Novel

เด็กเหนือ VS เด็กกรุง 10 (40%)

posted on 27 Oct 2008 13:23 by daifuku  in Novel

สวัสดีค่า ทุกคน

คิดถึงเรามั้ยคะ? 


เดือนกว่าๆ ผ่านไปในที่สุดก้อได้มาอัพ

แหม มีเพื่อนเข้ามาสม่ำเสมอจนจับได้ว่าเราแอบเปลี่ยนเพลงก่อนอัพ


ที่จริงไม่มีไรหรอกค่ะ แบบว่า คอมเจ๊ง ไง ต้องฟอร์แมท

ไม่มีเวิร์ด เพราะพี่ไม่ได้ลงให้อ่ะ ก้อเลยไม่ได้แต่งต่อซักที

เลยได้แต่ลงเพลงอ่า หุหุ แต่นี่มาอัพให้แล้วน้า 

แล้วค่อยคุยกันใหม่นะคะ

***********************************************************

ตอนที่ 10 รอดมาได้ไง??



เพี๊ยะ! “โฟ!!” เพี๊ยะ !! “โฟ!!” ผมลืมตาขึ้นช้าๆ หลังจากโดนตบจนหน้าชา ใครวะ!!  อูย เดี๋ยวพ่อกระโดดกัดหู เอามาขยำแล้วขยี้ซะเลย สาดเอ้ย ตบซะหนังหน้ากรูจะลอก!!

“เฮ้ย!! พอ กรุเจ็บ” ผมยกมือห้ามไม่ให้พวกมันตบหน้าผมต่อ แมร่ง..หน้าหน้าตาดีๆของกรุจะเสียโฉมหมด

“เฮ้ย!! เลิกเล่นๆ เดี๋ยวกรุพาเมิงขึ้นห้องเอง ..แมร่งใครวะที่เริ่มต้นเล่นแบบนี้” เออใช่ ไอ้เวลพูดถูก ใครวะ?? ผมมองไปรอบๆเพื่อนเพื่อหาคำตอบ ..เฮ้อ~ ผมน่าจะรู้อยู่แล้วนะ ก็มีอยู่คนเดียวที่มันชอบเล่นอะไร เอี้ยๆแบบนี้ แต่พอผมมองหน้ามัน มันก็เอาแต่ทำลอยหน้าลอยตารอให้ผมเอาตีลเข้าไปประทับวัดรอยเท้าหาเบอร์ซะงั้น

“เมิงจะให้กรุขึ้นห้องทั้งเปลือยอย่างนี้ใช่มะ?? กุจะได้เดินไปเลย” มันทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาฟันตัวให้อย่างแน่นหนา เปรียบเหมือนผมเป็นข้าวต้มมัดอย่างไง อย่างงั้น

“ปะ..เข้าห้อง..” พูดจบมันก็ทั้งพลัก ทั้งเตะผมให้เดินไปทางห้องพักทันที

พอเท้าก้าวแตะพื้นในห้องปุ๊บ ผมก็เริ่มปล่อยหมาน้อยมาเผล้นพล่านทันที ของพวกมันพันธุ์ใหญ่หน้าโหด ของผมพันธุ์เล็ก เป็นชิห์สุตัวน้อยๆน่ารัก

“พ่อเมิงสอนให้เล่นอย่างงี้หรอเมิง??” แต่ท่าทางผมจะลืมตัวไปหน่อย ตัวก็เลยประกบติดชิดเชื้อกับซิกแพคตรงหน้าทันที ตัวแค่นี้ ทำเป็นมีซิกแพค

“โหเมิง~~ กุขอโทษ” พูดไม่พูดเปล่า เวลก็เอามือปลาหมึกของมันมาละลานตัวผมทันที จับนู่นนิด นี่หน่อย ..กำไรเลยนะเมิง   

“ไหนๆ ให้กรูดูหน่อยดิ เป็นไรมากป่ะ??” ฉวยโอกาสกะกรูอีกละ เมิงเห็นกรูเป็นตุ๊กตา หรือหมาชิห์สุบ้านเมิงหรอ ขอบอก กรูก็สู้คนนะ แฮ่

“เว่อร์ไปๆ ไอ้เชี้ยเวล ไม่มีคนอยู่ เมิงไม่ต้องเสือกแกล้งกรูเลย สาดด” ผมเอามือขวาตบบ้องหูมันไปหนึ่งที  มันร้องโอดครวญ ว่าไม่ยุติธรรม มันแค่เป็นห่วงผมอะไรเนี่ยแหละ กรูเชื่อตายห่ะเลย เมิง ผมยันมันไปด้วยบาทาอันสูงส่งหนึ่งที

“เล่นเชี้ยะอะไรอยู่ได้ทุกวันๆ ห่ะ! ให้มันมีขอบเขตนิสเหอะวะ” ผมถีบๆยันๆมันออก “กรูจะไปอาบน้ำแล้ว”

ผมแต่งตัวเสร็จแล้วตั้งแต่ไอ้เวลเข้าไปอาบน้ำต่อจากผมได้ไม่นาน ว่างโคตรๆ  ผมเปิดทีวี เผื่อมันจะมีละครที่เอามาย้อนฉายใหม่ให้ดูบ้าง เพราะยังไง ตอนนี้คงยังไม่มีท่านเปากะองครักษ์จั่นมาให้ผมดูแน่ (แน่นอน ผมคงจะไปหาโอเล่กับปลากิมไข่เต่าไม่ได้ด้วย)[?]
ละครที่ช่องจ๋าม เอามาฉายมันน้ำเน่าเอาเรื่องเลยครับ ไม่นึกเลยว่า คนไทยเราจะคิดได้แบบนี้ รสนิยมคนไทยนี่ ลึกล้ำจริงๆ แต่พอเป็นโฆษณาเบียร์ทีไร คนไทยหัวครีเอทขึ้นมาซะอย่างนั้นแหละ

ผมดูละครที่มีกลิ่นตุๆของช่องสามได้ไม่เท่าไหร่ ไอ้เวลมันก็เดินกระแดะทำหน้าตาดี(?)ออกมาจากห้องน้ำ พันผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่เอวมาผืนเดียว ประมาณว่ากระตุกทีเดียวหลุด ผมมองมันแล้วก็คิด นี่ถ้ามันอยู่กับไอ้เต้ สงสัยป่านนี้โดดจับกดล้มทับไปแล้วละมั้งเนี่ย!!

ก็ดูมันสิครับ ผิวสีแทนนิดๆ กล้ามซิกแพคหน่อยๆ เห็นเป็นลอนพองาม ช่วงเอวคอดไม่มากไม่น้อย แผงอกกำยำ ดูแล้วก็ได้แต่ อิจฉาตาร้อนมัน ทำไมพ่อกรูไม่ให้กรูมามากกว่านี้หน่อยวะ! พี่แม๊กพี่คิมเล่นแบ่งไปกันหมดเลย สงสารตัวเองแฮะ!

“...มองซะตาเยิ้มแล้วเมิง”

“เยิ้มบ้านพ่อเมิงหรอ! ตาข้างไหนเมิงเห็นว่ากรูเยิ้มวะ!!” สงสัยสายตาอิจฉาของผม มันจะร้อนเกินไปจนไอ้เจี้ยะนี่เข้าใจผิดซะแล้วละครับ!! กรูจะเยิ้มกะเมิงไปเพื่ออะร้ายยยย~

“บ้านพ่อกรูก็บ้านกรูเนี่ยแหละ...มีบ้านเดียวยังเดินไม่ทั่วเลยวะ มีหลายบ้าน คงไม่ไหว” เมิงตอบกรูผิดประเด็นนะคุณเพื่อนที่เคารพรัก

“หยุด! ควายเอ็ด พลีส! กรูไม่ได้ถามเมิงเรื่องนั้นโว้ย!” ผมยกมือห้ามมัน ก่อนที่มันจะสาธยายความรวยมากไปกว่านี้ พูดจบก็ค้อนมันอีกหนึ่งที โทษฐานพูดไม่เข้ารูหูคน(หน้าตาดี แต่ไม่รวย)

“พอเลย เถียงกะเมิงแล้ว ประสาทจะเสีย ละครนี่มันยังประเทืองปัญญากรูมากกว่าเมิงเลย” ผมพยักหน้าไปทางทีวี

“ตากรูสองข้างนี่แหละเห็นเมิงมองกรูเยิ้ม  นี่ถ้ากรูเป็นผู้หญิง กรูคงนึกว่าจะโดนเมิงจับปล้ำซะและ” กรูควรจะกลัวเมิงมากกว่าโว้ย ไอ้บ้า

“สายตาเมิงคงพิการตามสมอง แย่วะ มีดีแต่หน้ากะเงิน สมองเท่าขี้มด” ผมทำท่าเอาเล็บนิ้วโป้งจิกไว้ที่ปลายนิ้วชี้ แบบว่ามันโคตรจะเล็กจริงๆ

“นายนี่น้า รอดมาได้ไงจนป่านนี้เนี่ย” พูดอะไรวะ ไม่เข้าใจ ไม่ได้จะถูกฆ่าซะหน่อย จะไม่รอดได้ไง

“อะไรของเมิงอ่ะ พูดอะไรอย่าเข้าใจอยู่คนเดียวได้ป่ะ” หน้าตาผมบอกชัดเลยว่า มันอ่ะ ไอ้ตัวพูดไม่รู้เรื่อง ตอนนี้มันแต่งตัวเสร็จแล้วครับ เดินดุ่มๆมานั่งข้างๆผม

“กรูหมายความว่า หน้าอย่างเมิงเนี่ย น่าจะเสร็จใครซักคน เป็นเมียใครไปแล้ว ไม่รู้รอดมาได้ไงจนป่านนี้”

0.0------ 0[]0 หา!!!


