เจ้าสาวเท้าเปล่า [Pt.Special]
posted on 15 Dec 2007 09:42 by daifuku in Fiction- SpeciaL 01 -
”มอร์นิ่ง..ฮันนี่ เดี๋ยวดาร์ลิ้งไปทำงานก่อนน้า~” ริมฝีปากที่ประทับลงที่แก้มแรงๆกับคำบอกลาไม่ได้ทำให้ผมตื่นจากการหลับฝันอันแสนสุขได้เลย เพราะผมยังคงนอนต่อไปทั้งที่โดนใครบางคนลักหลับไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในเช้านี้ ไม่ว่าจะเป็นมือที่ไล้ไปตามโคนขาขาว หรือว่าแก้มที่ถูกหอมจนแทบแฟ่บ
“ไปแล้วน้า~ ..เน่ๆ ไปจริงๆแล้วนะ ..เฮ้!! ชั้นจะไปแล้วนะ” โอ้ย!! รำคาญจริง กลับมาถึงก็ดึก มากวนจนกว่าเราจะได้นอนก็เกือบเช้า แถมตอนเช้าก็มาปลุกกันซะเช้า ..นี่กะจะไม่ให้นอนกันเลยใช่มั้ยเนี่ย?? ทำไมถึงต้องอยากฟังทุกวันก่อนออกจากบ้านด้วยนะ??
“ไปดีมาดีนะ ดาร์ลิ้ง ฮันนี่รักดาร์ลิ้งยี่สิบห้าชั่วโมงเลยนะจ๊ะ บะบาย” ผมผงกหัวขึ้นมาส่งจูบครั้งนึงก่อนจะล้มตัวลงไปนอนแผ่หลาเป็นลาปิ้งอีกครั้ง
“จ๊ะ.. ดาร์ลิ้งก็รักฮันนี่นะจ๊ะ” คำพูดแสนเลี่ยนที่เข้ามากระทบกระดูกรูปค้อน กระดูกรูปทั่ง แล้วก็กระดูกรูปโกลนของผมเหมือนกับทุกๆวันดับวูบไปจากโสตประสาท ก่อนที่ร่างหนาหน้าหล่อจะเดินออกจากห้องไป ..และแล้วก็ถึงเวลานอนอันแสนสุขของผมอีกครั้ง ฟรี้~
Z z Z z Z z~ ~ ~
“ฮ้าว~” ฮึบๆ... ผมบิดขี้เกียจเล็กน้อย หลังจากที่ตื่นมาพบกับเดอะซันในยามเที่ยงอันสดใส ส่วนกิจวัตรประจำวันในแต่ละวันของผมก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ
ตื่นมาก็อาบน้ำที่เรียวจังเตรียมไว้ให้ ..ดีจังที่คอนโดมีที่รักษาอุณหภูมิในอ่างอาบน้ำด้วย อ้า~ อุ่นจัง
อาบน้ำเสร็จก็กินข้าวที่เรียวจังเตรียมให้ ..อุ่นก่อนเล็กน้อย อ้า~ อร่อยจัง
กินข้าวเสร็จก็..... นั่งดูทีวีครับ ชีวิตผมก็มีแค่นี้แหละ ไม่มีไรให้ทำเลย ฮือๆ..
Tu.. Tu.. Tu..
“โมชิ โมชิ บ้านนิชิคิโดเรียวครับ” ผมเดินไปรับโทรศัพท์ที่ร้อยวันล้านปีจะดังซักครั้งนึง ก่อนจะกรอกเสียงตามสายไปให้อย่างสุภาพ
“โมชิ โมชิ จุ๊บๆ.. ก็โทรมา จุ๊บๆ เซย์เฮลโหลหน่อย จุ๊บๆ ใจมันเต้นดัง ตุ๊บๆ คิดถึงจังเลย ก็เลยอยาก จุ๊บๆ ไม่เจอหน้าแค่จุ๊บๆ ได้ยินเสียงแค่ ปุ๊บๆ นิดนึงก็ดี.. ก็โทรมา จุ๊บๆ เซย์เฮลโหลหน่อย จุ๊บๆ ใจมันเต้นดัง ตุ๊บๆ คิดถึงคนดีก็ไปละ จุ๊บๆ จะวางสายล่ะ จุ๊บๆ ถ้าเธอว่างช่วย ตู๊ดๆ ช่วยโทรหากันนิดนึงก็ดี” เอิ่ม.. โทรมาแบบนี้ เสียงแบบนี้ ไม่ต้องถามให้ต้องเมื่อยปากก็รู้ครับว่าใคร สงสัยจะว่างมาก โทร.มาร้องเพลงเสร็จก็วางไป ..ส่วนผม หลังจากโดนคนว่างงานหน้าหล่อโทร.มาชวนอ๊วกยามบ่ายเสร็จแล้ว ก็วางโทรศัพท์ลงก่อนจะหันกลับไปดูทีวีอย่างเป็นสุขอีกครั้ง(มั้ง..)
