั้นทำแบบนี้ หรืออาจไม่พอใจที่ชั้นจะอ่อนโยนกับใครหลายๆคน แต่ขอให้รู้ไว้ว่าทั้งร่างกาย หัวใจ และทุกการกระทำที่ชั้นมีให้นายล้วนแต่เป็นความจริง ชั้นสัญญาว่าจะรัก จะแคร์ และจะอ่อนโยนกับนายตนเดียวตลอดไป คำพูดที่เหมือนกับอ่านความคิดของผมได้ และคำบอกรักที่จินบอกผมเมื่อวานได้ดังเข้ามากระทบโสตประสาทอีกครั้ง จากปากของคนๆเดิม

ช..ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นไม่ใช่ก... ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ริมฝีปากผมก็โดนปิดด้วยริมฝีปากได้รูปของจิน ตามด้วยมือแกร่งที่มาจับบริเวณท้ายทอยของผม

อ..อื้อ... อั้ยจิน..อั้ยจิ๊น~~~ ผมพยายามดิ้นเพื่อให้หมอนั่น ก่อนที่ผมจะหลงมัวเมาไปกับอ้อมกอดอันอบอุ่นของมันไปมากกว่านี้

อือ..ทัตจังขอโทดนะ ผมรีบก้มหน้าหนนีหน้าคมๆของจินทันทีที่ท้ายทอยผมเป็นอิสระ ..ตอนนี้หน้าผมคงแดงยิ่งกว่ากางเกงในของซุปเปอร์แมนตอนใส่ไปศึกวันแดงเดือดแล้วล่ะครับ(ขนาดนั้น?? -*-)แล้วล่ะครับ ผมล่ะอยากจะแปลงร่างเป็นกระต่ายตัวน้อย(??)ขุดดินหนีหายไปจากตรงนี้ซะจริงๆ

ห..ห๊ะ.. เมื่อกี้ว่าอะไรนะผมเงยหน้าขึ้นมาหาจินอย่างรวดเร็วด้วยความลืมตัว และลืมแม้กระทั่งตอนนี้เราอยู่ใกล้กันจนแทบจะเป็นคนๆเดียวกันอยู่แล้ว จะรู้อีกทีก็ตอนที่ผมเงยหน้าขึ้นมาเจอกับปากแดงๆ เผยอเล็กน้อยพอให้เซกซี่ของจินอยู่ตรงหน้านี่แหละครับ (อ๊ะๆ จะว่าผมเตี้ยล่ะสิ!! ป่าวนะ จินอ่ะสูงไป)

ขอโทษ.. จินพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก จนทำให้ผมต้องรียส่ายหัวเป็นพัลวัน ผมเองก็ไม่ได้รังเกียจจินหรอกนะ แต่ผมก็บอกไปแล้วไงว่าผมไม่ได้เป็นเกย์

ม..ไม่เป็นไรหรอก.. ชั้นไปก่อนนะ พอพูดจบผมก็รีบติดปีก จรลีบินหนีหายไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้หันไปมองคนที่ขโมยเพิ่งFirst KISSของผมไปอีกเลย

 

อ้าว..ทัตจังกลับมาแล้วหรอกำลังจะไปตามอยู่เลย ปล่อยนายไปคนเดียวน่าเป็นห่วงชะมัด.. เสียงเพื่อนสนิทของผมดังมาจากทางที่ผมกำลังเดินไป จนผมต้องรีบวิ่งโผเข้ากอดยูอิจิทันทีก่อนที่ยูจะเป็นห่วงผมไปมากกว่านี้เมื่อเห็นน้ำตาของผมที่กำลังไหลนองหน้า

ทัตจังเป็นไรไปน่ะ ร้องไห้หรอ?? หกล้มมารึไงไหนดูสิให้ตายสิ ผมไม่เคยปิดบังอะไรเพื่อนคนนี้ได้เลยจริงๆ แต่เอ๊ะ!! ยูเห็นเราเป็นคนไงเนี่ย แค่หกล้มต้องร้องไห้ด้วยหรือไง ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ!!! ผมส่ายหน้าพอให้รู้ว่าไม่เป็นไรหลังจากที่ยูจับผมหมุนซ้าย หมุนขวาเพื่อเช็คความเรียบร้อย

ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา.. ป่ะ ไปล้างหน้าล้างตากัน พูดจบยูก็จูงมือผมกลับไปทางที่ผมเพิ่งวิ่งหนีคนๆนึงมา จนต้องมาเดินสวนกันอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเพลงที่แว่วมาตามลม

โอะ โอะ โอ๊ะ โอ๊ย อย่าเล่นตัว อย่า อย่าเล่นตัว หากเธอชอบชัวร์ ไม่ต้องรอ โอะ โอะ โอ๊ะ โอ๊ย อย่าเล่นตัว อย่า อย่ากลัวฉันรับรอง เปิดใจให้จองแค่เธอคนเดียว Girl I wanna say I'm falling in love, falling so in love with you na คิดสิคิดดีๆ นาทีนี้อย่าช้า เดี๋ยวจะเสียเวลา ให้ต้องเสียดาย...ไม่มีเสียงใครหรอกครับ อคานิชิเจ้าเก่านั่นเอง..

นี่จิน..ทำไมวันนี้นายอารมดีจังฟระ ร้องเพลงตั้งแต่เช้าเลย โธ่.. ไอ้คุณบื้อยูคร้าบ จะหยุดทำไมคร๊าบ..ผมไม่อยากหยุดต่อหน้าคู่กรณีที่เมื่อกี้(ปาก)เพิ่งชนกันมาคร้าบ

อารมณ์ดีสิ ก็คนเค้ากำลังมีความรัก ไม่อยู่เป็นลุงแก่ๆให้เปลี่ยวใจเหมือนใคนบางคนหรอก ..ฟู่ๆ~~ เอ๊ะ รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงน้ำเดือดที่ไหนเลยแฮะ..เฮ้ย!! ยูแปลงร่างเป็นกาต้มน้ำไปแล้ว~~~

เออเซ่ะ..ชั้นก็เป็นแค่ลุงแก่ๆ แต่ก็หุ่นดีล่ะวะ ไม่เหมือนใครบางคนที่กิน ตามใจปากจนอ้วนเหมือนหมูแบบนายน่ะ นั่นแหละครับ พี่ใหญ่ที่ได้ชื่อว่าใจดีที่สุดของวง แต่ถ้าเวลาโกรธนี่ ไม่เคยไว้หน้าใครซักคน..อ๊ะ!!ยกเว้นผมนะ เพราะผมไม่เคยโดน 55+

ยูใจเย็นๆ ..จินหากสุนัขในปากมันว่างนัก ก็หัดพาไปเดินเล่นซะบ้างนะ.. และแน่นอนครับ ต่อให้ผมจะเป็นคนขี้อายขนาดไหน แต่ผมก็ไม่ยอมให้ใครมาว่าเพื่อนที่แสนรู้(ใจ)อย่างยูแน่นอน ..รู้ไว้นะเฟ้ยอคานิชิ ว่าคนอย่างชั้นก็สู้คน(แล้วทำไมที่พี่เค้าจูบถึงไม่สู้ล่ะจ๊ะ^^)

พอดีสุนัขในปากชั้นมันไม่ค่อยอยากเดินเล่นเท่าไหรน่ะ แต่เห็นมันร้องๆอยู่ว่าอยากเข้าไปเดินในปากใครบางคนแทน ดู๊..ดูมัน ไม่สะทกสะท้านอะไรกับเค้าเล๊ย.. แถมจินยังพูดพร้อมใช้นิ้วโป้งปาดไปที่ริมฝีปากตัวเองช้าๆให้พอดูยั่วยวน แล้วก้อเอานิ้วนั้นมากทาบกับปากผม ..เฮ้ย!! ด้วยความตกใจผมรีบปัดมือแกร่งนั้นออกอย่างแรง ไม่ได้รังเกียจนะ แค่ตกใจจริงๆ(ไม่ได้ชอบเค้า แล้วแก้ตัวทำไมจ๊ะ..)

ทัตจัง ไปกันเถอะ สงคราม (ประสาท) ระหว่างผมกับจินหยุดลงทันทีที่ยูพูดแทรกขึ้นพร้อมกับจูงผมเดินไปทันที

 

..ในห้องน้ำที่เงียบสงบ(มั้ง)..