***************
ยังไม่จบนะค่ะ ^^



เด็กเหนือ VS เด็กกรุง 09 (100%)

posted on 22 Jun 2008 21:36 by daifuku  in Novel

ขอโทษนะคะที่หายไปนาน เพราะว่าเข้ามาอยู่หอ อะไรๆมันยังไม่ลงตัว

เนทก็เพิ่งเล่นได้ ถ้าช้ามากๆอีกต่างหาก

ไงๆก็ช่วยติดตามต่อไปด้วยนะคะ จะพยายามมาลงให้ไวที่สุดเลยค่ะ

***************************************

ตอนที่ 9 1.5เมตร (100%)

"ไม่! ลุกสิโว้ย!! เดี๋ยวกัดหัวขาดเลย แมร่งเอ้ย!" ผมพยายามกลิ้งไปด้านข้าง หวังจะลอดระหว่างแขนหนีไอ้หื่นเวลนี่ แต่แล้วผมก็ต้องโดนมันล๊อกตัวเอาไว้ พลางไล่จูบไปทั่วใบหน้า ซอกคอ ก่อนจะดูดปากที่เม้มแน่นของผม

"เว้ยยยย! จับอะไรวะ!!" ผมแหกปากดังลั่น มือ! มือของไอ้เวลมันอยู่ที่น้องของผม!!!

"มือ...!!" ไอ้เลวสอดลิ้นเข้ามาในปากผม กดหนัก เฮ้ย!! ตั้งสติๆ! อย่าเพลินเซ่!! ทำไมไอ้บ้านี่มันจูบได้เก่งขนาดนี้ แย่แน่เลย แย่..อื้ม~

“โฟ..โฟ..ได้ยินพี่มั้ย?? เป็นไรไปป่ะเนี่ย??” ว๊าก!!!พี่คิม ผมผลักไอ้เวลออกด้วยแรงควายที่พยายามเก็บหอมรอบริบมาเพื่อมาเที่ยวในครั้งนี้ จนร่างโต๊ โตของมันกลิ้งขลุกๆลงข้างเตียง แล้วผมก็รีบคว้าโทรศัพท์มาคุยต่อทันที

“ป..ป่าว..” ผมพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติที่สุดหลังจากที่ออกซิเจนประท้วงที่จะเข้าสู่ปอดมานาน

“อื้อ..ยังไงไปเที่ยวคราวนี้ ก็อย่าลืมเอาน้องสะใภ้มาฝากพี่ด้วยล่ะ แต่ถ้ามันเกิดความสามารถของน้องชายพี่เกินไปก็เอาเป็นน้องเขยแทนก็ได้นะ หน้าอย่างโฟน่าจะหาได้ง่ายกว่าเยอะ55+..ตุ๊บ” โห..คิดจะวางก็วาง แต่ทำไมผมชักรู้สึกว่าทั้งแม่ พี่ และก็เพื่อนผม ทุกคนจะไม่เห็นว่าผมไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆกันเลยซักคน ทำไมกันนะ??..ฮึ่มๆ คอยดูนะเจ้าพี่บ้า กลับไปคราวนี้จะเอาน้องสะใภ้ไปฝากให้ได้เลย ว่าแล้วผมก็หันไปทางตัวต้นเหตุหวังกลับไปกระทืบให้จมดินต่อ...(แน่ใจนะว่าไม่ได้หวังอย่างอื่นอ่ะ)

“อั๊ก!!” โอยหมีควายโดดล้มทับ..

“คุยจบแล้วหรอ?? ทำไมไม่บอกไปล่ะว่ากลับไปจะเอาน้องเขยไปฝาก” เอ่อ..ผมจำได้ว่าเมื่อกี้ผมไม่ได้กดลำโพงนะ ทำไมมันถึงรู้ว่าพี่ผมพูดอะไร ..เอ๊ะ! หรือว่ามันจะเปนเดสทินี่ที่ความจริงแล้วเวลมันต้องคู่กับพี่ชายผมกันแน่นะ ..55+ ต้องใช่แน่ๆ ว่าแลวผมก้อนั่งตบไหล่ไอ้เวลเบาๆพร้อมกับยิ้มให้มันอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ยิ้มอะไรของเมิง.. กำลังฝันหวานว่ากรูได้เป็นน้องเขยพี่เมิงจริงๆรึไง” โห..อั้ยสาด กุกัมลังคิดภาพเมิงเป็นพี่สะใภ้กุอยู่งัยโว้ย!!

“โฟ.........” เสียงใหญ่ๆที่ติดจะฟังดูอ้อนนิดๆ ทำให้ผมรู้สึกอยากแคะหูขึ้นมาทันควัน ..จั๊กจี๋ชะมัด

“อะไรของเมิง??” ผมตอบแบบปัดรังควาน ..เอิ่ม หรือมันจะขอพี่คิมจากเรา ไม่น้า..ไม่..ไม่..มันจะเร็วเกินไปแล้ว กรูไม่ยกพี่กรูให้เมิงหรอกโว้ย!

“ไปว่ายน้ำกัน..” อืม.. อยากว่ายแฮะ แต่ ว๊าก!! นั่นมันสายตาคนหรือว่าเสือที่มันเตรียมตะครุบเหยื่อกันแน่ฟระ หื่นโคดอ่ะ

“ม่ายอ่ะ.. กรูไม่ได้เอากางเกงขาสั้นมา” ผมลูบแขนตัวเองไปมาเพื่อที่จะให้ขนแขนที่แข่งกันลุกขึ้นมาดูโลกภายนอกให้กลับลงไปนอนเหมือนเดิม

“..ไม่มีปัญหา กรูซื้อกางเกงว่ายน้ำตัวใหม่มาเผื่อเมิงด้วย” ว่าแล้วมันก้อเดินตรงไปยังกระเป๋ามัน รื้อๆค้นๆอะไรของมันซักพักนึง แล้วก็หันมาโชว์บางอย่างให้ผมดูอย่างภาคภูมิใจ

“โห... ไอ้จวย เมิงไม่ซื้อจีสตริงให้กุเลยล่ะ” กางเกงในว่ายน้ำสีดำ ทรงโคนขาเว้าสูง ตัวเล็กมาก ย้ำว่า เล็กมาก..ถ้าผมใส่ของคงฟิตเปรี๊ยะ ..ช่างกล้าหนอ เพื่อนกุ ไม่อยากคิดเลยว่าตอนซื้อ คนขายจะมองหน้ามันยังไง?

“กะอยู่อ่ะ.. แต่กรูหวง” คุณเพื่อนที่รักตอบผมมาด้วยน้ำเสียงเหมือนเวลาเด็กโดนขอดูของเล่นในมือ หวงบ้าหวงบออะไรของมัน(ไม่ใช่บ้า ไม่ช่าบอครับ แต่เป็นเมีย)

“เออ..เรื่องของเมิง กุกะว่ากุจะไปซักหน่อย แต่พอกุเหนอย่างนี้และ กุเลิก...” ว่าแล้วผมก็เอนตัวลงกับเตียง พลิกตัวเล็กน้อยเพื่อหันหลังให้เวลมัน เพราะเดี๋ยวจะเห็นหน้าของผมว่าเสียดายขนาดไหนที่ลืมเอากางเกงขาสั้นมา ฮือๆ..อยากว่ายน้ำอ่ะ..

“โธ่..โฟอ่ะ ไปว่ายเถอะนะ” ดู๊..ดูมันอ้อน มันเคยสองกระจกเห็นหน้าตัวเองตอนมันอ้อนมั้ยเนี่ย?? บ้านเมิงห้ามแขวนกระจกหรอ??

“ไม่..” เสียงแข็ง.. แข็งใจไว้ ไอ้โฟ แข็งใจไว้ ไอโฟไม่ยอมใจอ่อนหรอกครับ

“ถ้าเมิงไม่ไป กุจะทำต่อจากเมื่อกี้..” เฮ้ย!! ผมลุกพรวดหันหน้าไปทางไอ้เวล เหย หน้ามันเอาจริงอ่ะ อืม..ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก กิ๊ง!!

“เอ่อ..กรูไปก็ได้ แต่ไม่ใส่ตัวนั้นได้มั้ย??” ผมชี้ไปทางกางเกงว่ายน้ำไซส์มินิที่ถูกวางอยู่ตรงปลายเตียง ผมไม่ได้กลัวมันนะ ผมแค่อยากว่ายน้ำจริงๆอ่ะ มาเที่ยวทั้งทีจะให้คลุกอยู่แต่ในห้องกับผู้ชายสองคนก็กระไรอยู่ สู้ออกไปดูสาวๆใส่ชุดว่ายน้ำดีกว่า

“ถ้าเมิงไม่ใส่ เมิงก็ไม่ต้องไป” พูดไม่พูดป่าว ..เหมือนผมจะเห็นแว๊บๆว่ามือมันกำลังจะเลื่อนมาที่...