‘เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการประกาศผลรางวัลว๊อดก้า มีรายชื่อนักแสดงที่ได้รับรางวัลดังนี้ครับ.. นักแสดงมาดขรึมยอดเยี่ยม ตกเป็นของ นักแสดงหนุ่มมาดเข้มตลอดกาล นิชิคิโด เรียว เนื่องด้วยทางทีมงามทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า นิชิคิโด เรียวเป็นคนขรึมตลอดเวลา มีน้อยคนนักที่จะเห็นนิชิคิโดคุงเล่นหรือหัวเราะกับใคร...’
“เฮ้อ~” ผมถอดหายใจยาวเหยียดถึงจังหวัดหนองคายของประเทศไทยกับข่าวที่เพิ่งได้ยินมา เดี๋ยวนี้เค้ามีรางวัลประหลาดๆอย่างนี้ด้วยหรอเนี่ย?? ..แล้วจะมีใครซักกี่คนรู้บ้างว่า เวลาหมอนี่อยู่กับผมเค้าเป็นคนยังไง?? จะมีใครรู้มั้ย?? ว่าวันดีคืนดี หมอนี่ก็ชวนผมไปมีอะไรกันที่บันไดหนีไฟ หรือบางครั้งที่เราไปเที่ยวไหนด้วยกัน หมอนี่ก็จะชอบเข้าเครื่องล้างรถอัตโนมัติ เพื่อทำเวลามีอะไรกันภายในเจ็ดนาที หรือที่ๆท้าทายที่สุดก็คือภายในลิฟต์กดเปิดมันทุกชั้น ถือคติเวลาประมาณตีสองตีสามที่ไม่ค่อยมีใครใช้ ..แต่ถ้าใครรอลิฟต์อยู่เปิดมาก็เจอผีหล่ะงานนี้ ...เฮ้อ~ คิดถูกมั้ยเนี่ยที่มารักหมอนี่??
ผมนอนคิด เดินคิด วิ่งคิด คลานคิด ก่อนตัดสินใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เพื่อเตรียมตัวไปเที่ยวบ้านตัวเองแก้เซ็ง..
“เฮ้อ~” ผมถอนหายใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าตัวเองที่อยู่ในตู้ ..ต้องเข้าใจนะครับว่าปกติอยู่ที่บ้านผมก็จะใส่แต่ยูคาตะ แต่พอมาอยู่ที่นี่ เรียวจังก็ทุ่มเงินร้อยล้านซื้อเสื้อผ้าให้ผมใหม่หมดเลย แต่เสื้อผ้าที่ซื้อมาเนี่ยสิ ..ไม่บางจนเห็นไส้ติ่ง ก็มีรูตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ส่วนตัวล่าสุดก็กางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋พอปิดแค่ตูด ...เอือม~
‘ปัง!!’ เสียงประตูหน้าห้องเปิดอย่างแรง จนทำให้ผมต้องมองไปตามเสียงนั้น
“ทำไมฮันนี่ถึงไม่โทร.ไปหาดาร์ลิ้งล่ะ โกรธแล้วนะ ..มาเอาใจดาร์ลิ้งเลย” พอปิดประตูเสร็จคนร่างหนาก็จรลีมากอดผมที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่อย่างรวดเร็วจนผมต้องปิดตู้เสื้อผ้าไปอีกครั้ง ..วันนี้คงไม่ได้ไปอีกแล้วล่ะ!!
“ท....” ผมกำลังจะหันไปท้วงคนที่งอแงอยู่ข้างหลัง แต่ก็โดนขโมยประกบปิดปากทีเผลอซะงั้น จูบเล่นลิ้นฝึกกลั้นหายใจกันอยู่นาน หมอนี่ก็ปล่อยให้ผมได้เป็นอิสระแบบต้องหายใจรวยระรินในอ้อมกอดนั่นอย่างเอาเปรียบ
“ทัตจัง.. ไปทะเลกัน เค้าบอกว่ากลางคืนอากาศดีมากเลยนะ
แล้วก็มีโอโซนบริสุทธิ์เยอะด้วย” อ้าปากก็เห็นสะดือ..