เฮ่ย..น่าโมโหจิงๆนายคิดดูนะ ชั้นอายุมากกว่าแท้ๆ~~~ บลาๆๆ เสียงยูที่บ่นมาตลอดทาง ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า หมอนี่เป็นตาแก่ไปจริงๆแล้วหรือเนี่ย

เอ่อ..ยูจัง ผมยืนฟังจนเริ่มเบื่อจนอยากจะกลับไปที่ห้องซ้อมแล้ว จึงกระตุกชายเสื้อเชิ๊ตเนื้อดีของยูเล็กน้อย

อ๊ะ..ทัตจัง ขอโทษๆ เหมือนว่ายูเพิ่งรู้สึกตัว จึงรับหันมาขอโทษขอโพยใหญ่

ล้างหน้าๆยูเปิดก๊อกน้ำใช้มือรองน้ำแล้วนำมาลูบหน้าผมอย่างอ่อนโยน.. ทำไมนะ ทำไมถึงมีแต่คนอ่อนโยนกับเรา ..ทำไมชอบทำเหมือนว่าชั้นไม่ใช่ผู้ชายอยู่เรื่อย.. ทำไมนะ??

ป่ะ ไปได้ละ หลังจากล้างหน้าล้างตาผมเสร็จ ยูก็เช็ดหน้าเช็ดตาให้ (ผมไม่ได้ทำอะไรเลยอ่ะ ยูทำให้หมดเลย) แล้วก็จูงผมกลับห้องซ้อมทันที

 

..เดินมาเรื่อยๆจนใกล้ถึงหน้าห้องซ้อม ผมกับยูก็เริ่มได้ยินเสียงแว่วมาตามลม ..อ๊ะ คิดว่าผมได้ยินเสียงเพลงอีกล่ะสิ ไม่ใช่แล้วครับ ..คราวนี้เสียงที่ผมกับยูได้ยินทำให้เราสองคนต้องรีบหยุดเพื่อแอบฟังทันที

คาเมะ..ชั้นรักนายนะ ชั้นขอโทษ ต่อไปนี้ชั้นจะดูแลนายเอง..ชั้นจะมองแต่นายคนเดียว..ชั้นจะไม่ผิดนัด..ชั้นจะเป็นของนายคนเดียว เสียงที่ฟังดูอ่อนโยนที่ผมเพิ่งได้ยินไปไม่นาน เสียงที่ทำให้ผมใจอ่อน แต่ตอนนี้คนที่เค้าพูดด้วยกลับไม่ใช่ผมอีกต่อไป ..เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ น้ำใสๆที่เพิ่งหยุดไปก็ไหลลงมาอีกครั้ง

ยู..ยู..ชั้นอยากกลับบ้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นอะไร ไม่อยากจะทำอะไร ไม่อยากจะเจอหน้าจิน ไม่อยากจะอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว

ทำไมล่ะทัตจัง.. อ๊ะร้องไห้ทำไมอีกเนี่ย เจอตัวอะไรคลานมาตามพื้นหรือไง เหมือนยูจะตกใจมากที่ผมกลับมาร้องไห้อีกครั้ง จนต้องรีบเอามือมาปาดน้ำตาอีกครั้ง ..เฮ้ย!!! ผมไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่กลัวพวกแมลงสาบ หรือหนูนะ

..ยู อยากกลับบ้านแล้ว ผมรีบจูงมือยูเดินผ่านหลังของจินที่ยืนล้อมกรอบคาเมะอยู่ที่ผนังทันที

..คาเมะจัง ชั้นกลับบ้านก่อนนะ แต่ยังไงในฐานะหัวหน้าวงผมก็ยังคงต้องบอกลาสมาชิกในวงอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่อยากจะยุ่งกับคนยืนอยู่กับร่างบางด้วยก็ตาม ..จากนั้นผมก็กลับเข้าไปในห้องซ้อมรีบโกยข้าวของที่กองพะเนินอยู่หน้ากระจกแล้วจรลีกลับบ้านทันที

ทัตจัง ชั้นไปส่งมั้ย?? เสียงยูเจ้าเก่าดังมาอีกครั้ง ผมเพียงแค่หันไปส่ายหน้ายิ้มน้อยๆให้กับยู แล้วรีบวิ่งออกไปทันที

 

..คอยดูนะ อคานิชิ ต่อไปชั้นจะทำให้นายขาดชั้นไม่ได้.. แต่ชั้นไม่ได้ชอบนายนะ ชั้นทำเพื่อแก้แค้นนายจริงๆ

 

ตอนเช้าที่อากาศสดใส.. ผมออกมายืนยืดเส้นยืดสายหน้าบ้านเล็กน้อย ฮ้า~~สดชื่นจัง

ไปแล้วนะคร้าบ ผมบอกลาคนในบ้านแล้วเดินออกมาทันที

 

..หน้าห้องซ้อม ผมคิดอยู่นานว่าจะทำยังไงให้จินรู้อย่างเดียวว่าผมคิดยังไง

ไปจบกับเขาจริงๆ ให้ได้ก่อน อย่าเหลือเยื่อใยให้คนก่อน เลิกคบให้แน่นอน ทำได้ไหม ไปจบกับเขาจริงๆ ให้มันขาด ให้เธอมีรักเดียว มีแต่ฉัน ไว้ในใจ เธอทำได้วันไหน แล้วค่อยกลับมารักกัน.. ถ้าจินชอบที่จะร้องเพลงสื่อความหมายนัก แน่นอนผมก็นักร้องเสียงดี หน้าตาดี ทำไมผมจะร้องบ้างไม่ได้

แหม..ทัตจังอารมณ์ดีจังนะ จุนโนะยิ้มรับอรุณให้ผม แน่นอนครับผมไม่เอาเรื่องไอ้อ้วนนั่นมาปนกับเรื่องลิงทะโมนที่รักอีกสี่ตัวของผมหรอก

อื้อ..เมื่อวานปวดขาหายรึยังล่ะจุนโนะ?? ผมแสดงความห่วงใยกับลูกลิง พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มที่คิดว่าจริงใจที่สุดไปให้

ทัตจังมาแล้วหรอ..คิดถึงจังเลย คนที่นั่งอยู่ในห้องฟังการทักทายของผมกับจุนโนะมานานเดินมาทักทายผมบ้าง โดยการสวมกอดผมจากข้างหลังแถมยังขโมยความหอมของแก้มที่ผมนั่งแต่งแต้มตอนเช้าไปอีกแน่ะ..ไอ้หน้ารันเวย์ดอนเมือง(ด้าน) เมื่อวานเพิ่งบอกว่ายังรักคาเมะจังอยู่ วันนี้ทำมาบอกว่าคิดถึง ฝันไปเถอะว่าผมจะใจอ่อน

อ่าว..ทัตจังมาถึงแล้วหรอ ทำไมหน้าแดงจังไม่สบายรึป่าว ยูที่รัก เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องซ้อมแล้วก็แสดงความเป็นห่วงผมทันทีที่เป็นว่าผมหน้าแดง.. เห๋!!ผมหน้าแดงหรอ ..หรือว่าจะเพราะไอ้อ้อมกอดอันอบอุ่นนี่กันนะ ใช่แล้ว..ต้องใช่แน่ๆ ก็หน้าผมมันก็แค่รันเวย์สุวรรณภูมินิ่ จะไปทนอะไรที่ผิดศีลธรรมแบบนี้ก็ย่อมไม่ได้ ..เมื่อคิดได้ผมก็รีบสะบัดออกทันที แต่ไม่ว่าผมจะสะบัดยังไงไอ้มือ(กาว)ช้างนี่ก็ยังไม่ยอมออกซักที

ใครบอกล่ะยู..ที่ทัตจังหน้าแดงนี่เพราะว่าเขินต่างหากล่ะ โห..พี่คร๊าบ ไม่ทราบว่ากระต่ายตัวไหนขุดดินขึ้นมาบอกหรอครับว่าผมเขินอ่ะ หน้ารันเวย์ดอนเมืองจริงๆ หลังจากดิ้นมาได้ซักพักพอเห็นว่าไม่หลุดเลยต้องใช้ความไม้แข็งกันล่ะครับ

อคานิชิ..จะปล่อยหรือไม่ปล่อย ชั้นไม่ว่างมาเล่นกับนายหรอกนะ งานชั้นมีเยอะแยะ.. ผมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับหันไปมองหน้าเจ้าของวงแขนแกร่ง ที่ตอนนี้หน้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นหมูต้มน้ำปลา(ซีด) ..แต่แล้วใบหน้านั้นก็กลับปรากฎรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้มาอีกครั้ง พร้อมกับเลื่อนริมฝีปากได้รูปนั่นมาประทับลงบนแก้มนิ่มของผม

ไม่ได้ล้อเล่นซะหน่อย ชั้นเอาจริงนะ สำหรับทัตจังชั้นจริงจังเสมอแหละหนอย..ดูมันที่ผ่านมายังไม่สำนึก ..ถ้าอย่างนั้นล่ะก็

เฮ้อ~~ จินเลิกยุ่งได้แล้ว รำคาญเต็มที ไปไกลๆซักทีเฮอะ ชั้นจะได้ทำอย่างอื่นต่อ ผมพยายามทำเสียงให้หงุดหงิดกว่าเดิม แต่ไม่รู้เป็นอะไรพูดไปใจผมก็เริ่มสั่น และถึงแม้จะแค่ชั่ววูบ แต่พบกลับรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดของจินที่กระตุกเล็กน้อยหลังจากที่ผมพูดจบ แต่พอผมหันไปก็พบกับรอยยิ้มเหมือนเดิม แล้วอาการเมื่อกี้หมายความว่ายังไงกันนะ โอ้ย!!..ทนไม่ไหวแล้วน้า~~

โอ้ย!!!” ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เสียงของผม ผมไม่ได้คิดดังขนาดนั้นซะหน่อย แล้วหลังจากที่มองไปรอบๆก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่เสียงของลิงทะโมนในวงด้วย และ the last oneก็แน่นอนครับจะเป็นเสียงใครไปได้นอกจากคนด้านหลังที่กำลังใช้อ้อมกอดอันอบอุ่นล้อมรอบกายอันบอบบางของผมอยู่

เจ็บนะทัตจัง..เหยียบเท้าชั้นทำไมเนี่ย?? จินโวยวายต่อไป แต่ก็ยังคงความเหนียวไว้ ไม่ยอมปล่อยเหมือนเดิม ท่าทางที่ผมคิดว่าเมื่อกี้จินเป็นอะไร ผมคงคิดไปเองคนเดียวแล้วล่ะครับ..