“ว๊าก!! ไป..ไป..กุไป..กุจะ...” ใครจะไปกล้าใส่อั้ยกางเกงลิงนั่นวะ

“จะอะไร..” เอ่อ..คุณชายเวลครับ ช่วยกลับไปเป็นควายอ้อนเหมือนเดิมเถอะ..แค่นี้กุก็กลัวจนหัวหดแล้ว

“ส...ใส่..” ผมตอบมันด้วยเสียงที่คิดว่าเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ ..แต่ผมรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้หูมันจะไวยิ่งกว่าหมาที่บ้านผมซะอีก

“ดีมาก.. มากรูช่วยเปลี่ยน” พูดจบมือหนาของมันนก็ตรงมาปลดกระดุมอันอ่อนแอบนเสื้อผมอย่างรวดเร็ว จนผมแทบจะตะครุบไม่ทัน

“เฮ้ย!! ไม่ต้อง กรูเปลี่ยนเองได้ เมิงก็ไปเปลี่ยนของเมิงไป” ผมปัดมือเป็นเชิงไล่ให้มันไปเร็ว ..คราวนี้ไม่มีอิดออดครับ มันเดินไปที่กระเป๋ามันทันที ..และมันจะดีมากถ้ามันไม่หันกลับมาทิ้งระเบิดไว้ให้ผมอีกหนึ่งประโยคก่อนที่มันจะเดินเขาห้องน้ำไป

“ถ้ากรูออกมาแล้วเมิงยังไม่เสร็จ กรูจะช่วยเมิงเปลี่ยนเอง” เพียงหนึ่งประโยคของมัน กลับทำให้ผมต้องผลัดองค์ทรงเครื่องอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าความเร็วของยานอพอลโล11 ซะอีก

“ปัง!! เสร็จยัง..มากรูช่วย” มันรวดเร็วจริงๆครับ มันใช่เวลาเปลี่ยนไม่ถึงยี่สิบวินาทีก็ออกมาซะแล้ว แต่แน่นอนครับ เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เพราะผมก็เสร็จแล้วเหมือนกัน ถึงแม้สภาพรอบข้างผมมันจะไม่ค่อยน่าดูก็เถอะ

“โห..เมิงเปลี่ยนไงของเมิงเนี่ย เสื้อไปพาดกับโคมไฟ กางเกงไปพาดกับกระจก และบอกเซอร์เมิงนี่สะเออะไปอยู่หัวเตียงเลยนะ” ผมบอกแล้วครับว่ามันไม่ค่อยน่าดู เพราะสภาพห้องตอนนี่มันก็ไม่ต่างกับที่ไอ้เวลบอกหรอกครับ ..ผมหัวเราะแก้เก้อแป๊บนึงแล้วก็ก้มจัดระเบียบกับกางเกงว่ายน้ำตัวจิ๋วที่โอบอุ้มหนอนชาเขียวไม่ค่อยได้ซะทีเดียวให้เข้าที่เรียบร้อยพร้อมแก่การไปเล่นน้ำ

“ป..” ผมที่กำลังเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะชวนมันไปที่สระว่ายน้ำ ถึงกับต้องอ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า ..โอ้!! ซิกแพคคู่กับบิลบอง ผิวขาวน่ากัด หัวนมหน้าขบ ..ไอ้เวล กรูเชื่อแล้วว่าทำไมเมิงถึงจีบหญิงชนะกุตลอด ..เฮ้!! แล้วทำไมของมันถึงเป็นบิลบอง แล้วทำไมของเรามันเป็นแค่กุงเกงลิงตัวจิ๋วฟระ

“ปะ..ไปกัน” หลังจากที่ยังสงสัยมิจางหาย ไอ้เวลก็เอาผ้าขนหนูมาคลุมไหล่ผมแล้วเดินไปทางสระว่ายน้ำทันที

พอเดินมาถึงสระว่ายน้ำ ผมก็ต้องมีอาการลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุข ทำไมเพื่อนมันอยู่นี่หมดเลยวะ เชี้ยะเอ้ย!! แล้วสภาพกรูนี่จะรอดหมาในปากพวกมันเรอะ

“วิ๊ว....สามี ภรรยามาแล้วโว้ย!!” เออ..เอาเข้าไปไอ้พวกเพื่อเวร เมิงไม่คิดจะทักกุประโยคอื่นมั่งเลยใช่มั้ย?? ผมได้แต่บ่นในใจ เพราะเดี๋ยวพวกมันจะหาว่าผมโวยวายมันกลบเกลื่อน จากนั้นผมก็มองซ้าย มองขวาเพื่อหาเก้าอี้ว่างสำหรับพาดผ้าขนหนู

“วู้..อิจฉา!!! เดินตามกันต้อยๆเลย ” เสียงใครวะ เดี๋ยวกรูจะคิดบัญชีกะเมิงทีหลัง ฮึ่ม!!

“กรี๊ดดดด!! ใครมีผ้าเย็นบ้าง เอามันประคบตาชั้นด่วน มันลุกเป็นไปแล้วเห็นมั้ย!!!!” ผมพยายามทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของไอ้เต้ที่ยังร้องหวีดหวิวเหมือนชะนีหาผัวของมัน แล้วก็ดึงผ้าขนหนูออกจากไหล่ ไปพาดกับเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่.. แล้วก็หลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรมต่อไปที่คงจะโดนเพื่อนแซวว่าที่บ้านยากจนขนาดซื้อกางเกงว่ายน้ำได้ตัวแค่นี้

“...” แต่สิ่งที่ผมได้มีแต่ความเงียบ..เงียบ..และเงียบ ผมค่อยๆหันไปหาพวกเพื่อนๆที่มันว่ายน้ำอยู่ว่าอะไรอุดปาก ถึงเงียบเป็นเป่าสากกันได้ขนาดนี้

“พวกเมิงมองอะไรเมียกรู... จะไปแรดที่ไหนก็ไปๆ” เอ่อ...อึ้งครับ พวกเพื่อนผมที่ปกติผีเจาะปากมาพูด ซาตานเจาะปากมาแซว เลี้ยงหมาไว้สักสิบคอกในปาก เมื่อกี้ถึงกับอ้าปากค้างกับสภาพของผมตอนนี้ ..แล้วยิ่งคำพูดของไอ้เวล ปากมันก็อ้ากว้างยิ่งขึ้น ตาไอ้เต้นี่แทบจะถลนออกมาแล้ว นึกสภาพมันเป็นปอบ+ผีตาโบ๋นะครับ เหมือนอิ๊บอ๋าย...

“ใครเป็นเมียเมิง!!!” ผมผลักไอ้เวลออกแรงจน...

ตูม!!ซ่า!! มันตกน้ำครับ ก็พวกผมยืนอยู่ริมขอบสระนี่ครับ

“แค่กๆ..” ไอ้เวลสำลักน้ำนิดหน่อย “โถ..ที่รัก ทำไมเขินแล้วต้องใช้กำลังด้วยละจ้ะ” อ๊ากกกก! ผมนี่แทบจะโดดตามลงไปถีบมันในน้ำ...ถ้าผมไม่เหลือบไปเห็นระดับความลึกซะก่อนนะน่ะ

เพื่อนบางคนของผมเริ่มลงน้ำกันแล้วครับ มีแต่พวกผู้หญิงที่ยังทาครีมกันแดดกันอยู่ ผู้ชายที่เหลืออยู่ก็มีผม กับอีกหนึ่ง ชายไม่แท้นี่แหละครับ คุณเตเต้มันยกขาขึ้นมาพาดจิกเท้าไว้กับเก้าอี้ แล้วก้มลงทาครีมที่ขา ผมเห็นแล้วถึงกับต้องหันหน้าหนี นี่ถ้าเป็นกลางคืนผมจะนึกว่าผีหลอกละครับ!!

“เฮ้ย! โฟ ลงมาดิ รอไรอยู่วะ” ไอ้เวลเกาะสระ เรียกผม ให้ลงไปเล่นน้ำกับมัน ผมทำหน้าหน้ายุ่งแล้วมองป้าย บอกระดับความลึก 2.0 เมตร ส่วนสูงผม 1.70 เมตร ความต่างเท่ากับ 0.3 มิดหัวไปโขเลยอ่ะ

“อ้าว เฮ้ยไปไหนวะ” เวลมองตามผมที่เดินหนีมันไปอีกทาง แล้วเรียกผมไม่หยุด แล้วมันก็ว่ายน้ำตามผมไปด้วย

ผมเดินมาหยุดอยู่ขอบสระอีกฝั่ง 1.5 เมตร โอเค....ผมค่อยๆนั่งแล้วหย่อนขาลงไปยืนในสระ ไอ้เวลที่ว่ายตามผมมาด้วยทำหน้างงๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายวิบวับ แล้วหัวเราะเสียงดัง

“ฮ่าๆๆๆๆ” ผมได้แต่อายหน้าแดง มันคงรู้แหละครับ ก็ผมอ่ะ ว่ายน้ำแข็งซะที่ไหน ไม่เคยกล้าจะลงน้ำลึก ไอ้โดดตูมๆ อย่างคนอื่นนี่ ไม่เอาอ่ะ ถ้ามันจะหาว่าป๊อด ก็ยอมแล้ว

ผมย่างสามขุมไปหามัน ด้วยใบหน้าแดงเถือก พอถึงตัวมันได้ ก็จับมันกดลงน้ำ มันไม่ทันตั้งตัว ก็ล้มพรืดหงายหลัง โดนผมจับกดลงน้ำอย่างง่ายดาย แต่มันดิ้นอยู่แปปเดียวเท่านั้นแหละครับมันลากผมพรืดตามลงดำดูกระเบื้องใต้น้ำด้วยเลย มันกอดผมเอาไว้แน่น

“จะกดใครจมน้ำเนี่ย ทีหลังดูก่อนนะเว้ย ว่าเป็นใคร” ผมไอน้ำหูน้ำตาไหล ฮือๆ เกือบตายแล้วกรู...