ทำไมผมจะไม่รู้ครับว่าดาร์ลิ้งผมจะไปทำอะไรที่ทะเล และคงไม่ใช่ในรีสอร์ท
หรือะไรสบายๆบนเตียงแน่ๆ พอผมคิดจบ ยังไม่ทันได้ปฏิเสธหรือปฏิเสธ
เรียวจังก็เดินไปหยิบกระเป๋ายัดเสื้อผ้าลง แล้วก็ลากผมขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยซะแล้ว
..โธ่~ พระเจ้าครับแกล้งกันหรือไง ถ้าไงหมอนี่คึกจัด คงต้องชวนผมไปมีอะไรกันบนสวรรค์แน่ๆ ฮือๆ
°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°
- SpeciaL 02 -
หลังจากที่ผมกับสามีเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางนักแสดงของเรื่องพระอภัยมณีก็มารับประทานอาหารร่วมกันเพื่อแสดงความยินดีกับข่าวพิธีหมั้นของเราสองคน..
“อคานิชิ จิน.. เป็นคนเรียบร้อยน่ารัก พูดจาคนฟังได้ ไม่ชอบปล่อยน้องหมาออกมาเพ่นพ่าน แสดงเป็นสินสมุทรครับ” ชายหุ่นดี หน้าตาเซกซ์ซี่ แนะนำตัวออกแนวเหน็บดาร์ลิงผมไว้ที่ข้างเอวเล็กน้อย
‘ปึด!!’
“คาเมนาชิ คาซึยะครับ.. หน้าตาดี หุ่นดี.. ไม่อ้วน พูดจาเพราะ ที่สำคัญ..ไม่หยาบคาย แสดงเป็นสุดสาครครับ” คนรูปร่างหน้าตาเหมือนเต่าแนะนำตัว ..แถมเหน็บไว้สองคนข้างกาย ราวกับพกปูนแบกปืนไปโบกตึกซะงั้น
‘ปึด!!!’
แล้วก็ยังมีคนแนะนำตัวอีกหลายคนเลยครับ แต่ไม่รู้ทำไมทุกคนถึงต้องบอกว่าตัวเองไม่ได้เลี้ยงน้องหมาไว้ในปากเหมือนกันซะหมดเลย..
‘ปึด!! ปึด!!! ปึด!!!! ปึด!!!!!’ เอ๊ะ!! นั่นเสียงอะไรน่ะ?? หรือว่า.... เสียงหมูสับ!!
ปัง!!!
“นี่พวกนายมีปัญหากับชั้นมากนักใช่มั้ย?? ทำไมปากชั้นมันเลี้ยงหมาเป็นคอกเลยรึไง ถึงต้องมาแดกดันกันอยู่ได้ หรือว่าพวกนายรักมันมาก ชั้นจะได้สงเคราะห์ให้เข้าไปอยู่กินกันในปากชั้นเลย” ..อย่าร้อนตัวถ้าไม่ได้ทำ ถ้าเธอไม่ได้มีใคร เสียงดังโวยวายทำไม...ลัลล้า เคยเห็นคนร้อนตัวมั้ยครับ?? ส่วนผมอ่ะทำอะไรไม่ได้หรอกครับ นอกจาก.....นั่งขำ 555+ อยากหัวเราเป็นภาษาเขมรให้มัน รู้ลา.. รู้กระซู่.. กันไปเลย
“ทัตจัง ขำอะไร!! เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนหรอก!!” ท่านประธานที่เคารพรักครับ นี่มันกลางโต๊ะอาหารนะครับ พูดแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย.... เค้าเขิลนะ ผมเงยหน้ายิ้มให้คนรักหนึ่งที ก่อนจะพยายามเก๊กหน้าขรึมต่อไป..
หลังจากที่เราแนะนำตัว บวกโดนน้องหมาจากปากดาร์ลิ้งไล่ฟัดให้สะบักสะบอมพอควรแล้วเราก็กำลังจะเริ่มลงมือรับประทานอาหารกันแล้วล่ะครับ
“เดี๋ยวๆ แล้วชั้นล่ะ” หนุ่มหน้าตี๋ร่างโย่ง ยิ้มตาหยียกมือประท้วงการสวาปามครั้งใหญ่ของผม.. ชิชะ บังอาจนักเจ้ามารร้าย..