ก็ชั้นไม่อยากจะยุ่งกับนายนี่.. ไม่อยากจะถูกตัวกับนาย.. ไม่อยากจะคุยกับนาย.. แม้แต่หน้านายชั้นยังไม่อยากจะมองเลย โอ้ย..ไม่รู้เป็นอะไร ทั้งๆที่คำพูดนี้ต้องทำให้จินเจ็บ แต่ผมกลับเจ็บ ..เจ็บมาก ..เจ็บมากจนน้ำตาของผมเริ่มจะรื้อขึ้นมาอีกครั้ง

ได้!!! ในเมื่อทัตจังพูดอย่างนั้น ชั้นจะไม่รบกวนนายอีกต่อไป ไม่ถูกตัวนาย ไม่คุยกับนาย แม้แต่หน้าสวยๆของนายชั้นก็จะไม่มอง คำพูดของจินมันทำให้ผมเจ็บเหลือเกิน พอพูดจบจินก็ปล่อยมือจากร่างของผมทันที และทันทีที่ผมเป็นอิสระ ร่างผมก็โน้มตัวไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกโดยที่ผมไม่อาจต้านทานได้เลย ..แค่นี้ใช่มั้ยจิน ความรักที่จินมีให้กับชั้น มีแค่นี้ใช่มั้ย??? เมื่อผมคิดได้อย่างนั้นผมก็เลยเหลือบไปด้านหลัง หวังจะมองใบหน้าจินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดใจจากจินจริงๆซักที แต่ภาพที่ผมเห็นก็มีเพียงร่างกายที่ยืนนิ่งกับใบหน้าที่เฉยชา แต่บนใบหน้านั้นกลับปรากฎน้ำใสๆที่ไหลลงมาจากดวงตาทั้งสอง ..มันหมายความว่ายังไงกันนะ ชั้นไม่เห็นจะเข้าใจความหมายของมันเลยจิน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ .. แต่ไม่ว่ามันจะหมายถึงอะไรก็ตาม ผมก็ยังคงเจ็บเหลือเกิน เจ็บที่ใจที่ไม่สามารถทำให้จินให้ความสำคัญกับตนเองได้ แถมยังไปเสียน้ำตาให้กับคนอย่างจินอีกต่างหาก

ทัตจัง!!ทัตจัง!!” เสียงเพื่อนที่ตะโกนโหวกเหวกไม่ได้ทำให้ผมมีสติขึ้นเลย ความทรงจำสุดท้ายที่จำได้ก็คือ ..น้ำตาของผมที่ไหลลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้กับหัวใจของผมที่เจ็บราวกับว่ามันจะไม่ทำงานอีกต่อไป

 

..หนึ่งสัปดาห์แล้วที่ผมเอาแต่อยู่ในห้อง ไม่ได้ออกไปทำงานหรือเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆเหมือนอย่างเคย ผมนั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆและความรู้สึกของตนเองสำหรับเรื่องที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน แต่มันกลับทำผมเจ็บปวด จนผมเริ่มที่จะล้ากับการมีชีวิตอยู่ แม้เพื่อนๆในวงทั้งสี่คนจะคอยมาเยี่ยมเยียนและคอยสร้างเสียงหัวเราะให้ผม แต่คนๆนึงที่ผมต้องการให้มา กลับไม่มาให้ผมเห็นหน้าเลยซักครั้ง ..นี่ผมรู้สึกยังไงกันแน่นะ ผมรักจินจริงๆหรอ ..แต่ผมไม่ใช่เกย์นี่นาจะไปรักผู้ชายด้วยกันได้ยังไง

แอ๊ด~~’ เสียงบานประตูห้องผมดังขึ้น ทำให้ผมต้องละสายตาไปมอง ..แล้วภาพตรงหน้าก็ต้องทำให้น้ำใสๆที่ไหลมาเกือบทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาไหลลงมาอีกครั้ง

จิน.. คนตรงหน้านี้ให้อคานิชิที่ผมเคยรู้จักจริงๆน่ะหรอ..ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาอยู่เสมอ บัดนี้ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยหนาดเครา ร่างกายที่ดูอวบสมส่วนกลับผอมลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นกายที่เคยหอมด้วยกลิ่นน้ำหอมจางๆบัดนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นกลิ่นแอลกฮอล์กที่ฉุนจนชวนอาเจียน

ท..ทัตจัง.. แม้กระทั่งเสียงที่เคยฟังดูสดใส แต่วันนี้กลับกลายเป็นแหบแห้ง ..ไม่เหมือนจินที่ผมเคยรู้จักเลยสักนิด

อ๊ะ!!” ผมผละเล็กน้อยเมื่อจินโผร่างทั้งร่างเข้ามากอดผมไว้ ครั้งนี้ไม่ใช่อ้อมกอดอันอ่อนโยนเหมือนที่ผ่านๆมา แต่กลับเป็นอ้อมกอดทีมีแต่ความหวาดกลัว จินกอดผมแน่นราวกับว่าผมจะหายไปไหน ..น้ำตาของผมที่ไหลอยู่เมื่อครู่บัดนี้กลับหลั่งออกมามากมายราวกับน้ำตกช่วงที่น้ำกำลังหลาก(เว่อร์ไป..) ..หนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอกันทำให้ผมรู้ว่าผมต้องการเค้ามาเพียงใด อ้อมกอดอันอ่อนโยนของจิน.. เสียงที่คอยบอกว่ารัก.. ริมฝีปากที่คอยยั่วเย้าราวกับจะกินผมเข้าไปทั้งตัว ....ผมรักจิน..แม้ผมจะรู้ว่าในใจจินยังคงมีแต่คาเมะก็ตาม..

..ทัตจัง ขอโทษ ชั้นขอโทษ ..ชั้นรักทัตจังจริงๆนะ ชั้นขาดทัตจังไม่ได้ หนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอกันมันทำให้รู้ว่าชั้นรักทัตจังมากแค่ไหน มันทำให้รู้ว่าความรู้สึกที่ชั้นมีให้คาเมะเป็นแค่ความรู้สึกเสียดายที่เคยใช้เวลาร่วมกันมาแสนนาน ตอนนี้ชั้นรู้แล้วว่าคนที่ชั้นรักคือใคร ..ทัตจังยกโทษให้ชั้นนะ ..ยกโทษให้ชั้น แม้ทัตจังจะไม่ได้รักชั้นก็ตาม แต่ชั้นขอรักทัตจังต่อไปได้ใช่มั้ย??? แล้วได้โปรดอย่าพูดว่ารังเกียจกัน ..มันเจ็บเหลือเกิน เจ็บยิ่งกว่าโดนเข็มนับร้อยทิ่มซะอีก ขอได้มั้ยทัตจัง?? อย่าพูดแบบนั้นอีกจะได้มั้ย ราวกับสามารถอ่านความคิดของผมออก จินเอ่ยปากบอกเรื่องของตัวเองกับคาเมะออกมาอย่างเปิดเผยมันทำให้น้ำตาที่ผมพยายามกลั้นมันเมื่อครู่ไหลออกมาด้วยความดีใจอีกครั้ง อีกทั้งเสียงสั่นๆของจินที่พล่ำขอโทษ มันไม่ได้ยากเกินไปที่ผมจะรู้ได้ว่าจินกำลังร้องไห้ จิน..ที่ไม่เคยเสียน้ำตาไม่ว่ากับเรื่องอะไรก็ตาม กลับร้องไห้ออกมาโดยไม่ปิดบัง ..มือทั้งสองข้างของผมค่อยๆเอื้อมมือไปกอดตอบอ้อมกอดของจิน ก่อนที่ผมจะติดสินใจพูดบางอย่างออกไป

ชั้นรักจิน.. ..ผมเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น รอฟังคำตอบจากจิน ไม่ว่าจินจะล้อเล่นหรือเพียงแค่หลอกลวงก็ตาม ผมก็พร้อมที่จะยอมรับมัน

ชั้นรู้.. ชั้นรู้ว่าทัตจังคงจะไม่ยกโทษให้ชั้นแล้ว ชั้นไม่หวังความรักของทัตจัง แต่ขอแค่ได้อยู่เคียงข้างกันก็ยังดี ..อะไรของมันเนี่ย เคยฟังที่คนอื่นพูดมั่งมั้ย?? อุตส่าห์รวบรวมความกล้าตั้งนาน ไอ้เกย์อ้วนนี่..