“เฮ้ย!! พวกเมิงจะทำอะไรอายชาวบ้านเขาบ้างเหอะ ที่สาธารณะนะเว้ยเฮ้ย!!!” เสียงพวกเพื่อนๆผม มันเลิกอึ้งแล้ว ปล่อยหมาใส่ผมอีกแล้ว นี่ผมเลิกเรียนมัธยมแล้ว หันไปทำฟาร์มเลี้ยงหมาเลยดีไหมเนี่ย จะได้ไม่ต้องให้พวกมันปล่อยออกมาใส่หน้าผมเฉยๆ

แต่พอมันว่าก็เพิ่งรู้สึก คนเป็นล้านรอบสระ หยุดกิจกรรมชั่วคราว แล้วหันมามองผมกันใหญ่ โดยเฉพาะพวกแม่เด็กที่อยู่ใกล้ๆ เอามือปิดตาลูกใหญ่เลย ...เสียหายหลายแสน...

มองไปอีกทาง พวกสาวๆในสระ พากันมองพวกผมตาเป็นประกาย มองปราดเดียวก้รู้ ในความคิดคุณเธอ ผมคงเป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าไม้แน่ๆ

...ไอ้โฟอยากตายครับ..

“ไอ้สาดเวล เมิงเอ้ย ภาพพจน์กรูเสียหมด กรูอยากจะบ้า...” ผมเอามือกุมหน้าผาก เดินออกห่างมัน ขืนอยู่กะมันต่อ มีหวังกลายเป็นคู่เกย์กับมันยิ่งกว่านี้ชัวร์

“โหย.. อายไรวะ กรูยังไม่อายเลย” มันเดินตามมาติด ผมเดินไปตรงที่ลึกกว่านี้นิดหน่อย ไม่ใช่ว่าผมว่ายน้ำไม่ได้นะครับ ว่ายได้แต่ไม่แข็ง ลอยตัวกลางน้ำไม่เก่ง แถมยังกลั้นหายใจได้ไม่นานอีกด้วย

ผมเสยผมลวกๆ แล้วยืนพิงขอบสระ  น้ำไม่ร้อนไม่เย็นกะลังดี สบายสุดๆ นี่ถ้าไม่มี...ไอ้หล่อนี่ที่ยืนทำหน้าทะเล้นคงดีกว่านี้ละครับ

“เมิง ยืนมองกรูทำซากอะไรวะ จะไปไหนก็ไปดิ” ผมไล่มันครับ รำคาญ มายืนจ้องอยู่นั่น มันยิ้มเผล่ใส่ตาผม แล้วลากผมเดินลิ่วๆลงไปตรงที่ลึก โอ๊ะๆๆๆ น้ำมันเริ่มสูงขึ้นแล้ว

“เฮ้ย! ปล่อยๆ ไม่เอาไม่ไปๆ” ผมรู้ว่ามันคงจะแกล้งลากผมลงที่ลึก เพราะคิดว่าผมคงว่ายน้ำที่ลึกไม่ได้

“เมิง จะยืนอยู่คนเดียวเรอะไง เพื่อนเยอะแยะ ไปเล่นกะพวกนั้นเหอะน่า” มันว่างั้น แล้วลากผม ลงไปลึกเรื่อย ผมตะโกนเรียกมันให้เลิกลากผมซะที

“หยุดๆ สต๊อปๆ โฌตโตะมาเต๊ะ!!” กระแดะอีกครับผม ภาษาพ่อแม่ตัวเองไม่แข็งแรง ยังจะพูดภาษาอื่นอีก แรดจริงกรูนี่  ผมพยายามทรงตัวตีขาเพื่อลอยตัวในน้ำ ดึงความสนใจให้ไอ้เบื๊อกนี่มันหยุด พอ มันหยุดส่งสายตาสงสัยมาให้ผม ปากผมก็พูดทันทีเลยครับ

“กรูว่ายน้ำไม่แข็งไม่ต้องไปที่ลึกมากได้ไหม?” ผมพยายามบอกมันให้เข้าใจ

“ไม่ เป็นไรน่า เดี๋ยวเมิงเกาะกรูไว้แล้วกัน ปะ!” มันจับแขนผมไปโอบไว้รอบคอมัน แล้วว่ายไปเรื่อยๆ ไม่ปล่อยให้ผมได้พูดอะไรสักคำ ผมเห็นเพื่อนผมมันกะลังสาดน้ำใส่กันอย่างเมามันส์เลยครับ ถ้าผมมองไม่ผิด ดูไอ้เต้มันกระดี้กระด้าอยู่ในน้ำเลยครับ ดวงตาเป็นประกายสดใสซาบซ่า มันเล่นกะเพื่อนๆ โดยที่ไม่ได้มองหน้าพวกนั้นเลย มองต่ำกว่าคอลงมาทั้งนั้น ดูชะตากรรมของเพื่อนๆผมที่ต้องตกเป็นอาหารตากะเทยตัวหนึ่งสิครับ

“โอ้โห กว่าพวกเมิงจะว่ายมาหาพวกกรูได้นะ ไม่รอกรูไปกราบเชิญก่อนละ” ไอ้โป่ง ในปากมันคงเลี้ยงไว้มากกว่าสิบคอกแน่นอนครับ

“บังเอิญ ว่า กราบในน้ำมันลำบาก กรูไม่ได้โหดกะบรรดาข้ารับใช้ขนาดนั้นวะ เมิงใช้ว่ายเอาละกัน กรูอนุโลมให้เมิง” ...ถ้าในปากไอ้โป่งเป็นดัลเมเชี่ยน ในปากไอ้เวลก็เป็นอัลเซเชี่ยนละครับพี่น้อง....

“ซาบซึ้งในความเมตตามากขอรับ” นี่เพื่อนผมเป็นผู้ชายจริงป่ะเนี่ย ทั้งกัด ทั้งประชด เจ็บกว่าหญิงที่ไหนอีกครับ

“กรู ใจดีอยู่แล้ววะ”  แค่นั้นตลกฉากเล็กๆของเพื่อนๆผมก็ทำเอาฮาได้ทั้งวงแล้วครับ ผมเริ่มว่ายเองแล้วครับ ขี้เกียจเกาะไอ้เวลมันแล้ว ไม่แมนเอาซะเล้ย

เราเล่นสาดน้ำกัน ผมไม่ไปสาดกะมันหรอก แพ้เห็นๆ ดูแต่ละคน ไอ้โป่ง ไอ้บอล นี่ก็ทำท่าเหมือนปล่อยพลังในดราก้อนบอลยังไงยังงั้น

“ย๊าก...คลื่นพลังหน้าตาดี!!” เอิ่ม...ดูชื่อท่ามันสิครับ

“โอ้ ว!...ม่านวารีคนหล่อ!!” แค่ฟังชื่อท่ามันก็ทำเอาผมหัวเราะจนหยุดไม่ได้แล้วครับ  เสียงหัวเราะกลุ่มผมดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ได้มีแต่กลุ่มผมที่หัวเราะนะครับ คนที่ว่ายน้ำผ่านไปผ่านมา ยังหัวเราะไปด้วยเลย! ก็ดูหน้าคนบอกชื่อท่าสิครับ มันเข้ากะท่าไม๊ละ

ไอ้ เวลที่เกาะขอบดูอยู่กะผมหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังพอกัน ถัดจากไอ้เวลเป็นไอ้เต้ครับ ผมเหลือบดูแล้วขำหนักกว่า ไอ้บ้าสองตัวปล่อยพลังซะอีก ก็ไอ้เต้มันทำเป็นขำ มือหนึ่งปิดปาก มือหนึ่งก็แตะๆ ลูบ แขนไหล่อกไอ้เวลไปด้วย กร๊ากกๆๆ
ฮาโคตร...

ดี นะที่เป็นแขนไหล่อก ไม่ใช่ หัวไหล่ตูด ฮ่าๆๆๆแฮ่กๆๆๆ อ๋อย~ หัวเราะจนหายใจไม่ทันแล้วครับ ไอ้เวลเอ้ย โดนหลอกแต๊ะอั๋งแล้วยังไม่รู้สึกอีกนะเมิง!!!

ผม ลังเลว่าจะบอกมันดีหรือเปล่า ก็รู้สึกว่ามีอะไรสัมผัสอยู่ตรงรอบเอว มองดีๆ ไอ้เวรนี่!! ไอ้เวลมันเอามือโอบรอบเอวผมอยู่ ผมเกิดความคิดอันชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวเลยครับ ฮี่

ผมดีดตัวออกจากขอบสระ มาตรงหน้าไอ้เวลกะไอ้เต้ แล้วส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ไอ้เต้นิดหนึ่ง ก่อนจะสาดน้ำใส่มันสองคน

“อุ๊บ!”