“นายเป็นใครเนี่ย?? เข้ามาที่นี่ได้ไง?? ที่นี่เค้าห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้านะ!! ใครเอาตัวนี้เข้ามาเนี่ย?? เอาออกไป!!” ฮ่าๆ คำพูดแบบนี้มีคนเดียวแหละครับ ต่อให้ขมิบตูดตอบยังบอกได้เลยว่าใคร
“ผมทางุจิ จุนโนะสุเกะไงครับ” สัตว์เลี้ยง.. เอ้ย!! ชายคนดังกล่าวยังคงแนะนำตัวเองต่อไป
“นายเป็นใคร อยู่ในกองถ่ายเราด้วยหรอ??” อ่าว~ ถามกันอย่างนี้เลย ถ้าหมอนี่ไม่ใช่คนในกองถ่ายก็เป็นคนมั่วเข้ามากินฟรีแล้วล่ะครับ
“ผมก็คนที่แสดงเป็นนางเงือกตอนที่ว่ายตะบึ๊ย..ตะบึ๊ย.. อยู่ในน้ำให้พระอภัยขี่ไงคร๊าบ” ท่าทางมุ่งมั่นที่ยังคงพยายามแนะนำตัวเอง ทำให้ผมอดที่จะเอ็นดูเหมือนไม่ได้ อ๊ะ!! คนข้างๆผมเหมือนเป็นผู้มีพลังยุทธ์ล้ำเลิศที่สามารถอ่านใจคนได้ ถึงรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ เลยอุ้มผมไปนั่งตัก แล้วกอดไว้ซะงั้น เอ่อ..จะว่าไปไม่ต้องมีพลังยุทธ์อ่านใจคนได้ก็ได้เนอะ ก็เค้าเข้ามาอยู่ในใจเราแล้วนี่นา ...เฮ้!! เค้าไม่ใช้ตุ๊กตานะ!! แต่ถ้าน่ารักเหมือนกันล่ะก็ใช่ 55+ หลังจากผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็ต้องเขินหน้าแดงกับความคิดตัวเองซะแล้ว ฮึ้ย~ อาย
“ชั้นไม่เห็นจะเคยเห็นหน้านายเลย.. ตอนอยู่บนเกาะแก้วไม่ใช่นายนี่??” คนที่ชื่ออคานิชิพูดขัดขึ้น..
“ช่ายๆ เราแสดงตอนอยู่ในน้ำเท่านั้นแหละ ส่วนตอนอยู่บนเกาะแก้วเค้าให้ผู้หญิงแสดงอ่ะ ..แต่ถ้าจำไม่ได้เรามีอีกสองบทนะ ..ก็มีบทม้าสีหมอกของพระอภัย แล้วก็ม้านิลมังกรของสุดสาครไง!!” ชายหนุ่มยังคงยิ้มอย่างภูมิใจราวกับตนได้รับบทเป็นพระเอก
“มีบทอื่นอีกมั้ย?? ชั้นไม่เคยเห็นอ่ะ ตอนขี่ก็ขี่อย่างเดียว ไม่ได้สนใจ” สุดสาครเจ้าของม้านิลมังกรถามขึ้น ทั้งๆที่เริ่มทำหน้าเอือมระอากับชายนิรนาม
“มีนะบทนี้เด่นเลยล่ะ.. ชั้นได้เล่นเป็นเงาะป่าไง!! จำได้รึยัง??” เจ้าของรอยยิ้มใสยังถามต่ออย่างมีความหวัง
“เอ่อ.. นั่นมันเรื่องสังข์ทองไม่ใช่หรอ??” อคานิชิยังคงถามขึ้นอีกครั้ง ..แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะตอบอะไร ก็มีเสียงคนหล่อแทรกขึ้นมากลางวงซะก่อน
“เฮ้!! ชั้นว่านายไปไถนาที่ประเทศไทย ให้นกเอี้ยงหาเหาให้น่าจะเป็นประโยชน์กว่ามาอยู่ในวงการนี้นะ!!” หลังจบประโยคนี้ก็ขาดบทสนทนาบนโต๊ะอาหารไปเลยครับ มีเพียงแต่เสียง อือ~อา~ เป็นการตบท้าย ก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารอีกครั้ง
ส่วนผมน่ะหรอครับ?? ถึงจะสงสารเค้านิดหน่อย แต่ในเมื่อเจ้าของตักที่ผมนั่งอยู่เค้ากำลังป้อนอาหารผมอยู่ ผมก็ต้องเอาใจกันหน่อยแหละครับ ..ป้อนคืนบ้าง ป้อนทางปากบ้าง สุขีสุดๆเลยล่ะ
°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸¸,ø¤º°
End Pt. Special