..ชั้นรู้.. ห๊ะ!!! เมื่อกี้ทัตจังว่าอะไรนะ?? ทัตจังรักชั้นหรอ?? ชั้นหูไม่ฝาดใช้มั้ย?? ทัตจัง..ทัตจังรักชั้นใช่มั้ย?? ..จริงนะ?? โห..ไอ้นี่ ลามปาม ได้ทีเอาใหญ่.. ไม่ใช่อะไรหรอกครับ หลังจากที่จินเริ่มรู้ตัวว่าผมสารภาพความในใจของผมไป ไอ้อ้วนนี่ก็รีบเข้ามากอด..จูบ..ลูบ..คลำ..จนผมจะสึกไปหมดทั้งตัวแล้วเนี่ย ..ตอนนี้หน้าผมก็คงแดงไม่ต่างจากซองอั่งเปาที่ผมได้เป็นประจำทุกปีหรอกครับ..

... ผมยิ้มไปกับการกระทำของจินได้ซักพัก อยู่ๆดีจินก็หยุดมือ รอยยิ้มที่เคยเปื้อนอยู่บนในหน้าก็กลับเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่มีแต่ความตึงเครียด เป็นอะไรอีกวะ หนวดก็ไม่โกนยังมาทำหน้าโหดอีก

ทัตจัง.. เสียงเรียบๆของจินที่ให้ผมรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงพิกล ..แล้วเหมือนลางสังหรณ์ของผมก็เป็นจริงเมื่อจินค่อยๆโน้มตัวเข้ามาหาผม ...เฮ้ย!! อย่าเข้ามาน้า~ เค้ามีพระน้า~ ผมพยายามถอยหนี แต่ก็นะ ผมจะหนีไปไหนได้ล่า~ ในเมื่อเตียงผมมันก็มีแค่นี้อะ ผมไม่ใช่สไปเดอร์แมนนะที่จะกระโดดหนีขึ้นไปทางหลังคาน่ะ... โอ้ย!! หนูกลัว ..แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แหละครับ ทำได้อย่างเดียวคือ...หลับตาปี๋!!

ผอมลงไปเยอะเลยนะ.. นิ้วเรียวที่กำลังคร่อมร่างผมอยู่จับผมของผมที่ยุ่งเหยิงรุงรังให้ไปอาศัยอยู่ที่หลังหู(เรียกง่ายๆว่าทัดหูนั่นแหละ..) โห..ไอ้อ้วน แล้วแกจะขึ้นมาคร่อมชั้นหาเตี่ยแกหร๊อ!!!

อ..อื้อ..ไม่ค่อยกินข้าวอ่ะ กำลังไดเอทอยู่ เอ่อ..สตอเบอรี่ชิ้นโตเลยทีเดียว ความจริงผมเป็นโรคคิดถึงจินจนกินไม่ได้นอนไม่หลับอ่ะครับ

..คบกับชั้นนะ ชั้นอยากเป็นคนที่จะคอยดูแลทัตจัง แล้วก็อยู่ข้างๆทัตจังตลอดไป ..เป็นชั้นได้มั้ย?? จินมองผมอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ ..ฉ่า~ ย่างหมูในร้านบาร์ บี คิว พลาซ่ากลับมาอีกแล้วครับ ไอ้อ้วนนี่..แกถามชั้นทั้งๆที่คร่อมชั้นอยู่อย่างนี้ ถ้าชั้นตอบไม่แกจะข่มชืนชั้นมั้ยเนี่ย?? ..อืม~~ ถ้าผมคบกับจินผมก็ต้องเป็นเกย์นะสิ ม่ายนะ..ผมม่ายเปน...

อ..อือ..โธ่..ไอ้ปากพาซวยเอ้ย.. ไหงคิดอย่าง ถึงพูดอีกอย่างฟระ..

จริงนะ..งั้นเป็นแฟนชั้นแล้วนะ อคานิชิ ทัตซึยะ... โห..คอมกรีต84ชั้นจริง เปลี่ยนชาติตระกูลให้เลยเรียบร้อย ..โอย~~ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเตารีดเลยครับ ..ร้อน..ร้อนมาก..

มั่วแล้ว.. ต้องเป็นอุเอดะ จินต่างหากเล่า ..ผมรู้สึกด้วยตัวเองเลยครับว่า อคานิชิ ทัตซึยะเพราะกว่าเยอะ แต่ทำไงได้ครับ ผมก็ต้องเล่นตัวซะหน่อยเดี๋ยวจะถูกหาว่าเป็นคนใจง่าย

อะไรกัน อคานิชิ ทัตซึยะ แต่งงานกันวันแรกก็เอาแต่ใจตัวเองแล้วหรอเนี่ย.. แย่จังนะ อย่างนี้ต้องสั่งสอนให้อยู่หมัดซะแล้ว โห..ขอถอนคำพูดคอนกรีต84ชั้นเลยครับ อย่างไอ้หมอเนี่ยต้องเป็น พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปีล่าสุด1,125เล่มแล้ว เมื่อกี้ยังแฟน ยังไม่ถึงห้านาทีเราแต่งงานกันแล้วครับ -*- อ้า~~ อยู่ดีๆไอ้หมอนี่ก็โถมเข้ามากอดผมเต็มแรง ซุกไซร้ซอกคอจนผมรู้สึกจักจี้ชะมัด

เฮ้!! จินทำไรอ่ะ.. ทำอาไร๊.. ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยครับ..

ก็ทำให้คนรู้ว่า อคานิชิ ทัตซึยะมีเจ้าของแล้วน่ะสิพูดจบจินก็เอากระจกที่สางอยู่ข้างหัวนอนยื่นมาให้ผมดู อ๊า~~~~ พระเจ้า รอย..รอย.. รอยอะไรน่ะแดงๆ ผมไม่ยะกจะเคยเห็น ที่รู้ๆผมพยายามถูเท่าไหร่ก็ถูไม่ออก รอยอะไรเนี่ย??

รอยอะไรอ่ะจิน?? ทำไมมันลบไม่ออก!!” ผมมองหน้าจิน..จาร้องไห้แล้วน้า ยิ้มอยู่นั่นหละ.. นี่มันรอยอารัยเนี่ย??

ไร้เดียงสาจริงๆ แฟนของจิน..นี่ก็รอย Kiss Mark ไงล่ะ อะไรคือ คิดมาก วะ..-*- “”ผมพยายามเค้นสมองอย่างเต็มที่กับคำศัพท์ใหม่ที่ผมไม่เคยได้ยิน

อ๊ะ!! จิน นายจะบ้าหรอ ทำไมทำงี้เนี่ย แล้วถ้าคนอื่นรู้เข้าจะเป็นยังไง?? ผมพยายามลุกขึ้นมาโวยวาย แต่ก็ไม่สามารถทานแรงของคนรักได้เลย..

รักทัตจังนะ..จะอยู่ด้วยกันตลอดไป จินกอดผมแน่น แล้วกระซิบเบาๆที่ข้างหู พอให้ได้จักจี้เล่น กับคำพูดแสนหวานที่ทำเอาผมเลี่ยนไปอีกหลายวัน

แต่ชั้นเกลียดนาย.. 55+ ผมล้อเล่นน่ะครับ แต่ท่าทางหน้าตาตอนนี้ผมพยายามเอาจริงสุดๆ

อ..อื้อ.. มันคือความรู้สึกจริงๆของนายใช่มั้ย?? จินถามผมน้ำเสียงเศร้า เป็นไงล่ะ แกล้งผมไว้เยอะ ถึงเวลาเอาคืนของผมล่ะ... เฮ้ย!! แต่สงสัยผมจะแกล้งหนักไปหน่อยเพราะตอนนี้ดูเหมือนน้ำตาของจินจะรื้อขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จินจะลุกจากตัวผม แล้วค่อยๆหันหลังเพื่อจะออกไปจากห้องผมราวกับภาพสโลโมชั่น ..ส่วนผมอ่ะหรอ กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่เลยอะ 55+ ..แต่ก่อนที่จินจะเดินจากไปผมก็รั้งชายเสื้อจินไว้ พร้อมกับมอบหนึ่งประโยคกับหนึ่งเพลงให้กับหมูน้อยขี้น้อยใจ