“ว้าย! อีโฟ แกทำอะไรยะ” เต้มันโวยวายเบิกตามองผม ผมส่งซิกให้มันอีกครั้ง ทำเป็นเหลือบไปมองไอ้เวล ชั่วๆอย่างไอ้เต้รู้ทันที ยิ้มเลียปากแผลบเลยครับ ผมเลยสาดน้ำเข้าไปอีก ที่นี้รัวเลยครับ

“เฮ้ย!” ไอ้เวลร้องเสียงหลงเลย 55

“ว้ายๆๆๆ กรี๊ดๆๆๆ” คนแรกร้องเฉยๆ แต่คนนี้สิครับ ร้องแล้วยังโผเข้าไปซุกอกไอ้เวลด้วย มือข้างหนึ่งจับอยู่ที่อกไอ้เวล หน้าแนบอกอีกข้าง 55555+ สะใจโว้ย

“ชอบมั้ยวะ เต้!!” ผมตะโกนถามมัน คำถามผมทำให้ไอ้เวลรู้ตัวแล้วครับ มันทำหน้าเหวอบอกไอ้เต้ ที่ทำหน้าเคลิ้มหื่นกับอกไอ้เวล

“เฮ้ย! เชี้ยเอ้ย ไอ้เต้!! ออกไป!” ไอ้เวล ถีบไอ้เต้เสียปลิวหายไปในน้ำเลยครับ ผู้สมรู้ร่วมคิดโดนจัดการแล้ว ผมจะอยู่ให้โง่หรอ?? ผมรีบดำผุดดำว่าย หนีมันเลยครับ ไม่รู้หรอกว่ามันตามรึเปล่าหรอกครับ ตอนนั้น ว่ายมาเกือบถึงกลางสระ เสียงไอ้เวลก็ตะโกนตามหลังมาเลยครับ ผมรีบตีขาให้เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้ว่ามันจะไม่ค่อยจะช่วยอะไรก็เถอะ

“เย้ย ยยยย!!!!” ผมร้องทันทีที่ขาโดนดึง ตอนแรกมันแค่กระตุกนิดหน่อย แต่พอผมหันกลับมาทีนี้ ไม่ต้องร้องเลยครับ กลั้นหายใจก่อนดีกว่า ไอ้เวลมันดึงผมลงไปใต้น้ำอีกแล้ว แต่นี่มันลึกนะเว้ยเฮ้ย!!!

มันดึงผมลงไปเกือบถึงก้นสระ แต่น้ำก็ดันตัวพวกเราขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้ง ความตกใจ ผมคว้าไอ้เวลเกาะเอาไว้ทันที

"อั้ยเอี้ย!! เมิงเล่นอะไรของเมิงวะ ถ้ากุตายไป รู้มั้ยโลกจะเดือดร้อนขนาดไหน"

“ทำไม?? ถ้าเมิงตายไปทำให้แผ่นดินสูงขึ้น แล้วโลกจะร้อนขึ้นหรือไง??” น่าน ..เพื่อนผมคร้าบ เพื่อนผม ..ผมตบหัวเกรียนๆของมันไปทีนึง โทษฐานหาว่าผมหนักแผ่นดิน แล้วก้อแหวกว่ายน้ำด้วยท่าประหลาด เพื่อขึ้นจากสระน้ำมรณะทันที
เวลลากผมกลับมาที่ขอบสระ ลูบหน้า ลูบหัว ไหล่ หลัง เพราะผมยังไอไม่หยุด จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ แต่ว่า ตกใจ เลยสำลักอากาศเท่านั้นเอง เวลเบียดตัวเข้ามาชิดกับผม พลางก้มหน้าลง

“ไหวป่ะหว่ะ?” มันถามเสียงอ่อนโยน ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายอบอุ่น แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเมิงคือตัวการทำกรูสำลักนี่แหละ!

“สาดเอ้ย! เมิงรู้ว่ากรูว่ายไม่แข็งแล้วเมิงจะดึงกรูลงไปทำเชี้ยะอะไรวะ” ผมโวยวายไม่เต็มเสียง เพราะเจ็บคอจากการไอเมื่อครู่

“อ้าว ใครจะไปรู้เมิงหรอ เห็นสาดน้ำใส่กรู นึกว่าอยากจะเล่น” มันยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาหื่นกาม ลางร้ายเริ่มปรากฏ กับผมแล้ว ผมจะทำอะไรได้ละ นอกจาก ขอให้ผมไม่มีโชคร้าย...

ป้าบ!! เสียงผิวเนื้อกระทบกันอย่างรุนแรง อาการนิ่วหน้า เบ้หน้าอันหล่อเหลา ของเวล ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่า หนึ่งในเนื้อที่ว่านั้น จะต้องมีของมันอยู่ด้วยแน่นอน

“ซี้ด...ไอ้จวยโป่ง ไม่เล่นกรูหลังหักเลยละ!!!” ไอ้เวลหันไปด่า ปลามังกรตัวดำที่ยืนทำหน้าทะเล้นอยู่ด้านหลัง

“ขอ โทษที่ขัดจังหวะสวีทนะครับ คุณเพื่อน แต่ยังไง เพื่อนช่วยหันมาสนใจพวกกรูนิสนึง...” ไอ้โป่งชี้ไปที่กลุ่มเพื่อนที่ตอนนี้หยุดเล่นสาดน้ำ หันมามองพวกผมเป็นตาเดียว

“นับ ยังไงก็ได้มากกว่า สิบชีวิตนะครับ แล้วเพื่อนเวลกับเพื่อนโฟ ช่วยหันไปดูนะครับ...นู่น! เพื่อนมนุษย์ด้วยกันครับ นับอีกทีคงรวมแล้วได้มากกว่า ห้าสิบนะครับ” ไอ้โป่ง พูดไปก็ชี้ไปทางนู้นทางนี้ไปเรื่อย

ผม รู้ทันทีว่ามันหมายความว่าไง ผมเตะขาไอ้เวลจากใต้น้ำ มันเลยเสียหลักชั่วครู ผมเลยแถมด้วยถีบอีกหนึ่งทีส่งมันไปไกลๆผมหน่อย แล้วตะเกียกตะกายขึ้นจากสระทันที แม้ว่า ไร่ยางพาราบนหน้าไอ้เวลจะหมดไปแล้ว แต่ของผม มันยังคงมีเหลืออยู่นะคร้าบบบ หนุ่มน้อยหน้าตาดีอย่างผม จะทนอยู่ในสภาพนี้ได้เช่นไร

พอ เท้าแตะพื้น พยุงตัวเองลุกขึ้นได้ ก็ไม่ฟังเสียงเห่าจากหมาหลายๆตัว ผมรีบจ้ำอ้าว หยิบกุญแจห้อง คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอว แล้วออกตัววิ่งกลับห้องเลย (ไม่มีส่งไม้นะครับ!)

ไอ้ที่คว้ามาเมื่อกี้ ของใครก็ไม่รู้ ช่างมันเหอะ!

แต่ ด้วยที่ว่าความรีบจัด ทางเทิง คนเคินอะไรไม่สนใจ พ่อวิ่งลูกเดียว ไม่ทันไรหน้าหล่อๆของผมก็กระแทกเข้ากับ อะไรบางอย่าง อย่างแรง จนกระเด็นหงายหลัง

‘ตุ๊บ!!’ โอ้ย!! จมูกผม!! ผมเอามือกุมจมูกตัวเองเบาๆ กลัวมันจะเสียทรงหลังจากที่เดินชนอะไรซักอย่างอย่างรุนแรง จนรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มจะกลายเป็นท้องฟ้า

“เฮ้ย!!!” เสียงหล่อๆที่คุ้นหู กับแรงกระชากซะจนไหล่แทบหลุด ส่งผลให้ผมเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคนที่ช่วยผมอย่างสวยงาม และงานนี้น่าจะมีเสียงตบมือที่ดังกระหึ่ม ถ้าที่นี่ไม่ใช่ที่ สระว่ายน้ำ!!!

“อ๊ะ ขอโทษครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองที่ช่วยเหลือผม ..หน้าคุ้นๆ ผมหยุดคิดซักแป๊บก่อนจะนึกออก

“พี่เบญ!!!” ด้วยความตกใจ ผมผลักพี่เค้าออกจนแทบจะล้มลงไปแทนผมกันเลยทีเดียว

“เฮ้ย!! เล่นอะไรกันเนี่ย” แฮ่ๆ ไม่ได้เล่นหรอกครับ ผมเอาจริง ..เอ้ย!! ไม่ใช่ ผมก้มหัวเป็นเชิงขอโทษ ..ก่อนที่จะโดนใครซักคนประชิดด้านหลัง ..ใครจะมาเสียบกรุฟระ?? แต่ยังไม่ทันจะหันไปมองผมก็โดนอุ้มซะแล้ว

“เฮ้ย!! เล่นเอี้ยอะไรเนี่ย?? ...ว๊าก!!!” เสียงที่ผมได้ยินต่อมา ก็คือ เสียงเสียงอะไรใหญ่ ตกลงน้ำจนน้าสาดกระจาย เอ...ทำไมผมมีความรู้สึกแปลกๆ มันวูบๆ มืดๆหนอ...

**************************** 

To Be Continued

 

edit @ 9 Sep 2008 14:49:33 by DaiFuKu

จบตอนพิเศษแล้ว ช่วยเม้นหน่อยน้า~~~

ไม่งั้นโฟงอลไม่ออกมาเจอคนอ่านแน่ๆ

นี่ก็นั่งคำนวนวันมาลงจะได้มีคนมาเม้นเยอะๆ

ฮ่าๆ ..อย่าลืมเม้นนะ

******************************

 

 

ตอนพิเศษ วันสงกรานต์ (สอง) 100%

“เฮ้ย!!! “ เสียงทุ้มห้าวดังสนั่น สยบเสียงดังสนั่นรอบๆ ได้ภายในพริบตา

“พอได้แล้ว เห็นมั้งป่ะ ใครยืนหัวโด่อยู่นี่” เสียงพี่คิมดังมาจากด้านหลัง ที่ตอนนี้สภาพก็เปรอะเปื้อนไม่ได้ต่างไปจากผมเท่าไหร่ ..แล้วพี่คิมพูดกับใครล่ะ ทำไมต้องชี้ไปที่ไอ้เวล แล้วชาวบ้านเค้าจะรู้จักม้าย???

“อ่าวคิม มาด้วยหรอ พอดีพวกเราเห็นแต่น้องโฟอ่ะ ถ้าเห็นคิมนะ ป่านนี้ไม่รอดหรอก.....ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ว่าแต่นั่นใครล่ะ แฟนหรอ? เดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมเป็นผู้ชายแล้วหรอจ๊ะ??” เสียงคนที่มาเล่นสงกรานต์ดังเอะอะแซวพี่คิมที่กำลังเดินเข้ามาแงะผู้คนออกจากตัวผม

“โอ้ย!!!!!!” เสียงบุคคลปริศนาลอยมากระทบโสตประสาทระยะใกล้

“ทะลึ่งๆ” จะจับตรงไหนของไอ้โฟให้มันรู้ซะบ้าง ตูดอ่ะห้าม เดี๋ยวเสียทรงจะทำไงล่ะ??? เฮ้ย!!!! ไอ้นี่ บอกข้างหลังห้าม ข้างหน้าก็ไม่ได้เว่ย เผลอไม่ได้เลย” ช้าไปป่ะพี่คิม มันล้วงจนจะถึงน้องน้อยของผมอยู่แล้วนา เพราะตอนที่โดนรุมเมื่อกี้ มันจะระบมไปหมดทั้งตัวแล้วไม่ว่าตรงไหนก็เถอะ

“เมิงมาอยู่กับกุนี่มา” แรงกระชากของไอ้เวล ทำให้ตัวผมปลิวเข้าไปกระแทกกับอกของไอ้เวลอย่างแรง ..ต่อหน้าพี่กุน้า~~ ว่าแต่เมิงเพิ่งรู้สึกตัวหรอเนี่ย..นึกว่าโดนสาวๆรุมจะช็อคตายไปแล้ว

“เออ น้องเวลขอบคุณมาก ดูแลมันดีๆนะ แต่ไม่ต้องใกล้ชิดขนาดนั้นก็ได้” พูดจบ มือแข็งแรงของพี่คิมแงะตัวผมออกจากมือปลาหมึกของไอ้เวลทันที ขอบคุณนะค้าบพี่น้องค้าบ....

“นี่ๆ ขอแนะนำ บอดี้การ์ดคนใหม่ของไอ้โฟ มาเฉพาะกิจช่วงสงกรานต์ ใครเข้ามาแตะอั๋งไอ้โฟ โดนน้องเวลกัดไม่รู้นะเว่ย ขอบอกไว้ก่อนว่ายังไม่ฉีดยา” พูดดีมากพี่ชาย เอาไปเลยร้อยคะแนน

แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้ผมก็ไม่กล้าหันไปมองหน้าหมาบ้าอย่างมันอีกเลยครับ แป้งก็ไม่โดนปะ พอเดินไปทางไหน จะมีคนเข้ามาเล่นน้ำให้ไอ้เวลก็แง่งใส่ตลอด ...แล้วอย่างนี้ผมจะได้เล่นน้ำมั้ยเนี่ย???? ..ฮือๆ ผมอยากเล่นน้ำอ่ะ น้องเพรซ น้องพิซช่วยอาด้วย!!!!!!!!!!!!

-----------------------------------------------------------
ตึง!!ๆๆ

เสียงของหนักพอประมาณกระแทกกับพื้นหิน ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนคุณผู้หญิงของบ้านต้องเงยหน้าขึ้นมามอง สายตาที่ความชัดเจนหายไปตามกาลเวลา มองเห็นร่างของลูกชายคนสุดท้องเดินผ่านประตูเข้ามายังห้องนั่งเล่นที่ตนเองกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่นอยู่ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งข้างมารดา

“อ้าว เป็นอะไรไปละเรา หน้างอเชียว อารมณ์เสียเรื่องอะไรมาอีกละ” เสียงนุ่ม ถามลูกชายตัวเองอย่างเอ็นดู

“คุณนาย ฟังนะ! พี่คิมกะไอ้เวรนี่ น่าโมโหสุดๆเลยอ่ะ” คุณหญิงแม่เป็นคนถามนะ! ผมไม่ได้ฟ้อง!!!

“นี่นะ ผมอุตส่าห์ได้กลับมาเล่นสงกรานต์ที่นี่ทั้งที กะจะเล่นตัวเปียกมะล่อกมะแล่กเป็นลูกหมา เหมือนไอ้ป๊อกกี้ หมาของคุณนายบ้านข้างๆซะหน่อย ทั้งที่ผมกะถ่างตารอดูสาวๆตัวเปียกชุดแนบเนื้อ” ผมเหม่อมองไปด้านหน้า เห็นภาพความฝันเลือนราง

“แล้วดูนี่ดิ่!!!” ผมจับเสื้อตัวเองยกขึ้นมา ดูเด่ะ!!! “แห้ง!!! แทนที่จะเปียก นี่ผมเพิ่งไปเล่นสงกรานต์มาจริงๆเรอะ??”

“นอกจากโดนประแป้งแล้วนะ ตัวผมงี้สะอาด แม้แต่น้ำหยดเดียวก็ไม่กระเด็นถูกผมเลยอ่ะ” ไอ้เรื่องโดนจับไปทั่วนี่ คนละเรื่องกันอ่ะ “อ่าว คุณนาย หัวเราะอย่างนี้เดียวก็สวยหรอก”

“ก็ดีสิ จะได้สวยกว่านี้” น่าน...คุณนายยังจะเพิ่งวอลุ่มให้ดังขึ้นไปอีก

“ระวังเถอะ หัวเราะคนหล่อๆอย่างผมอ่ะ ตีนกาจะขึ้นเอานะคุณนาย” เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

“อุ๊ย! ลูกคนนี้นิ...” คนเป็นแม่ยิ้มละไม เข้าใจสิ่งที่ลูกคนเล็กพูดเป็นอย่างดี...จริงๆก็ไม่น่าจะโกรธเลยน้า ก็เป็นงี้ทุกทีนี่นา...

“แล้วเราโกรธเรื่องอะไรละ แม่ก็เห็นเราก็ตัวแห้งอย่างเนี้ย มาทุกปี ตั้งแต่ห้าขวบแล้วนา” ...เออวะ...ผมได้แต่คิดในใจ...นี่กรูตัวแห้งผิวซีดมาตลอดเลยนี่หว่า

“ไม่รู้ละ เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อนสิ คุณนาย นี่ๆ” ผมลุกขึ้นยืน ยืดตัวเต็มความสูง “ตอนนี้ก็โตแล้วไง สูงกว่าคุณนายตั้งเยอะ เห็นป่ะ?”

“ก็ยังเตี้ยกว่ากรูแหละวะ” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู เล่นเอาผมขนแขนสแตนด์อัพ

“ไอ้เวรรรรร มาเงียบๆนะเมิง!! ” ไปไกลๆเลยไป๊ ชิ่ว ชิ่ว

“ตาโฟ...พูดไม่เพราะเลย” เสียงนุ่มๆแกล้งให้ดูดุ ที่ไม่เคยจะใช้ได้ผลกับลูกตัวแสบทั้งสามของเธอเอาซะเลย

“แม่ว่าพี่คิม กับ เวลก็ทำถูกแล้วนี่ลูก เล่นสงกรานต์น่ะ อันตรายนะ เล่นตรงถนน รถราก็เยอะออก”

“คุณนายยยยยย!! แล้วพิซกะเพรซอ่ะ ตัวเปียกยิ่งกว่าไอ้ป๊อกกี้ซะอีก!!” ผมชี้ไปที่หลานแฝด ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับพี่คิม ด้วยสภาพเดียวกะที่ผมหวังว่าจะได้เป็น

“แต่แม่ว่า ที่ลูกตัวแห้งน่ะ ดีออก ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดการฆาตกรรมขึ้นมา...อูยย...แม่ละไม่อยากคิด” พูดอะไรน่ะ? คุณนาย คนหล่อฟังไม่เข้าใจ...

ขวับ! ผมหันไปมอง ‘ส่วนเกิน’ ที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ฟังแม่ลูกเขาคุยกัน ดูดิ ขนาดคุณนายแกเดินออกไปแล้วนะ ไอ้หน้าพื้นคอนกรีตนี่มันยังนั่งหน้าทนอยู่เลย

“ขำไรวะ!!!???” ไอ้สาดดดดด ขอให้แมร่ง ขากรรไกรค้าง สาธุ...