จิน..ขอโทษว่ะ พอดีชั้นมันเป็นชินG-Jr. ..ฉันโกหกเธอ อันที่จริงอยากให้เธอสนใจ ฉันโกหกเธอ อันที่จริงไม่อยากให้เธอใกล้ใคร เห็นแล้วอิจฉา มันอิจฉา หวงเธอในใจ ฉันโกหกเธอ อันที่จริงอยากจะยืนข้างเธอ ฉันโกหกเธอ อันที่จริงไม่อยากให้ใครใกล้เธอ ฉันได้แต่เผลอได้แต่ฝัน ปากฉันไม่ตรงกับใจ พอร้องจบผมก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างกลั้นไม่อยู่ จนไม่ทันระวังตัว

หนอย~~เจ้าเล่ห์นักนะ จะทำให้ชั้นช้ำใจตายหรือไง พูดจบจินก็โถมตัวเข้ามาอุ้มผมแล้วก็หมุนวนไปรอบๆ จนผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วดูเหมือนไม่ใช่ผมคนเดียวด้วยสิที่มีความสุข เพราะคนตรงหน้าผมก็หัวเราะเสียงดังฟังดูมีความสุขไม่แพ้กัน ..จบแล้วสินะ เรื่องราวที่ไม่เข้าใจกัน ต่อไปนี้คงไม่มีเรื่องให้เสียน้ำตา แล้วก็จะพบแต่ความมสุขซะที

 

..สองสัปดาห์ผ่านไป..

ตอนนี้ชีวิตผมมีความสุขดีครับ..เรากำลังดูทีวีกันอยู่ล่ะ เอ่อ..ถ้าจะพูดให้ถูกคงเป็นผมคนเดียวมากกว่ามั้ง ส่วนคนที่ผมกำลังนั่งตักอยู่นี่ก็ พยายามล้วงโน่น จับนี่ จนผมปัดป้องตัวเองแทบไม่ทันเลยครับ

พูดอะไรไม่ใจเย็นเย็น พูดดีดี ไม่ค่อยจะเป็น หรอกนะ แต่เธอห้ามหนักใจ ไม่ต้องทำเหมือนเธอจะโกรธ เรื่องอะไรก็ไม่ขอโทษได้ไหม เป็นแฟนกันต้องทน
อยากเห็นว่าเธอเป็นห่วง อยากให้หวงทุกห้านาที ก็นั่นน่ะสิ ฉันก็เลยชอบน้อยใจ อยากให้รู้ว่ารักหรือเปล่า แปลว่าฉันวุ่นวายใช่ไหม เออ ก็ได้ แต่ฉันก็เป็นแบบนั้น ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ ทำอะไรไม่ดีสักอย่าง จดเอาไว้ข้างข้างหน้าต่าง ทีหลังอย่าทำแบบนี้ ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ เธอคงเซ็งหัวใจล่ะสิ แก้เท่าไหร่ไม่หายสักที ถึงเป็นอย่างนี้ แต่ฉันก็มีแค่เธอ ฉึก..ฉึก..ฉึก.. โอ้ย!! เพลงอะไรเนี่ย ทำไมมันตรงแบบนี้ เอาและครับ พอผมเลิกปัดป้อง พี่แกก็เริ่มหยุดมือ แล้วหันไปมองหน้าจอTVที่ทำผมอึ้งไปเมื่อกี้แทน ..แต่ผมไม่อยากให้จินได้ยินเพลงนี้นี่ ถ้าจินได้ยินนะต้องร้องแซวผมทุกๆสิบนาทีแน่ๆ เมื่อคิดได้ผมก็พยายามหันไปเอามือปิดหูจินอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็ช้าไปแล้วอ่ะ ฮือ~~

ตรงกับทัตจังจังนะเพลงเนี้ย.. ไปแต่งให้เค้าหรือป่าวเนี่ย?? น่านไงครับ ถ้าผมเดาหวยเก่งแบบนี้ผมคงเป็นเศรษฐีพันล้านไปแล้วล่ะครับ

แต่ไม่เป็นไรน้า~ เพราะไม่ว่าทัตจังจะเป็นยังไงทัตจังก็ยังเป็นคนที่จินรักที่สุดเสมอเลย.. หลังจากที่ผมได้ฟังประโยคนี้ก็น้ำตารื้อขึ้นมาเลยครับ รักเหลือเกิน..ผมคงไม่สามารถรักใครได้เท่านี้อีกแล้วล่ะครับ

เหมือนกันนะ.. เราจะมีกันตลอดไป.. ผมกระซิบเบาๆที่ข้างหูจิน พร้อมกับหน้าที่กำลังแดงแปร๊ดเป็น..เป็น..เป็น..อะไรดีล่ะ..อ่อ..เป็นแยมสตอเบอรี่เลยทีเดียว

ชั้นทนไม่ไหวแล้วนะทัตจัง.. พูดจบจินก็อุ้มผมขึ้นมาแนบอกอย่างรวดเร็ว

ไม่ไหวปล่อยชั้นลงเซ่..แล้วจะไปไหนก็ไป.. ผมดิ้นโวยวายอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของจิน.. แล้วก็เป็นไปตามคาดว่าผมก็หนีไม่รอดครับ ต้องยอมให้ไอ้เกย์ถึกนี้งาบไปตามระเบียบ ..หลังอาหารสามเวลาเป็นอย่างน้อย ..แล้วแบบนี้ผมตัดสินใจถูกรึป่าวเนี่ยที่มาคบกับเกย์หื่นแบบนี้เนี่ย??

 

…The End…

 

Ps. ผมไม่ได้เป็นเกย์จริงๆนะ ทุกคนเชื่อผมใช่มั้ย??

 

Special Thanks:

เพลง ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ (มีล่า)

เพลง ตามใจปาก (ขนมจีน)

เพลง ปากไม่ตรงกับใน (ชินวุฒิ)

เพลง อย่าเล่นตัว (ไอซ์)

เพลง ไปจบกับเขาก่อน (คอมมอน เซน)

สุดท้าย.. พ.ว. (ขอบคุณที่คอยเชคคำให้แล้วก็คอมเม้นดีๆนะ)

 
End

 

My Angle

posted on 15 Dec 2007 22:09 by daifuku  in ShortFiction

My Angle

Pairing : Ryo X Tatsuya

 

 

เรื่องราวยุ่งๆของผมกับนางฟ้าของผมมันเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนครับ...

 

ภายในสวนหลังตึกเรียนปีสี่ของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่นั่งกินข้าวกลางวันกันอย่างเฮฮา สุนกสนาน...

 

เฮ้!! เรียวจัง..มาแล้วหรอ เอ่อ..ความจริงแล้วมันคือกลุ่มของผมเองแหละครับ.. พวกเราสี่คนมักมาทานกลางวันที่หลังตึกเรียนเสมอ

เออ..ก็เท่าที่เห็นอ่ะ ผมนั่งลงตรงที่เพื่อนเว้นไว้ให้.. กลุ่มผมมี4คนครับอย่างที่บอกไปแล้ว ก็มี...

 

ไอ้เต่า หรือ คาเมะ..คาเมนาชิ คาซึยะ เป็นคนที่มีนิสัยแมนผิดกับหน้ามากๆ อีกอย่างหน้าม้อมากๆด้วย

ไอ้อ้วนจิน หรือ อคานิชิ จิน คนนี้เป็นโรคกลัวเมียเข้าขั้นโคม่า เป็นพวกกลัวมีไปมีกิ๊กอ่ะครับ อ้อ..แต่อย่าไปเรียกมันว่าไอ้อ้วนให้มันได้ยินนะครับ เดี๋ยวจะหมดลมหายใจโดยไม่รู้ตัว..

พีจัง หรือ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ เป็นภรรยาของอ้วนจินครับ ไม่รู้ว่าคนผิดยังงัยถึงมาเป็นแฟนกับคนอย่างนี้ เสียดายของชะมัด -*-

คนสุดท้าย ก็ผมเองแหละครับ เรียว..นิชิคิโด เรียว หรือจะเรียกง่ายๆว่า เรียวสุดหล่อก็ได้ เป็นคนที่หน้าตาดีที่สุดในกลุ่มครับ นิสัยดี แล้วก็หุ่นดีสุดๆ ..นั่นแหละครับนิยามของผม

 

แหม..มาถึงก็วอนได้กับข้าวมื้อเที่ยงเป็นบาทาเลยนะไอ้เต่าเพื่อนรักพูดพลาง ยกเท้าส่งให้เพื่อกินเป็นกับข้าวมื้อกลางวัน

ไม่ต้อง..มีกับข้าวมากินเอง ไม่ต้องง้ออุ้งตีนเต่า ของแกหรอก.. ผมหยิบข้าวกล่องของผมออกมากิน โดยกับข้าวหลักของผมก็คือ หน้าตาเต่าหมดอายุของมันนั่นเอง.. ทำหน้าเหม็นบูดเชียว..55+

ขอให้ติดคอตาย.. คำสาปแช่งที่ลอยมากระทบของผทจากเจ้าของเสียงรายเดิม..แต่มีหรอที่ผมจะกลัว คนหน้าตาดีทำอะไรนางฟ้าก็คุ้มครองครับ..