“อ๊าว ก็ขำคนไม่ความรู้สึกช้าไง นี่ไม่เคยรู้เลยรึไงเนี่ยว่ารอดเงื้อมมือคนอื่นมาได้ยังไง” รอด...ก่อนจะมาเจอเมิงเนี่ย...กรูขอเสร็จในอ้อมอกสาวงามดีกว่าวะ

“ทำไม...กรูก็อยู่ปกติสุขมาตลอด...ไม่เห็นจะมีอะไร” แสบ ซ่าส์ กวนตรีน ไปวันๆ มันส์จะตาย

“ก็เมิงมีพี่ดีๆ ที่คอยเผื่อแผ่บารมีมาจำกัดไอ้พวกที่ส่งสายตาหยั่งกะจะกลืนเมิงเข้าไปในคำเดียวไง” ไอ้เวลมันเอื้อมมือมาดึงมือผม จนผมแทบจะล้มลงไปจับกบบนพื้นกระเบื้องซะงั้น

“หา บารมีอะไรวะ” พี่กรูมีอาชีพเจ้าพ่อเป็นอาชีพเสริมเรอะ?? ผมพยายามจับแขนไอ้เวลไม่ให้เลื้อยไปรอบๆเอวผม โว้ยยยย นี่มันบ้านกรูน้า เกรงใจครอบครัวกรูนี๊ดนึงงงงงง

“ก็ใครๆเค้าก็กลัวพวกพี่คิมกันไง เห็นคนแถวนั้นบอกว่า แต่ก่อน พี่เมิงสองคน ชกต่อยเก่งสุดๆ คุมเขตนี้ทั้งหมด แถมลูกน้องยังมีเป็นสิบๆคนอีก แล้วน้องชายคนเล็กของสองคนนั้น ใครมันจะกล้าแตะละ จริงป่ะ” เวลโอบเอวผม แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มล้อ คนมีพี่คุ้มครอง

“ไม่จริงมั้ง บ้าป่าวเนี่ย ไม่ใช่หนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ซะหน่อย ถ้าจะมีนะ กรูตะหากที่คุม” ผมนี่แหละ ลูกพี่หญ่ายย

“พูดอะไรไม่ดูไซส์เลยนะเมิง ตัวก็เตี้ยแค่เนี้ย ทำยังกะจะไปยืนแถวหน้าสุดเวลาเค้าต่อยกัน” เวลหัวเราะทางจมูก หึหึ...อ่าวๆ นั่นๆหัวกรูนะ ไม่ใช่หัวหมา ลูบอยู่ได้

“พอๆ ลามปามใหญ่นะเมิง แหม ได้ทีเอาใหญ่ มืออ่ะ เอาออกไปได้และ” ผมเอานิ้วจิ้มๆลงไปยังแขนที่โอบรอบเอวผมไว้ แถมด้วยสายตาจิกกัดไปให้หน้าหล่อด้านหน้า

“มีข้อแลกเปลี่ยนว่ะ” มันพูดเสร็จ ยังไม่ทันจะให้สมองน้อยๆของผมจะประมวลผล ยังไม่ทันจะปล่อยหมาออกจากปาก...มันก็ปิดปากผมซะแล้ว...ขนาดในบ้านกรูนะ...ไอ้จวย


“โอ้ย!! เบื่อๆๆๆๆ“ ผมนอนเกลือกกลิ้งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยสมาชิก แล้วก็ตัวแถมหน้าตาดี แต่นิสัยเวร

“เป็นไรของเมิงเนี่ย?? บ่นเป็นตาแป๊ะขายอาหารตามสั่งหน้ารร.ไปได้” ตัวแถมสุดเวร(เรียกย่อๆจากข้างบนเลยเหลือแค่เนี้ย!!) ถามด้วยความเป็นห่วง(เรอะ?)

*ป๊าบ*

“น้องเวลพูดจาไม่สุภาพเลย ต่อหน้าเด็กนะ อย่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสิ” พี่ชายผมเองคร๊าบ ที่สามารถทำอะไรได้อย่างอาจหาญเยี่ยงนี้ ...พี่คิมคร้าบ เอาไว้ผมบรรลุนิติภาวะแล้ว จะซื้อเหล้ากะกับแกล้มมาขอบคุณนะคร้าบบบ

“ไม่เป็นไรหรอกครับอาคิม เพราะอาโฟบอกผมแล้วว่าพี่เวรเป็นคนไม่ดี ห้ามเอาเป็นตัวอย่าง” น่าน.. หลานรักพาซวย ขนแขนสแตนด์อัพลามมาถึงขนคอ แหม...จะนั่งอยู่ให้ซวยไปไย...จรลีสิครับ

“เฮ้อ~ เบื่อจัง ผมว่า ผมไปดูเค้านั่งเล่นน้ำกันที่หน้าสวนดีกว่า” ผมก็ต้องรีบชิ่งหนีออกมาไงครับ แฮ่ๆ

“โฮๆๆๆ ทำไมพิซต้องฆ่าอาทางอ้อมด้วยน้า ไม่รู้หรอว่าอาตัวน้อยๆคนนี้จะต้องเจออะไรบ้าง...” ผมนั่งบ่นกับตัวเองไปเรื่อย ราวกับจะรู้ชะตากรรมของตัวเองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

“เจออะไรหรอเมิง”

“ก็เจออิเวลมันกลั่นแกล้งไง แค่นี้เมิงไม่รู้หรอ???” ผมหันไปมองหน้าคนถามอย่างเอาเรื่อง

“เฮ้ย!! เวล เมิงมาทำไรตรงนี้เนี่ย???” ผมถามมันทั้งๆที่รู้คำตอบล่วงหน้าอยู่แล้วอ่ะครับ

“มาหาคนที่ว่ากรูว่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีไง ...ได้ข่าวว่าเวลากรูทำอะไรที่เมิงเรียกว่าไม่ดีเนี่ย เมิงก็ทำกับกรูด้วยแท้ๆ” มันพูดพร้อมเอามือสวยๆที่ไม่เคยทำงานบ้านของมันมากระทบลงที่หัวผมดังป๊าบ!! พี่กุทำเมิง แล้วไหงเมิงต้องมาลงต่อที่กรูด้วยอ่ะ?? แต่....เห้ยๆ ทำอะไรของเมิงอ่ะ ที่เมิงบอกกรูเนี่ย เดี๋ยวคนอ่านเข้าใจผิดจะว่าไงฮ๊ะ!!! คนอ่านยิ่งหื่นๆเหมือนเมิงอยู่ด้วย(คนเขียน—เราก็ได้ข่าวว่าคนอ่านยังไม่ได้คิดอะไรน่ะนะ /โฟ – หูย เงียบไปเล้ยยย) ..ผมเงยหน้ามองมันด้วยความเคียดแค้น หลังจากรักษาสมดุลจากการโดนตบได้ ถ้ากรูโง่จะทำไงวะ

“โอ๋ๆ เมิงไม่ต้องส่งสายตามาอ้อนกรูอย่างงั้นก็ได้ กรูให้อภัยเมิงและ” คำพูดไพเราะ พร้อมมือข้างเดิมที่เอื้อมมาขยี้ผมของผมแรงๆ เหมือนตอนผมลูบหัวไอ้ป๊อกกี้ หมาข้างบ้านไม่มีผิดเพี้ยน ..เห๋??? ผมจำได้ว่าผมส่งสายตาเคียดแค้นให้มันนี่นา แต่ไหงมันกลับบอกว่าผมส่งสายตาอ้อนมันเนี่ย? ตกลงนี่มันไม่รู้จักสายตาเคียดแค้น หรือผมฝึกทำสายตาเคียดแค้นไม่เป็นกันแน่นะ

“เอาเหอะ.. เมิงอยากล่นน้ำใช่มะ??” น้ำ!!!!! ผมได้ยินไม่ผิดแน่นะ มันจะพาผมไปเล่นหรือไง โห..เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ทำไมกรูเพิ่งเคยเห็นรัศมีวงแหวนสีทองบนหัว กะปีกสีขาวที่หลังเมิงวะ?

“อยาก!!” ถ้าตอนนี้ผมเป็นไอ้ป๊อกกี้ หางคงกระดิกไม่หยุดเลยล่ะครับ

*ซ่า*

“อ้า!! ไอ้บ้า เล่นไรของเมิงฟระ” ร่างกายอันบึกบึน(?) ของผมตอนนี้เปียกปอนไปด้วยน้ำ ไม่ต่างจากที่หวังไว้จากตอนไปเที่ยวสงกรานต์เลยครับ โดยไอ้เวรมือดีนี่เอง

“กรูไม่ได้อยากโดนเมิงสาดนะไอ้จวย!! กรูต้องการสาวๆที่ไม่ต้องใส่ซาบริน่าดูมๆ เมิงเข้าใจกรูม๊ายยยยย!!” ผมแหกปากใส่หน้ามันด้วยเสียงแปดหลอดอันทรงพลัง...”อ่าว ไอ้เวรนี่ นี่มันฟังกรูป่ะเนี่ยยย”

“...”