 

..เรียวจัง...ตอนเย็นมีประชุมสภานักเรียนนะ อย่าลืมล่ะ นางฟ้า....เสียงนางฟ้าครับ....

อ่าว..ทัตจัง ทำไมต้องมาตามเรียวถึงนี่เชียว ให้คนอื่นมาตามก็ได้นี่นา เสียงหวานของยามะพีดังขึ้น ทักเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้กำลังเดินมาบอกข่าวสารที่กลุ่มผม

 

นางฟ้าของผม เค้าชื่อทัตจังครับ อุเอดะ ทัตซึยะ ร่างเล็กบอบบางน่าทนุถนอม อ่อนหวานราวกับเด็กผู้หญิง แต่ก็เข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ.. ผมชอบเค้ามาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วครับ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าผมชอบเค้า ผมเป็นพวกไม่ชอบให่ใครมาแซวอ่ะครับ ถึงแม้ความเป็นจริงเราสองคนจะเหมาะกันยิ่งกว่าเทพบุตรและนางฟ้าคู่ใดในโลกก็เถอะ..

 

อ่าว..อุเอดะ มาตามชั้นไปประชุมตอนเย็นแค่นี้ต้องเอาไม้กันหมามาด้วยหรือไง?? ตกใจใช่มั้ยครับว่าผมพูดจาชวนทะเลาะขนาดนี้..ก็งี้แหละครับคนหน้าตาดีที่ไม่เคยเข้าหาคนอื่นก่อน ก็ย่อมเข้าหาคนอื่นไม่เป็นเป็นธรรมดา ผมเลยทำได้แค่ชวนทะเลาะแหละครับ

 

ไม้กันหมา ในคำพูดของผมก็คือ เพื่อนสนิทของทัตจังครับ นากามารุ ยูอิจิ , ทานากะ โคคิ แล้วก็ ทากุจิ จุนโนะสุเกะ ที่ใครๆก็ว่าเป็นมิตรกับคนอื่นสุดๆ แต่พอกับผมทีไรสามคนนี้ก็เอาแต่กันท่า ไม่ให้ผมอบู่กับทัตจังของผมทุกที

 

เรียวจังนี่ไม่รู้อะไรเลยหรือไง..ทัตจังเค้ามาหาชั้นต่างหากเล่า ..เรียวจังไม่รู้หรอ ชั้นคบกับทัตจังมาได้สองวันแล้วน้า~” อวดครับ..มันอวดผมให้ได้ช้ำใจเล่น คาเมะพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สองมือก็ดึงทัตจังมานั่งตัก แถมปากยังก้มลงไปสูดความหอมจากแก้มใสของคนบนตักอีกต่างหาก... ร่างบางบนตักไอ้หน้าม้อก็หน้าแดงซะ ...อิดฉาครับ อิดฉ๋า...

ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!!! ไม่เห็นมีใครบอกชั้นเลย ผมโวยวายขึ้น หลังจากที่รอคนอื่นวายวาย แต่ไม่ยักจะมีใครซักคน -*-

เค้ารู้กันหมดแล้ว เหลือแต่เรียวจังคนเดียวนั่นแหละไอ้อ้วนที่นอนบนตัก ให้พีจังป้อนกลางวันมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ..แย่แล้ว เรียวผู้ฉลาดหล่อเหลาอย่างผม ตกข่าวครั้งแรกของปีครับ ซ้ำยังเหมือนโดนตบหน้าอย่างจังที่โดนกระชากนางฟ้าตัวน้อยของผมออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของผมไปต่อหน้าต่อตา

คาเมะจัง อย่าเล่นอย่างนี้ดิ..อายคนอื่นเค้า ร่างบางพยายามยันตัวลุกจากวงแขนแห้งๆของคะเมะแต่ท่าทางจะทุลักทุเลพอสมควร ผมนั่งอยู่นานพอสมควรจนผมเริ่มทนไม่ไหว

นี่!! อุเอดะ นายจะลุกไปจากตักเพื่อนชั้นได้หรือยัง จะมาอ่อยเพื่อนชั้นหรือไงถือนั่งอยู่บนตักเพื่อนชั้นอยู่ได้ ข้อมือบางถูกผมกระชากมาไว้ในอ้อมกอดอย่างแรง.. นานๆทีครับขอแต๊ะอั๋งหน่อยเถอะ

อะไรกันเรียวจัง สามีภรรยาเค้าจะจู๋จี๋กันก็ดันมาขัดขวาง แถมเอาภรรยาคนอื่นไปกอดหน้าตาเฉยอ่ะ

เฮ้ย! อะไรกัน ใครอยากจะกอดหล่ะ ตัวก้อเล็กนิดเดียวเนื้อหนังก็ไม่มี น่ากอดตรงไหนเนี่ย..เอาคืนไปเลยไป หลังจากที่โดนคาเมะทักท้วงเลยต้องปล่อยมือครับ แอบเหลือบไปมองหน้าของร่างบางที่อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบเล็กน้อย ..ดวงตาสีนิล กับจมูกรั้นนั่น ริมฝีปากอิ่ม ที่สำคัญ..หน้าแดงเล็กน้อยพองาม โอ้..กุลสตรีไทยชัดๆเลยครับ(??)

 

เฮ้!! เรียวจังทำไมทำกับทัตจังอย่างนี้ล่ะ เสียงไม้กันหมาของทัตจังคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย พร้อมกับมือเจ้ากรรมของใครบางคนผลักข้างหลังผมอย่างแรง จนผมเซล้มไปข้างหน้า เฮ้ย!!..

 

เฮ้ย!!! เรียวจัง!!!” เสียงผสานที่พร้อมกันอุทาน พร้อมกับในใจของผมด้วย ..ริมผีปากอิ่มที่ผมเพิ่งแอบมองไปเมื่อกี้นี้ ขณะนี้มันกำลังสัมผัสริมฝีปากของผมอยู่ ตาสีนิลที่เบิกกว้าง..กลิ่นกายหอมอ่อนๆที่ลองเข้ามาปะทะกับจมูกผม ..ให้ตายเหอะ อยากจะอยู่อย่างนี้ทั้งวัน ไม่อยากไปไหนเลย แต่มันก็เป็นได้แค่ความคิดแหละครับ

 

ขอโทษ.. ผมลุกขึ้น พร้อมกับดึงตัวร่างบางที่ดูท่าทางจะตกใจมากให้ลุกตามมาด้วย

อ..อืม..ไม่เป็นไร... ร่างบางก้มหน้าหน้าแดงพูดตอบผมอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก ..อ้า~ ดีใจจังที่เค้าไม่ได้ทำท่าทางรังเกียจอะไรกับสัมผัสของผม ...แต่ผมสาบานนะว่าผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

อ..เอ่อ..งั้นชั้นไปก่อนนะ หน้างามๆแดงๆที่ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจดวงน้อยของผม เสียงหวานกล่าวคำบอกลาออกมาทำรู้สึกเสียดายเล็กน้อย

จะไปไหนก็ไปสิ..มีใครฉุดไว้หรือไงล่ะ?? เรื่องมันก็เริ่มต้นแบบนี้ล่ะครับ

 

หนึ่งอาทิตย์ ผ่านไปไวเหมือนโกหก เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ดูสบายๆ ไม่มีอะไรเกิดยกเว้นทัตจังที่มาจู๋จี๋กับคาเมะให้ผมหึงหวงเป็นบางเวลา

 

..จนกระทั่งวันหนึ่ง..

เรียวจัง วันนี้ไปกินเหล้าที่บ้านไอ้เต่ากัน.. เสียงอ้วนจินดังขึ้น ..แต่ผมไม่ยอมไปให้พวกมันมอมหรอกครับ ผมออกเป็นเด็กอ่อนต่อโลก ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมัน

ม...

ทัตจังไปด้วยนะ.. ยังที่ผมจะปฏิเสธจมก็โดนเสียงเต่ามาขัดไว้ก่อน ..ทัตจังไปด้วย เอาไงดีวะ???

เอาไงเนี่ยเรียวจัง เสียงหวานของยามะพีดังขึ้นอย่างเร่งเร้า

ม..ม..ม... มะ..อะไรดีที่ไม่ให้เสียฟอร์มฟระ -*-

..มรึงจะไปกันกี่โมงล่ะ ..โธ่ คุณชายบูกผู้ดีอย่างผมถึงกับต้องพูดคำหยาบเพื่อเอาตัวรอด..พ่อคร้าบ..แม่คร้าบ..นู๋ขอโทษ

ตอนนี้เลย โหรวดเร็วครับ.. จะว่าไปก็ไม่ได้เร็วอะไรหรอกเพราะตอนนี้ก็ปาเข้าไปทุ่มนึงและ ผมก็บ่นไปงั้นแหละ

ไปเลย ขาหน้าของหมูบางตัวลงน้ำหนักลงที่ไหล่ผมอย่างแรง ..ไอ้บ้าเอ้ย!!ไหล่คนนะเว่ย ไม่ใช่เก้าอี้

 

ในงานที่บ้านคาเมะก็ไม่มีไรมากหรอกครับ จำนวนขวดเหล้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก้อเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ฟังไม่ได้ศัพท์ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ..

เน่~ ราว~ มา~ เล่น~ อา~ ราย~ กาน~ เถ้อ~” เอากับมันครับ เสียงเจ้าบ้านที่ฟังไม่ได้ศัพท์เข้าไปทุกที

เล่นไรฟระ ผมเริ่มหงุดหงิด..คนอนากกลับบ้านแล้วนะเฟ้ย

เกม~ พ้า~ รา~ ชา~” เกมส์พระราชา เล่นอะไรของมันเนี่ยเชยชะมัด

ไม่เอาอ่ะ..เมาก็ไปนอนได้แล้วไป ผมเริ่มหงุดหงิด เมาแล้วยะงมาชวนคนอื่นเค้าเล่นอะไรปัญญาอ่อนอีก

ไม่กล้าอ่ะดิ๊เสียงจินดังขึ้น..เสียงที่ฟังดูปกติแต่ถ้าหันไปมองหน้ามันล่ะก็..หมูแดงชัดๆ..

ใครไม่กล้า...อย่ามาท้านะเฟ้ย เล่นเลย..เริ่มๆ ผมเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาท้าครับ..เนี่ยแหละจุดอ่อนจุดเบ้อเริ่มของเด็กอ่อนแออย่างผม

โอเค..เริ่ม เรียวจังจับก่อนเลย โอ้..พระเจ้าครับ มีใครเชื่อผมมั้ยครับ.. ตอนนี้ผมตกหลุมพลางหลุมเบ้อเริ่มที่เต่ากับหมูช่วยกัยขุดแล้วครับ ...คนอะไรพอผมตอบตกลงปุ๊บ หายเมาปั๊บ

 

..บราโว่!! ผมเป็นพระราชาครับ..

ชั้นเป็นพระราชา พอผมพูดจบก้อมองหน้าคนรอบวงอย่างช้าๆ แต่ติดตรงที่แอบมองที่หน้านางฟ้าของผมนานเป็นพิเศษ จากที่ตั้งแต่ตอนที่มาถึงตอนนี้แทบจะไม่ได้มองหน้าเลยครับ เพราะมีไม้กันหมานั่งขวางหูขวางตาตลอดเลย.. เอาเบอไรดีครับท่านผู้อ่าน..

เบอร์ 3 กอดกับเบอร์ 4” อย่าว่าผมสั่งอะไรทุเรศเลยครับ ปกติกลุ่มผมมันก้อเล่นกันอย่างนี้แหละ ...ผมมองหน้าคนรอบวงช้าๆก่อนที่ทั้งสองคนที่ผมเรียกจะแสดงตัวออกมา ..โอ้เจ้าซาร่า ซาตานตนใดบันดาลให้ผมเลือกสองเบอร์นี้ครับ ..ผมมองคาเมะกับทัตจังกอดกันช้าๆต่อหน้าต่อตา ...โอ้ย~~ ชายชาติทหารอย่างผมอยากร้องไห้ครับ

เริ่มใหม่ๆ ผมรีบตัดบท ให้ทั้งสองคนแยกออกจากกันโดยเร็ว เพื่อให้เริ่มเกมส์ใหม่ทันที

 

..เอ่อ..พระเจ้าไม่เข้าผมเหมือนเคยครับ คราวนี้ผมได้เบอร์ 4

ชั้นเป็นๆ เสียงเต่าเจ้าเก่าครับ ..ขออย่าให้เป็นผมเลยครับ มันชอบสั่งอะไรทุเรศๆเสมอๆ

เบอร์ 4 จูบ เบอร์ 1 แบบDEEPด้วยนะ ..เน้นครับ มันเน้น..สงสัยมันจะรู้ว่าเป็นผม ..ใครวะที่จะมาจูบกับผม โอ้..เจ้าครับ สวรรค์ย่อมโปรดคนหน้าตาดี คนที่ต้องจูบกับผมก็คือนางฟ้าตัวน้อยของผมเป็นครับ ...ทัตจ๊างงงงงงง

 

..ผมค่อยๆคุกเข้าเดินไปกลางวงเพื่อที่จะทำตามคำสั่งพระราชาครับ ร่างบางก็คลานมาแบบกล้าๆกลัวๆ หน้าแดงจนน่าจะจับกดกลางวงให้มันรู้แล้วรู้รอด ผมยื่นริมผีปากเข้าไปใกล้หวังจะKISSให้ชื่อใจ แต่ผมก็ต้องชะงักเมื่อร่างบางตรงหน้าผมสั่นเหลือเกิน

ทัตจังเป็นไรป่าว?? ผมดูเป็นคนดีมากเลยครับ ส่วนร่างบางก็ส่ายหน้าน้อยๆ ..โอ้ย!! คุณธรรม จริยธรรม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ผมควรจะทำยังไงดีคร้าบ~~

อ๊ะ!!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรจบ ก็มีบางอย่างมาสัมผัสกับริมฝีปากผม สัมผัสอุ่นที่สัมผัสมามันทำให้ผมแทบคลั่ง ริมฝีปากที่สั่นเล็กน้อยพอยั่วยวน(ในความคิดของผม) แล้วก็สัมผัสชื้นๆที่แตะกับริมฝีปากผมอย่างกล้าๆกลัวๆ ..อ้า~~~ ผมทนไม่ไหวแล้วครับ พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูขอโทษล่วงหน้านะ ..ผมเอามือข้างหนึ่งกดไปที่ท้ายทอยของร่างบางให้เข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น ต่อด้วยการส่งบางอย่างเข้าไปควานหาความหวานจากปากด้วยความรวดเร็ว..ผมหยุดไม่ได้แล้วครับ คุมสติไม่ได้จริงๆ ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ที่ไหน ผมใช้มือที่เหลืออยู่อีกข้างหนึ่งละลาบละล้วงเข้าไปให้เสื้อเนื้อดีของร่างบางทันที

อ..อื้อ... แต่แล้วความคิดของผมก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงทัดทานจากร่างบางข้างใต้ ผมละริมฝีปากออกอย่างเสียดายนิดๆ แล้วค่อยๆช้อนตามองร่างบางช้าๆด้วยความสำนึกผิด(มารยาอ่ะครับ..) ..แต่แล้วผมก็ต้องชะงักเมื่อ ดวงตาสีนิลที่ผมแอบมองบ่อยๆบัดนี้ช่ำเยิ้มราวกับจะสะกดผมไว้ให้มองเพียงแต่ดวงตาคู่นี้ ใบหน้าที่ออกสีชมพูระเรื่อ กับริมฝีปากอิ่นที่เผยอหอบนิดๆ..และแล้วคำพูดที่ทำให้ผมต้องตกตะลึงก็ลอยเข้ามากระทบโสตประสาท

..ในห้องนะ.. นะ..นะ..นะ...นะ... เสียงหวานที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ..ผมหูฝาดไปเองป่าวเนี่ย?? ผมใช้เวลาอึ้งไปกับประโยคที่ร่างบางพูดประมาน 2.64 วินาที พอรู้ตัวอีกทีก็หอมแก้มร่างบางไปแรงๆหนึ่งทีก่อนที่จะอุ้มร่างบางในอ้อมกอดเขาห้องนอนของเจ้าของบ้านไปโดยที่ไม่ได้หันไปขอหรือสนใจคนรอบข้างที่เมื่อกี้ผมเกือบเล่นหนังสนโชว์พวกมันเลยแม้แต่นิดเดียว

 

อ่า...ส่วนที่เหลือผมขอละไว้มีความสุขคนเดียวนะครับ 55+

 

..และแล้วก็มาถึงยามเช้าที่แสนจะอบอุ่น ..ยามเช้าที่มีคนที่เราหลงรักมานอนอยู่ข้างกาย ...ผมเป็นคนที่ตื่นก่อนร่างบางข้างกาย เมื่อคืนเป็นคืนที่เรียกได้ว่ามีความสุขที่สุดเลยทีเดียว ผมอมยิ้มกับความคิดของตัวเองเล็กน้อยแล้วก็ก้มลงไปประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน

 

ชั้นรักทัตจังนะ

อื้อ..ชั้นรู้ตั้งนานแล้วล่ะ เสียงหวานดังขึ้น ผมสะดุ้งสุดตัว ตื่นตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย??