“เงียบหาพ่อเมิงหรอ?” ผมเงยหน้าถามมัน หลังจากปาดน้ำออกจากหน้าใสๆของผมเป็นอันเรียบร้อย ..แต่สภาพที่ผมเห็นเนี่ยดิ ..ตาค้าง เอามือขึ้นมาปิดปาก ปิดจมูก นี่สภาพกรูน่าอ๊วกขนาดนั้นเลยหรอวะ ทำท่าซะ

“กุเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ๆเมิงไม่ให้เมิงเล่นสงกรานต์ ..เดี๋ยวกรุมานะ เมิงรีบเข้าไปเปลี่ยนชุดไป อย่าให้ใครเห็นเมิงล่ะ สงสาร!!!” อะไรของเมิงเนี่ย หุ่นกรูออกจากกระชากใจสาว เมิงมาพูดงี้กับกรูได้ไง... ได้แค่คิดนะครับ ถ้าพูดไปอาจโดนกระชากไปปากชนปาก โทษฐานไม่สำเหนียกตัวเอง ..พูดจบมันก็วิ่งแจ้นไปที่ห้องน้ำทันที ผมก็เลยได้แต่ต้องไปเปลี่ยนชุดตามที่มันบอกแหละครับ หนาว~

...ครึ่งชม.ผ่านไป

แกร๊ก.. เสียงเปิดหระตูห้องนอนของผม ผมหันไปมอง เห็นหัวเวรๆคุ้นๆก้าวเข้ามาในห้อง

“อ๊ะ!! กลับมาแล้วหรอเมิง ไปอ๊วกถึงไหนมาล่ะ ....อ่าว~ แล้วเมิงเอาน้ำแข็งมาประคบจมูกทำไมเนี่ย?? แล้วไหงหน้าซีดๆเนี่ยเมิง??” ผมไม่ได้เป็นห่วงมันนะครับ แค่ถามตามมารยาท คุณหญิงแม่สอนมา..(โฟ--ทำไมอ่านแล้วทำหน้าอย่างงั้นกันอ่ะ ผมพูดจริงๆนะ)

“ป่าวหรอกเมิง เปลี่ยนชุดแล้วหรอ?? มาให้กุกอดทีดิ กุรู้สึกไม่ค่อยสบาย มึนๆหัวว่ะ” มันพูดจบ ผมยังไม่ทันตอบ เยส ออ โน มันก็ดึงผมไปกอดแล้วอ่ะ ไอ้หน้าด้าน ..ตัวใหญ่ชะมัด(??)

“เมิงหายไปครึ่งชม. ถ้ากุไม่เปลี่ยนชุด กุก็เป็นปอดบวมแล้วล่ะ แล้วนี้เมิงเป็นไรของเมิงเนี่ยกุไม่ใช่หมอนะ กอดกุแล้วถึงจะหายอ่ะ (ถึงเอ็งเป็นหมอ เค้ากอดแล้ว มันก็ไม่หายหรอก...ดูท่าไข้จะยิ่งขึ้นซะอีก)” ผมพยายามดิ้นๆเผื่อมันจะปล่อยหนุ่มหล่อหน้าตาดีอย่างผมไป เฮ้อ~ พิงอกมันแล้วง่วงนอนจัง (เค้าเรียกเคลิ้มนะคร้าบบบ พี่น้อง ไม่ใช่ง่วง)

“โฟ” เสียงหล่อ..

“หือ??” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมัน ยังไม่ทันได้เห็นวงหน้าหล่อเต็มๆตา ริมฝีปากสีซีดที่มีอาการดีขึ้นแล้ว ก็ประกบลงมาแล้ว

“อือ~” รสหวาน กับสัมผัสรุ่มร้อนแต่อ่อนโยน ที่ห่างหายไปนานตั้งแต่กลับมาบ้าน เป็นอีกครั้งที่.. ผมห้ามตัวเองไม่ได้เลยที่จะยกมือทั้งสองข้างข้างขึ้นไปโอบรอบคอของคนด้านบน

อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทำให้ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะลูบไล้มือหนาไปตามแผ่นหลังที่มีเสื้อยืดสีขาวตัวหลวมสวมทับอยู่ของร่างบาง อารมณ์รุนแรงขัดกับการกระทำที่อ่อนโยนราวกับกลัวว่าร่างบางจะบอบช้ำจากการกระทำของตนเอง.... มือของมันค่อยไล้เข้ามาภายใต้เสื้อยืน เพื่อสัมผัสกับแผ่นหลังของผม...ไม่รูจะไม่บรรยายยังไงแล้วละ...เอาเป็นว่า มันรู้สึกดีสุดๆเลย...

“อาคะ(ครับ) เพรซ(พิซ)ขอนอนด้วยคนน้า~” เสียงมารผจญตัวน้อย ดังขัดขึ้นพร้อมกับเสียงประตูห้องที่ถูกเปิดออก ..ทำให้ผมที่กำลังกอดรัดกะมันอยู่ ถึงต้องผลักมันออกไปคนละทิศละทางเลยทีเดียว (ท่าทางจะไม่ได้เป็นมารของแต่สองคนนี้แฮะ ท่าทางจะเป็นของคนอ่านอีกบรึม อิอิ)

“ทำอะไรกันอ่ะคะ(ครับ)” หลานตัวแสบทำตาหรี่ พลางยกนิ้วขึ้นมาพร้อมกัน ผมสองคนมองหน้ากัน ทันอ่ะป่าวฟะเนี่ย...“หนู(ผม)เห็นนะ!!”ท่าทางจะไม่ทันแฮะ..

“อาไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย.. ก็แค่อาใส่เสื้อกลับด้านอ่ะน่ะ” โฟรีบแย้งขึ้นมาก่อนที่เด็กๆจะเข้าใจผิด (ไม่ทันแล้วละหนูโฟ!!)

“หนูไม่เชื่อหรอก หนูจะไปบอกป่ะป๊า” หลานสาวตัวดีรีบพูดขึ้นมาก่อนจะตั้งท่าวิ่งไปทางห้องของแมคทันที เฮ้ยยยย ได้ไง มีหวังผมก็ซวยสิคร้าบบบบ ผมหันไปส่งสายตาให้ไอ้เวลทำอะไรสักอย่างดิ!

ขาสั้นๆของเพรซ มีหรือจะสู้ขายาวๆของไอ้เวลได้ แขนยาวๆเอื้อมช้อนตัวของเพรซขึ้นมาแนบอก...ฮึ่ม...อ่าว ทำไมกรูต้องโมโหด้วยวะ

“น้องเพรซไม่ไปบอกคุณพ่อได้ไม๊ครับ?” ไอ้เวลถามหลานสาวตัวน้อยของผมเรียบๆ

“ไม่ได่ค่ะ อาเวล คุณพ่อบอกว่า ถ้ามีอะไรแปลก น่าสงสัยในบ้าน เพรซกับพิซต้องไปบอกคุณพ่อ คุณพ่อสอนไว้ค่ะ” น้องเพรซตอบอย่างหน้าซื่อตาใส หลานรักจ๋า รู้มั้ย เป็นเด็กดีเกินไป มันพาอาซวยเอานะ!!

“อาว่า เด็กน่ารักอย่างเพรซคงไม่อยากให้อาเวลคนนี้ กับอาโฟ ต้องเดือดร้อนหรอกใช่มั้ยครับ อย่าไปบอกคุณพ่อเลยนะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยน แววตาหวานซึ้ง ร้อยยิ้มกระชากใจ!!

เอ...ผมว่าผมเห็นตาของเพรซเป็นรูปหัวใจสีชมพูนะเนี่ย ถึงตอนนี้มันจะลดเลเวลลงเหลือแค่ประกายระยิบระยับก็เถอะ

“...ค่ะ อาเวลสุดหล่อ...” เมย์เดย์ๆๆ 191แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย มีไอ้หน้าหล่อมาล่อลวงหลานสาวผมให้เอาใบหน้าน่ารักๆของตัวไปซุกไซร้กับแก้มและซอกคอของมันคร้าบบบ

“ต่อไปนี้พิซจะนอนกับอาโฟเอง พี่เวรไปนอนกับอาคิมแล้วกันนะฮะ” พูดจบ มารตัวน้อยก็ผลักเวลไปทางห้องพี่คิม ก่อนจะเดินกลับมาเข้าห้องนอนของโฟแล้วล็อคห้องทันที ..โชคดีนะที่พี่คิมแมนกว่าเวล ไม่งั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้(ถ้ามีปาปริก้า)

---------------------------------------------------

หลายวันผ่านไป...ไวเหมือนโกหก

“เดินทางดีๆนะลูก” คุณหญิงแม่หอมแก้มผมสองข้าง แถมยังกอดผมซะจนแน่น ท่ามกลางบรรดาผู้คนที่อยู่ในสนามบินเชียงใหม่ นี่ถ้าหุ่นไม่แมนหน้าไม่หล่อ ทำไม่ได้นะเนี่ย เดี๋ยวคนจะหาว่าติดแม่

“คุณหญิงแม่ ก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ก้าวขึ้นรถระวังๆละ เดี๋ยวสะโพกคราก ฮ่าๆ” ผมกอดตอบแม่สุดที่รัก แล้วก็รับรู้ถึงฝ่ามือของแม่ที่ตบลงมาที่หลังของผมเบาๆ

“ลูกคนนี้นิ แม่ออกจะยังสาวยังสวย สะโพกครากอะไร...ไม่มี๊!” คุณหญิงแม่หัวเราะให้กับความทะลึ่งตึงตัง น่ารัก และหล่อเหลาของผม

ผมคลายอ้อมแขนออกไป แล้วหันไปไหว้ลาพ่อพร้อมกับรับพรจากท่านมา ไหว้พี่ๆ โบกมือลาหลานๆตัวแสบที่เกือบพาอาซวยในการกลับมาครั้งนี้ ตบท้ายด้วยการกอดและปลอบหลานชายไปด้วย ว่ายังไงอาสุดหล่อคนนี้ก็จะมาหาหลานรักอีกแน่นอน แล้วผมก็หันไปหาไอ้เพื่อนเวร ที่กำลังไหว้ลาพ่อกะพี่ๆของผมอย ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทาง เดินเข้าเกต เพื่อเข้าไปในเครื่องบิน เดินทางกลับกรุงเทพ..
ู่



เผลอแป๊บเดียวผมก็ต้องกลับไปผจญภัย ใช้ชีวิตที่กรุงเทพแล้วละครับ หวังว่ากลับไปคราวนี้ กรรมเวล เอ๊ยย!! กรรมเวร มันจะหลุดพ้นผมไปบ้างนะครับ...

 

..End..