ตื่นตั้งแต่ตอนไหนฮะเรา ฟอร์มครับ.. ผมยังคงรักษาฟอร์มอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ร่างตรงหน้าผมเนี่ยสิไม่ตอบเอาแต่ยิ้ม ..ยิ้มจนคนอย่างผมเขินกันไปเลยทีเดียว

จะตอบรึไม่ตอบห๊ะเรา..เอาแต่อมยิ้มอยู่ได้ ไม้อ่อนไม้ได้ก็ต้องใช้ไม้แข็งครับ.. ผมเริ่มทำเสียงโหด เผื่อร่างบางจะกลัวมั่ง แต่ป่าวเลยกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม แล้วตอบผมเสียงใสว่า..

ตั้งแต่ปีสองแล้ว.. คนอะไรมองอยู่ได้ แอบชอบเราก็ไม่ยอมบอกว่าตรงๆ ฉึ่ก..ฉึ่ก.. โอ้โห...เหมือนมีอะไรมาปักลงกลางหัวเลยครับ

แล้วทัตจังล่ะคิดยังไงกับเรา สรรพนามที่เคยใช้เรียกเปลี่ยนไปชั่วข้ามคืนเลยครับ..55+งี้แหละครับผมเป็นพวกนางฟ้ามาให้รีบคว้า(มีสำนวนนี้ด้วยหรอพี่??)

ไม่รู้สิ.. อึ้งครับ เห็นปกติเรียบร้อย น่ารักเป็นนางฟ้า แต่ไหงตอนนี้มีกูแหลมกับหางงอกออกมาแล้วเนี่ย -*-

แต่ว่า.. อ่า..ไม่รู้ไปเป็นลูกอีช่างกั๊กตั้งแต่เมื่อไหร่ ..ตามเคยครับ ไม่อ่อนไม่ได้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง

จะบอก..หรือไม่บอกครับ นี่แหละครับไม้แข็งของผม ..ผู้อ่านรู้สึกมั้ยครับว่าผมเหมือนเป็นสามีตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอเลย(เฮียนี่ขี้ตู่สุดๆอ่ะ -*-)

... คำตอบของทัตจังทำเอาผมอึ้งไปเลยครับ ไม่ใช้คำพูดแต่เลือกใช้การกระทำ.. ร่างบางโน้มคอผมเล็กน้อย แล้วก็เอาริมฝีปากที่ผมหลงนักหลงมามาสัมผัสเบาๆที่แก้มของผม ..พ่อครับ แม่ครับ ขอบคุณครับที่ทำให้ผมเกิดมาเป็น นิชิคิโด เรียว

รักนะ.. จากการกระทำที่ทำให้ผมลุ่มหลงไปเมื่อครู่แล้ว ร่างบางยังกระซิบที่ข้างหูผมเบาๆด้วยน้ำเสียงเซกซี่เป็นการตบท้าย ..สงสัยจะกลัวว่าผมจะโง่ไม่เข้าใจในการกระทำมั้ง ผมก็เลยแสดงความรักในแบบของผมเหมือนกัน ..แบบไหนน่ะหรอ ก็แบบเมื่อคืนอีกซักรอบสองรอบไงครับ

 

หลังจากที่เราออกกำลังกายสองต่อสองกันมานาน ก็มีเสียงแห่งนรกดังขึ้น

..สองคนที่อยู่ในห้องอ่ะ ออกมากินข้าวได้แล้ว เสียงพระราชาคนเมื่อคืนครับ คนที่ทำให้เทพบุตรกับนางฟ้ารักและได้อยู่เคียงคู่กัน ผมหันไปมองร่างบางที่นอนอยู่ในอ้อมแขนที่ดูหน้าแดงนิดๆก็อมยิ้มแล้วก็สูดความหอมจากแก้มไปอีกหนึ่งทีก่อนจะอุ้มทัตจังปอาบน้ามด้วยกันอีกประมานสองชั่วโมงเห็นจะได้ ..พอดีเป็นคนที่รักความสะอาดอ่ะครับ ต้องเข้าใจ(โกหกหน้าด้านๆเลยนะเฮีย..)

 

บราโว่!!!!!!!” เสียงทุกคนที่ดังพร้อมกันทำเอาผมที่เดินจับมือร่างบางเดินออกมาถึงกับสะดุ้ง

ดีใจด้วยนะเรียวจังที่เข้าใจกันซักที ยามะพีพูดแสดงความยินดีด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอ้วนจินที่ยืนอยู่ข้างๆ

เรียวจังนี่น่าอิดฉ๋าจังน้า~” เทพบุตรเต่าน้อยพูดด้วยน้ำเสียงอิดฉ๋าจนผมที่อมยิ้มฟังมานานเริ่มนึกขึ้นได้อย่างนึง

เฮ้..คาเมะ แกเป็นแฟนกับทัตจังไม่ใช่หรอ ผมถามด้วยความฉงน แต่สิ่งที่ได้หลับมาก็คือเสียงหัวเราะจากผองเพื่อน อารายฟระ -*-

“55+ เรียวจัง.. แค่นี้ยังไม่รู้อีกหรอ ก็ชั้นอ่ะวางแผนให้เรียวจังหึงทัตจัง เพื่อที่จะวางแผนให้นายสองคนรักกันไง ..แล้วพอคนอื่นได้เห็นก็ร่วมมือกัน ...แต่ก็น้า~ ไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้อ่ะ เรียวจีงนี่มือไวใจเร็วชะมัด คะเมะสาธยายซะยืดยาวจนผมเริ่มอายที่ตกหลุมไอ้พวกนี้ขุดไว้ซะอย่างไร้ร่องลอย แถมแทบจะกลบตัวเองด้วยตัวเองอีกต่างหาก.. เฮ้อ~~

 

***********************************************************

เรียวจัง..เรียวจัง..

ครับ..ครับ..ผมตอบกลับร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดของผมทันทีที่ตื่นจากภวังค์

คิดอะไรอยู่อะ เหม่อเชียว.. ร่างบางถามเสียงหวานยื่นมือมาหยิกแก้มผมเล็กน้อยพอให้รู้สึก จนผมอดที่จะอมยิ้มไม่ได้

คิดถึงเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วอ่ะ..หนึ่งเดือนที่โดนคนอื่นหลอกให้ตกหลุมพลางนางฟ้าเจ้าเล่ห์บางคน ผมยิ้มน้อยๆอย่างอ่อนโยนให้คนในอ้อมกอด

นั่นสิ..เรียวจังที่ปากเสียชอบชวนทะเลาะหายไปไหนแล้วน้า~”

ก็อยู่ในตัวนางฟ้าเจ้าเล่ห์คนนี้ไงคร๊าบ~~”

“55+” เสียงหัวเราะที่ผสานกันของเราสองคน หากใครได้ฟังคงต้องอิดฉาล่ะครับ เพราะผมคิดว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่ผสมผสานระหว่างความรักและความสุขของเราสองคน ที่ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจเทียบได้แหละครับ

 

..นี่แหละครับ เรื่องยุ่งๆของผมเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ส่วนตอนนี้น่ะหรอครับ..ก็มีความสู๊ก มีความสุข

 

The End

 

Ps. ผมอยากจะบอกว่ามีหลายเรื่องมากเลยครับที่ผมมารู้ทีหลัง เช่น

- ทั้งกลุ่มเค้ารู้กันมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะครับ เรื่องที่ผมชอบทัตจังอ่ะ(ผมเป็นคนดูง่ายขนาดนั้นเลยหรอ??)

- ทัตจังก็รู้เรื่องที่เพื่อนๆผมอยากให้เราสองคนคบกัน แล้วทัตจังก็ยินดีที่จะร่วมมือด้วย โอ้แม่เจ้า!! ทัตจังช่างเป็นนางฟ้าที่เจ้าเล่ห์จริงๆน่ะแหละ

- ตอนที่คาเมะหอมแก้มทัตจังตอนที่มันบอกผมว่ามันกับทัตจังคบกันอ่ะ ..หลังจากนั้นคาเมะก็โดนเพื่อนทั้งสี่คนของทัตจังแบนเลยครับ(ยู,จุนโนะ,โคคิ และสุดท้าย ยามะพีครับ) สมน้ำหน้ามัน 55+

- ตอนที่ผมล้มไปจูบกับทัตจังครั้งแรก เกิดจากความตั้งใจของพวกมันทั้งสามล่ะครับ(ยู,จุนโนะ,โคคิ).. อ่า~แต่ตอนนี้เราทั้งสี่คนก็สนิทกันแล้วคร้าบ~

- สุดท้าย..ตอนที่เล่นเกมส์พระราชา หลังจากที่เข้าห้องไปทุกคนเอาหูแนบประตูกันหมดเลยครับ ..เป็นไงล่ะครับเนี่ยแหละเพื่อนผม -*-

- และมีอีกหลายเรื่องเลยล่ะครับพี่ไปยังไงก้อไม่จบ...งั้นพอแค่นี้ก่อนดีกว่า

- ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่ทนอ่านกันมาถึงตอนนี้ บะบาย